แต่รัฐบาลทักษิณ ก็โยนเศษอาหารหล่นให้พวกเขาว่า 30 บาทรักษาทุกโรคงัย ก็รักษากันไปสิ อย่าลืมขอบคุณฉันด้วยนะ

แนวคิดนโยบายรัฐบาลที่จะให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ระดับอินเตอร์ หรือ เรียกกันโก้ลิ้นว่าเมดิคัลฮํบ (Medical hub) นั้น ผมฟังครั้งแรกแล้วอยากจะสำรอกอาหารเก่า

 

 

เข้าใจว่าเป็นนโยบายริเริ่มโดยรัฐบาลทักษิณ ที่คิดอะไรไม่เป็นนอกจากหารายได้จากชาวต่างประเทศ (คิดแบบพ่อค้ารวยใหม่ คิดได้แค่นี้จริงๆ แล้วปั้นวลีหรูว่า คิดไหม่ทำไหม่)

 

ผมถามว่าวันนี้ อีสาน ดินแดนที่เลือกพรรคของท่านเขามาแบบถล่มทลาย มีหมอต่อหัวประชากร 1 ต่อ 8000 คน (ส่วนตำรวจ 1 ต่อ 200) คุณภาพการรักษาห่วยแตกสาแหรกขาด เพราะขาดแคลนหมอมากกว่าภาคอื่นๆ (เฉลี่ยประเทศไทยประมาณ   1 ต่อ 2000 กทม. ประมาณ 1 ต่อ 500  ตัวเลขผมจำได้แต่ 10 ปีก่อน วันนี้คงไม่เปลี่ยนมากนักหรอก)

 

แต่รัฐบาลทักษิณ ก็โยนเศษอาหารหล่นให้พวกเขาว่า 30 บาทรักษาทุกโรคงัย ก็รักษากันไปสิ อย่าลืมขอบคุณฉันด้วยนะ

 

ส่วนหมอเก่งๆ ดีๆ ที่ผลิตออกมาอย่างแสนแพงด้วยภาษีของคนจนๆ  แบบพวกหมอเฉพาะทาง นั้น ฉันจะเอาไปรักษาชาวต่างชาติในโรงพยาบาลแพงๆ (ซึ่งพวกพ้องญาติมิตรฉันอาจมีหุ้นอยู่ด้วย)  เพราะพวกนี้ 30 หมื่นบาทรักษาได้เพียงบางโรคพื้นๆ เท่านั้น  

 

ดังนั้นฉันต้องวางนโยบาย 30 หมื่นบาทรักษาบางโรค กับ 30 บาทรักษาทุกโรค เพื่อรักษาอำมาตย์ต่างชาติกับไพร่ไทยไปพร้อมกัน  (ไม่ได้สองมาตรฐานนะ)

 

วันนี้อยากยุแยงตะแคงดี ให้พี่น้องเสื้อแดงตะโกนเรียกร้องความเท่าเทียม

1)   เอาภาษีคนไทยไปฝึกอบรมหมอย่างแพง ทั้งทั่วไปและเฉพาะทาง จนเก่ง เสร็จแล้วเอาไปรักษาชาวต่างชาติอย่างนั้นหรือ ทั้งที่คนไทยอีสานขาดแคลนหมอขนาดนั้น

2)   เอาหมอชั้นดีไปรักษาคนต่างชาติ ส่วนหมอชั้นกลางที่เหลือรักษาคนกทม.  ที่ เหลือจากนั้นอีกรักษาคนบ้านนอกคอกนา (สามมาตรฐาน)  

3)   เพื่อความเท่าเทียม มีมาตรฐานเดียว ดังนั้นพวกเราชาวบ้านนอกอีสาน ขอใช้สิทธิ์  30 บาทรักษาได้ทุกโรค และทุกโรงพยาบาล เพื่อที่เราจะได้ไปรักษา 30 บาทที่รพ. อินเตอร์ เคียงคู่กับอำมาตย์ต่างชาติได้อย่างเท่าเทียมกัน

 

 

จึงขอกราบเรียนท่านทักษิณมาเพื่อโปรดประทานให้ประชาชนชาว 30 บาทด้วยเทอญ

 

...คนถางทาง (๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕)