การแก้ปัญหาศัตรูเห็ดเปลี่ยนจากการใช้สารพิษกำจัดศัตรูพืชมาเป็นสารชีวภัณฑ์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ผลิตและของผู้บริโภค เมื่อพัฒนาให้เป็นวิทยาการแบบพื้นบ้านทำง่าย ประหยัด ก็ได้รับการยอมรับจากเกษตรกรด้วยดี

สำหรับวันนี้ถือเป็นตอนสุดท้ายแล้วของเนื้อหาเรื่อง “พัฒนาการของการใช้จุลินทรีย์และสารธรรมชาติในการเพิ่มผลผลิต” ที่ท่านผู้อ่านจะได้ติดตามหรือจะมีข้อเสนอแนะแลกเปลี่ยนก็สามารถ แชร์ความคิดกันได้นะครับทั้งใน webboard หรือจะ facebook ก็ยินดีนะครับ แต่ประเด็นสำคัญของการนำเนื้อหามาเผยแพร่เพื่อให้บุคคลที่สนใจในการทำเกษตรและเห็ดปลอดสารพิษได้ทราบถึงที่มาที่ไปของการนำจุลินทรีย์ทรีย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในอาชีพเกษตรเพื่อทดแทนสารเคมีที่เป็นพิษหรือยาฆ่าแมลงนั่นเอง สุดท้ายจะสรุปหรือวิเคราะห์อย่างไรค่อยมาว่ากันอีกทีในโอกาสต่อไป ส่วนใครใคร่ที่จะหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมทั้งเล่มก็สามารถเข้าไปค้นที่ห้องสมุดหรือติดต่อที่สมาคมนักวิจัยและผู้เพาะเห็ดแห่งประเทศไทย โทร. ๐-๒๕๗๙-๘๕๕๘โดยใช้ชื่อในการค้นคว้าสอบถามคือ “เห็ดไทย ๒๕๔๗” นะครับ ยังมีเนื้อหาอื่นๆที่น่าสนใจอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับเห็ด สำหรับครานี้เชิญติดตามตอนต่อไปครับ....

                   ....พ.ศ. ๒๕๔๗ ไพบูลย์  พูนทอง ชมรมเห็ดขอนแก่น (๐๘๑-๗๒๙-๒๓๕๕) ได้รับการขอคำแนะนำการแก้ปัญหาราเขียวจากเกษตรกรหลายรายทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เพาะเห็ดหอมในถุงพลาสติก จึงแนะนำการหมักเชื้อบีเอส พลายแก้ว ซึ่งต่อมาเกษตรกรมักเรียกย่อๆ สั้น ๆ ว่า “เชื้อพลายแก้ว” โดยใช้มะพร้าวอ่อน ๑ ผล ต่อเชื้อ ๑ ช้อนชา (๕ กรัม) หมัก ๒๔-๔๘ ชั่วโมง แล้วเติมน้ำได้ ๒๐ ลิตร นำไปฉีดพ่นถุงเห็ดหอมที่มีราเขียวรบกวน ผลคือราเขียวยุบหายหมดภายในวันเดียว ภายหลังพบว่าเห็ดกลับออกดอกดีขึ้นข้อมูลนี้จูงใจให้มีการหมักเชื้อในมะพร้าวอ่อนแล้วไปกระตุ้นเห็ดยานางิให้ออกดอกพร้อมกันยิ่งขึ้น สูตรนี้ได้นำไปใช้ในพืชผักสำคัญคือ พริกหอม และกระเทียม สัปดาห์ละครั้ง และได้ผลในการยับยั้งเชื้อราแอนแทรคโนสและราโรคพืชอื่นได้ดีด้วย (สุวรรณ นามไพร ๐๘๙-๖๐๐-๓๕๑๕) และเริ่มใช้กับพืชอื่นกว้างขวางขึ้น

