การส่งอีเมล์
ได้เรียนรู้การส่งอีเมล์ เพราะส่วนใหญ่ที่ส่งอีเมล์กัน ส่งได้แต่ยังไม่ถูกวิธี ในการส่งอีเมล์ ควรจะมีการเก็บรายชื่อผู้ที่เราต้องส่งอีเมล์ถึงเป็นประจำไว้ เพื่อทำให้รวดเร็ว ในการส่ง ไม่ต้องจดจำอีเมล์อยู่ แค่พิมพ์ชื่อก็สามารถรู้อีเมล์ได้เลย การส่งอีเมล์จะต้องมีรายละเอียดบอกด้วยว่าสิ่งที่เราส่งไปนั้นคืออะไร ไม่ใช่ว่าส่งไฟล์ไปแต่ไม่ได้บอกว่าไฟล์ที่ส่งไปคืออะไร ส่วนท้ายของอีเมล์ควรบอกชื่อสกุลผู้ส่ง เบอร์โทรศัพท์ ตำแหน่ง หรือที่อยู่ ที่สามารถทำให้รู้ที่มาที่ไปของจดหมายว่ามาจากใคร ที่ไหน
การเขียนบทความ gotoknow
การเขียนบทความ gotoknow ก็ช่วยให้สามารถฝึกการคิดได้มากขึ้น ทำให้ได้รู้จักทบทวนสิ่งที่ได้ทำในแต่ละวัน ว่าในการฝึกงานนั้นเราได้ทำอะไรบ้างมีปัญหาหรืออุปสรรคอะไร ทั้งยังทำให้ได้ฝึกการเขียนบทความ และได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการฝึกงานให้แก่ผู้อื่น และสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เพราะบทความ gotoknow ผู้อื่นสามารถที่จะเข้ามาอ่านและ สามารถที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้
แฟนเพจ
ในการโปรโมทแฟนเพจ ตอนแรกๆก็ไม่รู้เลยว่าจะโปรโมทแฟนเพจทำยังไง มีวิธีการยังไง แรกๆก็คิดว่าต้องส่งลิงค์ไปให้เค้าแล้วขอให้เค้ากดไลท์ แต่พอลองช่วยกันศึกษากับเพื่อนก็ได้รู้ว่ามันทำได้หลายวิธี วิธีแรก ก็เชิญชวนทางอีเมล์ได้ผู้ที่เราจะส่งคำเชิญชวนได้จะต้องมีรายชื่ออยู่ในอีเมล์ของเรา วิธีที่สอง ก็คือการส่งคำเชิญให้กับผู้ที่เป็นเพื่อนกับเรา โดยสามารถเลือกได้ว่า จะส่งให้เพื่อนที่อยู่จังหวัดไหน หรืออยู่ในกลุ่มไหน วิธีที่สาม ก็คือการแชร์ไปบนหน้าเฟส โดยสามารถเลือกได้ว่าจะแชร์บนหน้าเฟสของเราเอง หรือหน้าเฟสของเพื่อน และยังสามารถเลือกพื้นที่ได้ด้วย เช่น ประเทศไทย และประเทศอื่นๆ
ได้รู้ว่าการใส่เอกสารที่เป็นไฟล์ word ,Excel,PDF สามารถใส่ได้บนแฟนเพจ โดยใช้แอพลิเคชั่น Doc ส่วนในการใส่รูปภาพกิจกรรมต่าง ๆ บนแฟนเพจ ก็ควรที่จะบอกรายละเอียดของภาพ ทำให้ผู้เข้าชมได้รู้ว่ามันเป็นภาพอะไร เค้าทำอะไรกันที่ไหน เมื่อไหร่ ส่วนการโพสต์ข่าวสาร หรือเรื่องน่ารู้ที่นำมาอัพเดตบนแฟนเพจ ก็ทำให้ได้รู้ว่า ข้อความที่โพสต์ไม่ควรยาวเกินไป ควรโพสต์ด้วย ข้อความที่ดูแล้วน่าสนใจ และมีที่มาที่ไปของสิ่งที่โพสต์ และ ควรมีภาพประกอบเพื่อทำให้ดูน่าสนใจมากขึ้น ส่วนเวลาที่หาบทความมาโพสต์ บางอย่างก็ทำให้ได้รับความรู้เพิ่มขึ้นจากบทความนั้น เช่น บทความโรคหน้าร้อนที่ควรระวัง ก็ทำให้ได้รู้ว่า มีโรคอะไรบ้างที่มักเกิดขึ้นในหน้าร้อน จะได้เระวังและเตรียมรับมือไว้ได้ทัน
