คศ.3 เต็มขั้น จะเลื่อนไหลเป็น คศ.4 และขอเครื่องราชฯชั้นสายสะพายได้หรือไม่, ลิ้งค์เรื่องสิทธิประโยชน์ของพนักงานราชการ, ค่าครองชีพลดลงแต่เงินรวมเพิ่มขึ้น ถัวกันได้ ไม่ต้องส่งคืนค่าครองชีพ, ใบผ่านภาค ก.ไม่มีหมดอายุ, เรียนเพิ่มได้-เรียนใหม่เพื่อให้เกรดดีกว่าเดิมไม่ได้, ถ้าเทียบโอนได้มาก สามารถเรียนจบในภาคเรียนเดียวทั้งหลักสูตร 44 และ 51

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 7 เรื่อง ดังนี้

 

         1. วันเสาร์ที่ 5 พ.ค.55  คุณฉัตรชัย พละเดช สนง.กศน.จ.สุพรรณบุรี ถามผมในเฟซบุ๊คว่า  “ผอ.กศน.อำเภอ ชำนาญการพิเศษ เงินเดือนตุลาคม 2555 ถ้าเต็มขั้นจะไหลไปเชี่ยวชาญไหม และจะขอเครื่องราช ปม. ได้เมื่อไร”

             ผมตอบว่า
             1)  เดิม กฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ. 2553  มีผลให้ข้าราชการครูฯ ที่เงินเดือนเต็มขั้นในอันดับ คศ.3 สามารถข้ามไปรับเงินเดือนในอันดับ คศ.4 ได้ เพียงแต่ยังคงได้รับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษเหมือนเดิม    แต่ต่อมา พระราชบัญญัติเงินเดือนเงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มีผลบังคับใช้ และผู้เกี่ยวข้องไม่มีความชัดเจนว่ากฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ. 2553 ถูกยกเลิกไปหรือไม่  ทำให้ผู้ที่เงินเดือนเพิ่งจะเต็มขั้นในอันดับ คศ.3 เมื่อวันที่ 1 เม.ย.54, 1 ต.ค.54 และ 1 เม.ย.55 ไม่ได้รับเงินเดือนทะลุไปรับในแท่งอันดับ คศ.4 ในขณะที่ผู้ที่ได้รับเงินเดือนทะลุแท่งไปก่อนหน้านี้ยังคงได้รับเงินเดือนใน อันดับ คศ.4 ต่อไป
                 เรื่องนี้ นายสนอง ชาระมาตย์ ผู้แทนครูใน ก.ค.ศ. พูดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 ว่า กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ. 2553 ไม่ได้ถูกยกเลิก แต่ต้องรอเข้า ครม.ก่อน เมื่อผ่าน ครม.แล้ว จะทำให้ข้าราชการครูฯ ที่เงินเดือนเต็มขั้นในอันดับ คศ.3 สามารถทะลุแท่งไปรับเงินเดือนในอันดับ คศ.4 ได้ แต่ยังคงได้รับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษเหมือนเดิม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งดำเนินการนำเข้า ครม.อยู่
             2)  ถ้าเงินได้เต็มขั้น คศ.3  สามารถทะลุแท่งไปรับเงินเดือนในอันดับ คศ.4 ได้  แต่ก็ถือว่าวิทยฐานะยังเป็นชำนาญการพิเศษอยู่ ไม่ใช่เชี่ยวชาญ จึงยังขอเครื่องราชฯ ป.ม.ทันทีไม่ได้
             3)  ปัจจุบัน คศ.3 มีสิทธิ์ขอ ปม. เมื่อเข้าเกณฑ์ 3 ข้อ คือ
                  - ได้รับเงินเดือนเต็มขั้นของ คศ.3 ตั้งแต่ 1 ต.ค. ของปีก่อน
                  - ดำรงตำแหน่งบังคับบัญชา (ผู้อำนวยการ)
                  - ได้ ท.ช.มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์
                  แต่ก็ให้ขอในปีก่อนเกษียณอายุราชการหรือปีที่เกษียณอายุราชการเท่านั้น
             4)  เฉพาะในปีนี้  ก.ค.ศ.ได้ประสานสำนักอำนวยการ เสนอการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย (ป.ม.) เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เงินเดือนเต็มขั้น ได้ ท.ช.มาแล้ว 5 ปี โดยไม่ต้องเป็นผู้อำนวยการ  แต่ให้เสนอขอในปีที่จะเกษียณอายุราชการเท่านั้น   ( กำลังจะขอแก้กฎหมายอีก ให้ขอได้เลยเมื่อเงินเดือนเต็มขั้น ได้ ท.ช.มาแล้ว 5 ปี  ไม่ต้องรอขอปีก่อนเกษียณหรือปีที่เกษียณ )

