ความเคยชินต่อความสะดวกสบายเป็นพันธนาการอันแข็งแกร่งที่เราสร้างขึ้นให้ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ที่มีอยู่ และเราเองก็ไม่มีกำลังพอจะทำลายมันลงไปได้ง่ายๆ การเปลี่ยนแปลงใดจึงเกิดได้ยาก แม้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีก็ตาม
วันก่อนได้มีโอกาสกลับไป Tampines อีกครั้ง
Tampines เป็นชุมชนใหญ่ที่อยู่ทางด้านตะวันออกของสิงคโปร์ เป็นศูนย์กลางของความเจริญในแถบตะวันออกของเมืองซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน สำหรับฉัน Tampines เป็นที่ที่เก็บความทรงจำดีดีหลายอย่างเอาไว้ หนึ่งในนั้นคือเป็นชุมชนที่เป็นที่ตั้งของบ้านหลังแรกที่ซื้อจากน้ำพักน้ำแรงที่นี่ ฉันซื้อบ้านที่นั่นด้วยความที่ชอบบ้านนั้นมาก แม้ว่าจะต้องขับรถไปทำงานทางฝั่งตะวันตกของเมืองไปกลับร่วมร้อยกิโลทุกวัน สามปีมาแล้วที่ย้ายมาอยู่ทางตอนเหนือของเมืองแต่ความหลังที่ฝังใจในชุมชนนั้นยังแนบแน่นอยู่เสมอ
ใกล้บ้านเก่ามีสวนสาธารณะเปิดใหม่ชื่อ Tampines Eco Green Park เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่ยังคงรักษาความเป็นสวนป่าเอาไว้อย่างดีสวนหนึ่ง ถึงแม้ทั่วสิงคโปร์จะมีสวนสาธารณะมากมายตามความมุ่งหมายของรัฐที่จะทำให้เมืองขึ้นชื่อว่าเป็น City in a Garden แต่ก็เป็นสวนสาธารณะ ประเภท man-made เป็นส่วนใหญ่ สวยงาม เป็นระเบียบแต่ไม่ค่อยมีชีวิตชีวาสักเท่าไหร่ พอได้ไปเดินสวนป่านี้เป็นครั้งแรก ฉันก็ตกหลุมรักสวนนี้เข้าอย่างง่ายดายเพราะความธรรมดาๆ เรียบง่ายเป็นธรรมชาติ
..

..
สวนแห่งนี้มีทั้งทุ่งหญ้า ป่าชั้นสอง บึงน้ำจืด และ พื้นที่ชุ่มน้ำ ในเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ มีรายงานบอกว่าพบนกในบริเวณนี้ประมาณ 70 ชนิด ถึงแม้ที่นี่จะไม่ใหญ่เท่า Sungei Buloh Wetland Reserve แต่ที่นี่ก็เป็นแหล่งดูนกที่น่าตื่นตาสำหรับนักหัดดูนกมือใหม่อย่างฉัน ความรู้สึกของความมีชีวิตชีวาวิ่งแล่นไปตามกระแสเลือด...
ทางเดินรอบสวนที่ทำเป็นลานหญ้านุ่มๆ ไม่ใช่ถนนคอนกรีตหรือลูกรังเหมือนสวนสาธารณะอื่น ทำให้ทั่วบริเวณเป็นสีเขียวสบายตา นานๆ ทีก็จะมีคนมาเดินเท้าเปล่าเพื่อรับเอาพลังงานจากดินให้มากที่สุด ในยามบ่ายที่นี่ไม่ค่อยมีผู้คนสักเท่าไหร่ จะมีก็เพียงกลุ่มคนที่รักความสงบเงียบตามธรรมชาติเดินถือกล้องไปสองสามคน แท้ที่จริงแแล้วสวนป่าแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยถนน ทางรถไฟ และอพาร์ตเมนท์ที่อยู่อาศัย แต่เมื่อได้เข้าไปอยู่ในที่นั้นแล้ว ความสงบเงียบทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าได้หลุดออกมาอยู่อีกโลกหนึ่ง
ก่อนออกเดินฉันแวะไปห้องน้ำก็ได้พบว่าห้องน้ำที่นี่มีการออกแบบให้เป็นแบบ Eco ที่ไม่มีการใช้น้ำ และของเสียจะถูกหมักเป็นปุ๋ยอยู่ด้านล่างของอาคารห้องน้ำนั่นเอง นี่คงเป็นอีกหนึ่งความพยายามของ NPark ที่จะสร้างความโดดเด่นให้กับสวนสาธารณะแห่งนี้และส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว เท่าที่ลองใช้บริการก็เห็นว่าสะอาดและน่าใช้ไม่มีปัญหาใด
"ลองทำห้องน้ำแบบนี้ใช้ที่บ้านไหม?" ผู้ร่วมทางเอ่ยถาม ฉันเพียงแต่ยิ้มเป็นคำตอบ...ความเคยชินต่อความสะดวกสบายเป็นพันธนาการอันแข็งแกร่งที่เราสร้างขึ้นให้ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ที่มีอยู่ และเราเองก็ไม่มีกำลังพอจะทำลายมันลงไปได้ง่ายๆ การเปลี่ยนแปลงใดจึงเกิดได้ยาก แม้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีก็ตาม
..