                   พ.ศ. ๒๕๔๗ เกษตรกรดัดแปลงการหมักในกะละมัง จากสูตรไข่ไก่สด ๕ ฟอง เปลี่ยนเป็นไข่ไก่สด ๓ ฟอง ร่วมกับน้ำมะพร้าวอ่อน ๒ ผล เป่าลม ๒๔-๔๘ ชั่วโมง แล้วเติมน้ำ จนครบ ๑๐๐ ลิตร จึงนำไปใช้ เชื้อพลายแก้วที่ใส่ลงไปตอนเริ่มแรกเพียง ๕-๑๐ กรัม เพิ่มจำนวนได้ถึง ๑๐  (๑๐ ล้านเท่า) เชื้อสามัญพวกนอร์มอลฟอลรา (เชื้อจุลินทรีย์ทั่วไป) จากน้ำ อากาศ และภาชนะ ก็เพิ่มด้วยประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของทั้งหมดแต่เชื้อพลายแก้วยังออกฤทธิ์ได้ดี

                   การนำเชื้อนี้ไปใช้ในการเพาะเห็ดฟางก็ลดปัญหาราเขียวและเพิ่มผลผลิตได้ดีทั้งเห็ดในโรงเรือนและเห็ดกองเตี้ยบนพื้นดิน (วิเชียร ธาตุงาม ๐๘๙-๙๔๑-๐๑๙๔)

                   พ.ศ. ๒๕๔๘ อาจารย์สุภพงษ์  วงศ์สมิตกุล ฟาร์มโรงเรียนปากช่อง จ. นครราชสีมา (๐๘๑-๙๗๗-๒๔๘๒) ได้นำงานวิจัยเรื่องศึกษาจุลินทรีย์บาซิลลัส พลายแก้ว ที่มีผลต่อการผลิตเห็ดหอม ไปเสนอต่อที่ประชุมงานวันเห็ด คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๘ เนื้อหาสำคัญคือ มีการขยายเชื้อบาซิลลัส พลายแก้ว ในน้ำมะพร้าวอ่อน แล้วนำไปผสมขี้เลื่อยและอาหารเสริมต่างๆ จากนั้นใส่ถุงทิ้งไว้ ๓ วัน ๓ คืน จึงนึ่งฆ่าเชื้อแบบ พลาสเจอร์ไรส์ ทิ้งให้เย็นแล้วใส่เชื้อเห็ดเจริญได้ดีกว่า เกิดการปนเปื้อนราเขียวน้อยกว่า และเกิดดอกเห็ดดีกว่าทั้งปริมาณและคุณภาพ ทั้งนี้มีการเพาะแบบเดิมควบคู่กันไปเป็นตัวเปรียบเทียบ ระยะเวลาวิจัยระหว่าง สิงหาคม ถึงมกราคม ๒๕๔๘

                   เดือนมีนาคม ๒๕๔๘ ได้พบบทความเรื่องการคัดเลือกแบคทีเรียปฏิปักษ์เพื่อการควบคุมโรคราเขียว โดย พรศิลป์ มณีฉายและคณะในวารสารสงขลานครินทร์ วทท. ปีที่ ๒๗ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘) หน้า ๒๕-๓๘ เนื้อหาเป็นเรื่องการแยกและคัดเลือกแบคทีเรียที่เป็นปฏิปักษ์กับเชื้อราเขียว T. Harzianum ซึ่งเป็นศัตรูร้ายแรงของเห็ดนางฟ้า และได้พบแบคทีเรียหลายไอโซเลทที่ยับยั้งราเขียวได้ดีซึ่งก็เป็นชื่อกลุ่มบาซิลลัสนั่นเอง

 

สรุป

                   การแก้ปัญหาศัตรูเห็ดเปลี่ยนจากการใช้สารพิษกำจัดศัตรูพืชมาเป็นสารชีวภัณฑ์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ผลิตและของผู้บริโภค เมื่อพัฒนาให้เป็นวิทยาการแบบพื้นบ้านทำง่าย ประหยัด ก็ได้รับการยอมรับจากเกษตรกรด้วยดี และการขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งอาจพัฒนาเชื้อที่หาได้ในท้องถิ่นมาใช้งานให้กว้างขวางขึ้นต่อไป 

 

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com