 

         2. วันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค.55  คุณ “ครู นอกระบบ” ถามผมในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  พนักงานราชการรุ่นที่สอบบรรจุ 9 มค 54 มีสิทธิลาพักผ่อนได้มั้ย..อำเภอผมเค้าบอกว่าลาไม่ได้ อายุราชการยังไม่ครบสามปี..(เค้าว่านับอายุราชการพนักงานราชการ ไม่ได้นับอายุรวมตั้งแต่มาเป็นครู ศรช.)

             ผมตอบว่า   นับเฉพาะอายุราชการตอนเป็นพนักงานราชการนั้นถูกต้องแล้วครับ แต่ 6 เดือนก็ลาพักผ่อนได้แล้ว โดยตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการเรื่องสิทธิประโยชน์ของพนักงานราชการ พ.ศ.2554 ( ดาวน์โหลดได้ที่ http://ahph9thi.gotoknow.org/assets/media/files/000/804/903/original_use.pdf )  ข้อ 4 (4) กำหนดว่า  การลาพักผ่อน มีสิทธิลาพักผ่อนปีละ 10 วันทำการ สำหรับในปีแรกที่ได้รับการจ้างเป็นพนักงานราชการยังไม่ครบ 6 เดือน ไม่มีสิทธิลาพักผ่อน เว้นแต่ผู้ที่เคยได้รับการจ้างเป็นพนักงานราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน และได้พ้นจากการเป็นพนักงานราชการไปแล้ว แต่ต่อมาได้รับการจ้างเป็นพนักงานราชการในส่วนราชการเดิมอีก

 

         3. ผู้ใช้นามว่า “Pookpik Sonokome” ถามในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบว่า   ได้ข่าวว่าจะต้องคืนค่าครองชีพ ( พนักงานราชการ ) ของเดือน ม.ค.-เม.ย. จริงรึเปล่า

             ผมได้เข้าไปแสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า   เมื่อปรับฐานเงินเดือนเพิ่มขึ้น ค่าครองชีพจะลดลง ตัวอย่างเช่น
             พนักงานราชการที่ เดือน ม.ค.-มี.ค.55 ได้ค่าตอบแทน 10,200 บาท + ค่าครองชีพ 1,500 บาท เงินรวม 11,700 บาท
             เมื่อปรับฐานเงินเดือนย้อนหลัง ตั้งแต่ ม.ค.55 ค่าตอบแทนจะเป็น 14,150 บาท แต่ค่าครองชีพลดลงเหลือ 850 บาท เงินรวม 15,000 บาท จะเห็นว่าค่าครองชีพลดลง 650 บาท แต่ค่าตอบแทนและเงินรวมเพิ่มขึ้น ( ไม่มีใครที่จะได้เงินรวมลดลง )
             ค่าครองชีพที่ลดลงเดือนละ 650 บาทนี้ ต้องส่งคืน แต่วิธีส่งคืน จะใช้วิธีเบิกหักผลักส่ง หรือวิธิใด ผมไม่ใช่เจ้าหน้าที่การเงิน จึงไม่ทราบครับ

             วันที่ 8 พ.ค.55  ผมได้ถามกลุ่มงานคลัง กศน.เรื่องนี้  ได้รับคำตอบว่า ไม่ต้องนำเงินค่าครองชีพมาส่งคืน เพราะค่าตอบแทนและค่าครองชีพพนักงานราชการเบิกจากงบเดียวกัน จึงถัวกันได้  ในเมื่อเงินรวมมากขึ้นจะใช้วิธีเบิกกลบลบออกโดยเบิกจ่ายให้เฉพาะส่วนที่ยังขาดหลังการถัว

 