..
เราเริ่มออกเดินในสวนได้ไม่นาน ฝนที่ตั้งท่าว่าจะตกก็ลงเม็ดอย่างหนัก การยอมรับในสิ่งที่ไม่คาดฝัน และความอดทนคือสิ่งที่ค่อยๆ ซึมซับเข้ามาในสมองตั้งแต่ฉันเริ่มรับเอาการถ่ายรูปเป็นงานอดิเรก
ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักบวกกับลมที่พัดกรรโชก ต้นไม้ต่างโอนเอนตามแรงลม นกหลายๆ ตัวยังยืนสงบนิ่งอยู่บนต้นไม้เหล่านั้น เปียกปอนไปตามๆ กัน กิ่งไม้ดอกไม้โน้มกิ่งรับน้ำหนักของน้ำฝนอย่างเจียมตัว เราสามคนยืนหลบฝนอยู่ในที่พักริมทางอยู่เกือบชั่วโมง หากมนุษย์ สัตว์ และต้นไม้เหล่านั้นคือส่วนหนึ่งในธรรมชาติ ฉันก็คิดว่ามนุษย์เราอ่อนแอกว่าสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด แต่ทว่าเราหลายๆ คนกำลังหลอกตัวเองว่าเราอาจหาญกว่าจนแทบจะไม่รู้จักตัวเองเสียแล้ว
เราเริ่มออกสำรวจบริเวณหลังจากฝนเริ่มซาลง พอตะวันคล้อยและในยามที่นกทั้งหลายต่างเตรียมตัวกลับรัง นกหลายๆ ตัวบินผ่านเราไปพร้อมอาหารในปาก Take away ไปฝากคนที่บ้านด้วย หลายๆ ครอบครัวก็ออกมาเดินเล่นออกกำลังกาย และปล่อยให้บรรยากาศดีดีของสวนแห่งนี้ช่วยสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ณ ตอนนั้นฉันได้สัมผัสถึงความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง
ไปเดินดูบริเวณรอบๆ สวนแห่งนี้ด้วยกันนะคะ
..

..
ถึงจะเปียก...เราก็จะเปียกปอนไปด้วยกัน

..

..

..
ชีวิตเรามีทางเลือกเสมอ ฉันพยายามที่จะไม่ให้ใครมาจำกัดทางเลือกของฉันและฉันก็จะเคารพในการเลือกของคนอื่นด้วยเช่นกัน

..
เปิดใจให้สิ่งแวดล้อมช่วยสานความสัมพันธ์ให้มั่นคงขึ้น..

..

..