ฝึกงานนอกสถานที่
การฝึกงานนอกสถานที่ ในวันที่ 19-22 เมษายน ก็ได้ลงสำรวจสถานที่ก่อนศึกษาดูงานจริง , รวบรวมข้อมูลพื้นที่ดูงาน , จัดบอร์ดนิทรรศการ,และติดต่อประสานอื่น ๆ ได้รู้ประวัติของผู้ทำชากฤษณา ได้รู้จักผู้อื่นเพิ่มขึ้น ได้เรียนรู้การทำงานและการบริหารงานของพี่ๆ วพส. ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สนุกและท้าทายมากเลยทีเดียว
งานอบรมเยียวยา ในวันที่ 28 เมษายน 2555 ได้รับมอบหมายให้ไปจัดสถานที่ รับผิดชอบเรื่องอาหารโดยดิฉันต้องจ่ายค่าอาหารและค่าเดินทาง และ ออกใบสำคัญรับเงิน แบกเงินอยู่หลายพัน กลัวมากเลยตอนนั้นกลัวเงินหาย จัดของที่ระลึก รับลงทะเบียน อำนวยความสะดวกทุกอย่าง นับได้ว่าวันนั้นท้าทายมาก รู้สึกว่าได้ฝึกความรับผิดชอบของตนเองสูง แต่ในที่สุดก็ผ่านมาได้ด้วยดี
สิ่งที่ได้รับในการฝึกงาน ในระยะเวลาสองเดือน
- ทำให้มีความตรงต่อเวลามากขึ้น เนื่องจากต้องมาเข้างานให้ทันเวลางานของหน่วยงานทุกวัน ทำให้เราต้องรู้จักกับการบริหารเวลา รักษาเวลาเพื่อให้งานเสร็จตามกำหนด
- ได้ฝึกความอดทน อดกลั้นมากขึ้น เช่น อดทนต่อความเหนื่อย ,ความล้า ,ความหิว ,ความง่วง, และความร้อน
- ทำให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น เมื่อได้รับมอบหมายงาน ก็ต้องทำงานชิ้นนั้นให้เสร็จทันเวลา และถูกต้อง
- ได้ฝึกการเรียนรู้งานด้วยตนเอง เพราะในบางเวลาเราอาจจะต้องทำงานนั้นโดยลำพัง หรือ พี่ๆในสำนักงานต้องทำงานของตัวเองทำให้ไม่มีเวลาที่จะคอยสอนเรา จึงทำให้เราต้องเรียนรู้งานนั้นด้วยตัวเอง
-จากการไปฝึกงานนอกสถานที่ ก็ทำให้ได้รู้จักบุคคลอื่นๆ เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากในสำนักงาน
-ได้ทำงานจริงๆ และรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงาน
- ทำให้รู้จักการวางตัวในที่และเวลาที่เหมาะสม เพราะที่ฝึกงานนั้นคนที่อยู่ด้วยกันไม่ใช่เพื่อนเราตอนที่อยู่ในมหาวิทยาลัย แต่เป็นบุคคลอื่นที่มีความอาวุโสกว่าเรา และมาทำงานก่อนเรา จึงต้องให้ความเคารพและให้เกียรติ
- สอนให้รู้จักสามัคคี เพราะงานบางชิ้นถ้าต่างคนต่างทำ ไม่มีทางที่จะสำเร็จได้ ต้องช่วยกันทำ ต่างคนต่างต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้งานเสร็จตามกำหนดเวลา และ บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้
- ได้ฝึกความรอบคอบ เพราะงานส่วนใหญ่จะใช้ความละเอียดและถูกต้อง จึงทำให้เราต้องตรวจสอบงานก่อนทุกครั้ง ว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหนบ้าง เพื่อความถูกต้องก่อนที่จะส่งงาน