          4. วันที่ 8 พ.ค.55  ศรช.บ้านห้วยรัง ต.ระบำ ถามผมผ่านเฟซบุ๊คว่า  ใบผ่านภาค ก ของ กพ มีระยะเวลาหมดอายุไหม

             ผมตอบว่า   หนังสือรับรองผลการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ. มิได้มีการกำหนดอายุหนังสือฯไว้  โดยมีผลใช้ได้ตลอดไปจนกว่า ก.พ. จะมีมติให้เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น    แต่ ภาค ก.ของ ก.พ. จะมาใช้แทนภาค ก.ของ ก.ค.ศ. (ครู ) ไม่ได้นะ เนื้อหาการสอบต่างกัน

 

         5. ระยะนี้ มีผู้ที่จะไปเรียนต่อตามหลักสูตรของกระทรวงสาธารณสุข มาติดต่อขอเรียนกับ กศน.อ.ผักไห่ หลายคน  บางคนมาขอเรียนเพิ่มในบางหมวดวิชาเช่นวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์-ภาษาอังกฤษ ซึ่ง กศน.สามารถจะเปิดให้เรียนได้ โดยผู้ประสงค์จะเรียนต้องรู้ก่อนเองว่า หลักสูตรที่ตนจะไปเรียนต่อนั้นเขากำหนดให้เรียนผ่าน ม.ปลายในหมวดวิชาใดกี่หน่วยกิต แล้วก็ดูว่าตนเรียนผ่านหมวดวิชานั้นกี่หน่วยกิตแล้ว ยังขาดอยู่เท่าไร ต้องมาเรียนกับ กศน.เพิ่มอีกกี่หน่วยกิต  สถานศึกษา กศน.ก็ต้องพิจารณาว่าจะสามารถเปิดวิชาบังคับ+วิชาเลือกในหมวดนั้นให้เขาเรียนตามจำหน่วยหน่วยกิตที่เขาต้องการได้หรือไม่  ( วันที่ 10 พ.ค.55 คุณปิติพล วงศ์กะโซ่ ครูอาสาฯ กศน.อ.เชียงม่วน และคนอื่น ก็ถามถึงวิธีการในเรื่องนี้ในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ  ผมได้ไปร่วมตอบด้วย ) 
             วิธีการคือ ให้เขาสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ ตอนลงทะเบียนเรียนแต่ละรายวิชา ให้เลือก "ประเภท" เป็น "9. เรียนเพิ่มเติมหลังจบ"  และเวลาออกใบ รบ. ให้เข้าเมนู 1-1-5 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน-บันทึกประวัตินักศึกษา-แก้ไขข้อมูลการจบ/ออก ) เลือก สาเหตุที่จบ/ออก เป็น "6.ศึกษาเพิ่มเติมหลังเรียนจบ"

             บางคนมาแปลก บอกว่าจะมาเรียน กศน.เพื่อ “รีเกรด” เพราะเกรด ม.ปลาย ไม่สูงพอที่จะสมัครเรียนตามหลักสูตรของกระทรวงสาธารณสุข   ผมตอบว่า กศน.ไม่มีการเรียนรีเกรด  มีแต่มาเรียนเพิ่มบางวิชา เมื่อเรียนจบแล้วก็จะออกหลักฐานว่าเรียนวิชานั้น ๆ ได้เกรดอะไร โดยไม่ได้นำไปเฉลี่ยกับเกรดเดิม  เกรดเดิมของวิชาที่เคยเรียนในระดับ ม.ปลาย ก็ยังอยู่เหมือนเดิม  เป็นเพียงเรียนเพื่อ “เพิ่มหน่วยกิต” ในบางหมวดวิชาเท่านั้น    เมื่อตอบไปแล้ว เพื่อความมั่นใจ ผมได้ถามกลุ่มพัฒนา กศน. อีกครั้ง โดยถามแถมด้วยว่าถ้านักศึกษา กศน.เองจะขอเรียนซ้ำบางวิชาเผื่อจะได้เกรดสูงกว่าเดิม ได้หรือไม่   วันที่ 8 พ.ค.55 ได้รับคำตอบจากคุณกิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน. ว่า  กศน.ไม่มีการรีเกรด เนื่องจาก กศน.ไม่มีการรีไทร์เหมือนมหาวิทยาลัยเลยไม่ต้องรีเกรด ไม่ว่าจะจบไปแล้วหรือยังไม่จบ ก็จะเรียนซ้ำวิชาที่เคยได้เกรด 1 ขึ้นไปแล้วอีกรอบ ไม่ได้ แต่เรียนเพิ่มวิชาใหม่ได้  ( อีกเหตุผลหนึ่งคือ เงินงบประมาณอุดหนุนรายหัว ที่มาจากภาษีประชาชนนั้น  จัดสรรให้เรียนฟรีได้คนละรอบเดียว และ กศน.เปิดสำหรับผู้ที่ขาด/พลาดโอกาส )