..
ก่อนจะออกจากสวนป่าฉันยืนมองภาพที่บันทึกได้จากจอมอนิเตอร์ของกล้อง สิ่งที่ฉันเห็นคือความรู้สึกของความรักของคนที่รักธรรมชาติ ความรักของสัตว์ของนกในแต่ละคู่ ความรักความอบอุ่นของคนในครอบครัว…
Tampines สำหรับฉันจึงอบอวลไปด้วยความรักและความทรงจำที่ดีเสมอ
ภาพที่ถ่ายมีเยอะมากเลยทำเป็น Slide ให้ชมค่ะ..
สวัสดีค่ะ ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ที่มาแบ่งปัน คุณเป็นนักเขียนมือทองเลยนะคะ ชอบสไตล์การเขียนของคุณค่ะ ดูสวนแล้ว ก็ไม่ต่างกันบ้านเรานะคะ ดูสงบ ร่มเย็นดี แต่เอ.. ดอกไม้หายไปไหนหมดค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ Bright Lily,
ขอบคุณมากค่ะที่กรุณามาทักทายค่ะ สวนสาธารณะที่นี่ก็ไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่ค่ะ แต่มีหลายแห่งสะดวกให้ไปเยือนเท่านั้นเอง ที่นี่ Tampines Eco Green Park เป็นสวนที่ปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติค่ะไม่ค่อยมีดอกไม้ มีเพียงดอกไม้ป่า ดอกหญ้า อยู่ใน slide ไม่กี่อย่าง ที่เห็นสร้างความสดใสจริงๆก็นี่แหละค่ะ ดอกนี้
เลยเอานกมาแถมตัวหนึ่งค่ะ :)
หากมนุษย์ สัตว์ และต้นไม้เหล่านั้นคือส่วนหนึ่งในธรรมชาติ ฉันก็คิดว่ามนุษย์เราอ่อนแอกว่าสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด แต่ทว่าเราหลายๆ คนกำลังหลอกตัวเองว่าเราอาจหาญกว่าจนแทบจะไม่รู้จักตัวเองเสียแล้ว
เห็นด้วยครับกับประโยคนี้....
ขอบคุณบันทึกดีๆ
ชอบการมีข้อสังเกตและสร้างทรรศนะต่อชีวิต ผู้คน สังคม บ้านเมือง และโลกรอบข้าง ของดร.ปริมที่จะมีสอดแทรกไปบนเรื่องต่างๆที่นำเสนออยู่ตลอดเวลามากเลยละครับ ยิ่งศิลปะของการเล่าเรื่องและการให้ประสบการณ์ต่อการเห็นสิ่งต่างๆก็ยิ่งแล้วใหญ่ ดูน่าสนใจ เรื่องเล็กๆน้อยๆและธรรมดา กลายเป็นเรื่องงดงามและยิ่งใหญ่ไปหมดเลยนะครับ ทำให้ได้อรรถรส ทรรศนะต่อโลกและชีวิต และหลายอย่างจากการอ่านกับดูภาพถ่ายครับ ชอบ ชอบ
...คงจะเป็น..รักแรก..พบ(กับผู้เขียน)..เมื่ออ่าน..บันทึกนี้..."ฉันพยายามที่จะ ไม่ให้ใครมา จำกัดทางเลือกของฉัน..และ ฉันก็จะ เคารพ ทางเลือก ของคนอื่นเช่นกัน..."..คงจะเป็นรักที่หวานชื่น..หากได้..ประสพ..และเป็น..รัก..ครั้งแรก..ที่พบ..นะ..เจ้าคะ......(ขอบคุณ..กับ..ความอ่อนหวาน..และ..บริบท..ที่สร้างสรรค์..ด้วย..คาระวะ..จากใจ..)...ยายธี
ภาพสวย...เรื่องราวเยี่ยมครับคุณปริม...ผมชอบรูปเด็กกับฟองสบู่จังครับ
เข้ามาอ่านแล้วเหมือนได้นอนพักผ่อนหลับตาบนหญ้านุ่มๆ สักแห่ง สังเกตดูคุณปริม ชอบถ่ายคนจากด้านหลังนะค่ะ :) ได้อารมณ์ สบายๆ ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องแซงหน้าใคร
แวะมาอีกรอบ จะบอกว่า "ชอบภาพฟองสบู่" น้องหมอทิบดาบตัดหน้าไปก่อน งั้นขอลอกคำตอบนี้นะคะ
"ภาพสวย...เรื่องราวเยี่ยมครับคุณปริม...ผมชอบรูปเด็กกับฟองสบู่จังครับ"
^__-
ภาพสวยเรื่องราวดำเนินไปอย่างธรรมชาติ....ตรึงใจเสมอค่ะคุณปริม ครูนกชอบที่กล่าวว่า "ความเคยชินต่อความสะดวกสบายเป็นพันธนาการอันแข็งแกร่งที่เราสร้างขึ้นให้ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ที่มีอยู่ และเราเองก็ไม่มีกำลังพอจะทำลายมันลงไปได้ง่ายๆ การเปลี่ยนแปลงใดจึงเกิดได้ยาก แม้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีก็ตาม"
นุ่มนวล ชวนฝัน....แต่คือ ความจริง
