การพกบัตรประจำตัวอะไรก็แล้วแต่ที่มีเลขประจำตัว ๑๓ หลักและรูปถ่ายสามารถช่วยได้ในหลายเรื่องแม้แต่เรื่องการโดนจับ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พบด้วยตัวเองที่เกียวกับการพกบัตรประชาชนติดตัว  มีอยู่ว่าวันนั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการคุมสอบนักศึกษา ซึ่งทุกครั้งที่มาติดต่อสถานศึกษาหรือกิจกรรมที่จัดเกี่ยวกับกลุ่มต่างๆนั้นต้องใช้เลขประจำตัว ๑๓ หลักทุกครั้งและทุกครั้งหลายๆคนที่มา จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ลืม ไม่ได้นำมาเนื่องจากรีบมา จึงไม่ได้พกติดตัวมา  ทั้งๆที่รู้ ทั้งๆที่ทุกครั้งต้องดูเผื่อว่าจะเป็นคนอื่นมาแทน ซึ่งตัวตนจริงๆอาจจะไปอยู่ที่อื่น

เช่นกรณีให้พี่สาวมาสอบแทน ทั้งๆที่ตัวเองเป็นผู้ชาย แล้วคนแทนก็เป็นผู้หญิง เห็นกันจะๆอย่างนี้ก้ให้ออกจากห้องไปตามระเบียบ

และที่แย่กว่านั้นให้เพื่อนมาสอบแทน เมื่อขอดูบัตรประจำตัวนักศึกษาก็บอกว่าหาย หรือยังไม่ได้รับ หรือ ลืม เหมือนหลายคนที่พูดแบบนั้น  จึงต้องขอดูบัตรประจำตัวประชาชน ก็บอกเหมือนเดิม คือลืมเอามา

ดังนั้นจึงบอกไปว่าขอดูบัตรอะไรก็ได้ที่ทางราชการออกให้ และมีเลขประจำตัว ๑๓ หลักก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิมคือลืมเอามา

ก็เลยต้องอัญเชิญออกจากห้องสอบไป

จริงๆแล้วจากการร่วมทำกิจกรรมต่างๆในชุมชนนั้นเมื่อต้องรายงานกิจกรรมต่างๆในหน่วยงานราชการต้องใช้เลข ๑๓ หลักทุกครั้ง ซึ่งหากเป็นเจ้าหน้าที่ก็มีกระเป๋าที่มีติดตัวกันทุกคนอยู่แล้ว

แต่ตนเองนั้นไม่ต้องเปิดดูเพราะจำเลขได้ขึ้นใจโดยที่ไม่ต้องหยิบมาดู แต่จะหยิบขึ้นมากรณีที่เจ้าหน้าที่ขอดูในสถานที่บางสถานที่ที่เราไปติดต่อด้วย เช่น ธนาคาร

แต่หากว่าเป็นประชาชนธรรมดาที่นุ่งผ้าถุงไปประชุมยังศาลาประชุมประจำหมู่บ้านบางครั้งเค้าก็เห็นว่าไม่จำเป็นต้องพกบัตรประชาชนไปเพราะใกล้ๆบ้าน ทุกคนก็รู้จักหน้าตากันดีอยู่แล้ว

จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆที่จัดกิจกรรมนั้นเป็นไปได้หรือไม่ว่าการลงลายมือชื่อไม่ต้องใส่เลข ๑๓ หลักเพราะมันจะต้องหามาใส่ให้ได้ทุกคนที่เข้าร่วมหากไม่เช่นนั้นกลัวว่าจะมีคนปลอมเอาแต่ชื่อมา

หรือว่าต้องไปแก้ไขที่หน่วยงานนั้นๆเอง