 

         6. วันที่ 10 พ.ค.55  อ.ภาสกร ขรก.ครู กศน.อ.โชคชัย โทร.มาบอกว่า  จังหวัดให้หาเอกสารอ้างอิงว่าหลักสูตรใหม่ 51 สามารถเรียนจบในภาคเรียนเดียวได้

             ผมบอกว่า   ไม่มีเอกสารที่ห้ามเรียนจบในภาคเรียนเดียว  โดย ถ้าเป็นหลักสูตรเก่า 2544 จะระบุในคู่มือการดำเนินงานฯ ( ถ้าเป็นฉบับปรับปรุง พ.ศ.2549 ปกเป็นตาราง จะอยู่ในหน้า 26 ) ในข้อ 4 ของเกณฑ์การเทียบโอนว่า เมื่อเทียบโอนแล้วนักศึกษาต้องเรียนอีกไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียน    ต่อมาหลักสูตร 2551 ได้ระบุไว้ในหนังสือ “แนวทางการเทียบโอนผลการเรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551” ( เล่มสีเขียว )  หน้า 5 เรื่องหลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียน  โดยเปลี่ยนข้อ 4. จากให้เรียนไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียน เป็น ให้เทียบโอนผลการเรียนได้ไม่เกินร้อยละ 75 ของจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดที่จะต้องลงทะเบียนเรียนตลอดหลักสูตรในแต่ละระดับการศึกษา   ซึ่งก็มีความหมายในลักษณะเดียวกัน คือ ไม่ให้เทียบโอนแล้วจบเลย แต่เทียบโอนแล้วต้องเรียนอีกอย่างน้อย 1 ภาคเรียน   เช่น ม.ปลาย จำนวนหน่วยกิตทั้งหมดคือ 76 หน่วยกิต  เทียบโอนได้ไม่เกินร้อยละ 75 ก็คือเทียบโอนได้ไม่เกิน 57 หน่วยกิต    ถ้าใครเทียบโอนได้เต็ม 57 หน่วยกิต จากทั้งหมด 76 หน่วยกิต ก็จะเหลืออีก 19 หน่วยกิต สามารถเรียนจบในภาคเรียนเดียว เพราะในแต่ละภาค ปัจจุบัน ม.ปลายให้เรียนได้ถึง 23 หน่วยกิต

 

         7. วันที่ 14 พ.ค.55  ผมคุยกับ กจ. และ กผ. กศน. ดังนี้

             7.1  คุยกับ กจ. เรื่องเงินหมื่นห้า  ได้ข้อมูลว่า เดือน พ.ค.55 ยังไม่ได้เงินหมื่นห้า เพราะ กรมบัญชีกลางยังแม็ปปิ้งเงินไม่เสร็จ   “คงจะ” ได้เดือน มิ.ย.55  ( ผมไม่เข้าใจนะครับว่าปิ้งยังไง )

             7.2  คุยกับกลุ่มแผนงานเรื่องการเร่งรัดให้ซื้อหนังสือเรียนให้เสร็จภายในวันที่ 25 พ.ค.55 โดยโอนเงินเข้าระบบ GFMIS แล้วเมื่อเย็นวันที่ 11 พ.ค.55    ได้ข้อมูลว่า กลุ่มแผนงานจะส่งหนังสือแจ้งข้อมูลยอดจัดสรรว่าค่าอะไรเท่าไร ให้จังหวัดทราบ ทางไปรษณีย์ ในวันนี้หรือพรุงนี้ ( 14 หรือ 15 พ.ค.55 )