การให้ความหมายของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวคุณปริม...รื่นรมย์ สดใส มีชีวิตชีวา เต็มเปี่ยมด้วยความรักเสมอ
สุข สงบ....ชีวิตเลือกได้
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ ขอบคุณคุณปริม ที่นำภาพอันสวย สดชื่นมาให้ชม พร้อมคำบรรยายที่เพลิดเพลิน อยากไปเที่ยวจังเลยค่ะ อยากพบคุณปริมด้วย สักวัน..สักวัน
สวัสดียามดึกค่ะคุณพิชัย ขอบคุณค่ะที่มาให้กำลังใจมนุษย์ที่อ่อนแแอคนนนี้
ฝันดีนะคะ :)
ขอบคุณค่ะอาจารย์ปริม ชลัญอ่านบทความของ อาจารย์ด้วยความสุข ไปกับเสียงดนตรีไพเราะ ทำให้สมองลดตึงเครียดได้บ้าง
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิรัตน์,
ขอบพระคุณค่ะ คงเพราะพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เลยเป็นคนช่างสังเกตค่ะ พอถ่ายรูปไปคิดไป ก็เล่าไปตามที่คิดค่ะ เกรงอยู่เหมือนกันว่าจะอยู่ใน mode ที่เก็บรายละเอียดมากเกินไปจนเสียภาพรวมของงานที่ทำ ต้องพยายามทำให้สมดุลค่ะ
ขอบคุณท่านอาจารย์ที่มาให้กำลังใจ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณยายธี
ยินดีต้อนรับ...รักแรก..พบ(กับผู้เขียน)..ถ้ามีค่ะ
น่าเสียดายรักแรกพบกับคนรักของผู้เขียนไม่ใช่ที่ Tampines นะคะ มิเช่นนั้นอาจหวานแหววกว่านี้ค่ะคุณยาย,
ฝันดีค่ะ :)
คุณหมออดิเรก ขอบคุณค่ะ
พอดีเป็นจังหวะที่น่ารักค่ะ ทั้งคุณแแม่และลูกชายดูจะผูกพันกันมาก แม้แต่เป่าฟองสบู่ก็ทำด้วยกัน น่ารักค่ะเลยถ่ายภาพไว้
ฝันดีค่ะคุณหมอ...
๑. ...ชีวิตเรามีทางเลือกเสมอ ฉันพยายามที่จะไม่ให้ใครมาจำกัดทางเลือกของฉันและฉันก็จะเคารพในการเลือกของคนอื่นด้วยเช่นกัน
๒. ...เปิดใจให้สิ่งแวดล้อมช่วยสานความสัมพันธ์ให้มั่นคงขึ้น...
สรุปบทเรียน
......หนึ่ง...พึงรัก...“ศาสตร์” ความเป็นเรา...ที่...เข้าถึง
ควรคำนึง ยืนหยัด .... สัจจะ...มั่น!
.....สอง...พึง ถนอม... “ศิลป์” คืนชีวิน.... สู่...สามัญ
โห...อาจารย์ เยี่ยมยุทธิ์ วิสุทธิ์...แท้ !
ฮูลา ฮูลา เฮ่ เฮ่ ฮูเล ฮูเล ฮ่า ฮ่า ^_____^
ฮ่า ฮ่า มาเชียร์ๆ แบบว่า เก็บอาการไม่อยู่ ชอบบทเรียนนี้มากกกค่ะ
ปล. ความเป็นตัวของตัวเอง...ศาสตร์แห่งการดำเนินชีวิต + ความอ่อนน้อมถ่อมตน...ศิลปะแห่งการอยู่ร่วมกัน ผสานให้สอดคล้อง...เมื่อใด ความเป็นอยู่ และเป็นไปในทุกย่างก้าว...ย่อมสมดุล โอ้ เย่ สาธุ! ขอบคุณมากค่ะ :)
อังคารอรุณสวัสดิ์ค่ะคุณปริม
หลายๆ บันทึกความงดงามธรรมชาติ จากคุณปริม
ทำให้มุมมองต่อสิงคโปร์ ปูเปลี่ยนไป ขอบคุณค่ะ :)
สวัสดีสายวันอังคารค่ะคุณหมอ ป.
ที่ถ่ายภาพจากด้านหลังเพราะเหตุผลคือไม่ได้ขออนุญาตเขาค่ะ ถึงแม้การถ่ายรูปคนในที่สาธารณะจะไม่ผิดกฎหมายแต่บางคนอาจไม่สะดวกที่ถูกถ่ายรูปเปิดเผย identity แม้เป็นที่รู้กันว่าแทบทั่วทุกมุมในสิงคโปร์มี CCTV อยู่แล้ว และเหตุผลในการเผยแพร่รูปจะไม่ได้เป็นไปในเชิงลบหรือเพื่อประโยชน์ทางการค้าก็ตาม
และหากเป็นภาพที่ถ่ายจากด้านหน้าที่บอก identity จะขออนุญาตและให้เขาดูรูปที่ถ่ายออกมาจากจอมอนิเตอร์ด้วยค่ะ
โดยส่วนตัวแล้วชอบภาพที่ถ่ายจากด้านหลัง เพราะได้อารมณ์เป็นธรรมชาติมากกว่าเพราะผู้ถูกถ่ายภาพจะไม่รู้สึกขัดเขิน
ส่วนการถ่ายรูปสัตว์เราจะพยายามไม่สร้างความเดือดร้อนให้เขามากนักโดยไม่ใช้แฟลช ไม่อยู่ใกล้เกินไปจนทำให้เขาตกใจหรือตั้งใจขัดขวางกิจวัตรกิจกรรมของพวกเขา อยากได้ภาพสวยค่ะแต่จะไม่จงใจเบียดเบียนเขาเพื่อให้ได้ภาพนั้นมา
ขอบคุณคุณหมอที่มาพักผ่อนด้วยกันค่ะ :)