คงไม่ใช่เหตุบังเอิญที่พวกเราได้มาพบกัน บางสิ่งจัดสรรลงตัวพอเหมาะ ที่นั่งพอดี เวลาพอเหมาะ แรงดึงดูดบางอย่างทำให้เราได้สนทนาออกรส ขอบคุณ "ลี" มาก ๆ ที่สละเวลา
(๑)
ความสุขยังอบอวล ตั้งแต่หมอต้นอ้อและหมอโอเริ่มพูดถึง “ลี” มีพี่เถ่าที่อุบเงียบ ไม่ยอมบอกว่าตัวเองก็ชมเรื่องราวของลีจากโทรทัศน์มาแล้วเช่นกัน
ป้า ๆ จึงหน้าระรื่น หวังว่าจะได้พบกับลี ชายหนุ่มชนเผ่าอาข่า จากอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
หารู้ไม่ ชาวเชียงใหม่เองยังไม่ตื่นเต้นกับร้านกาแฟน้องใหม่ ๒ ปีนี้ เท่าใดนัก ส่วนใหญ่แขกต่างชาติเป็นลูกค้าประจำ โดยเฉพาะที่พักที่อพาร์ตเมนต์นี้ ในซอยหัสดีเสวี ๓
เราจึงดั้นด้นมาตามทาง Ipad ของพี่ฝน และคำบอกทางมาตามโทรศัพท์จากน้องหมอแบงค์ (เพรียงเธอ) ที่บอกว่าใกล้โรงเรียนโสตศึกษา เชียงใหม่
ความพยายามบรรลุผล ไม่ล้มเลิกกลางคัน ด้วยเชื่อมั่นเพื่อนร่วมเครือข่ายทันตแพทย์ผู้นำ “หัวแหลม แนมลึก ตกผลึกนามธรรม” หมอต้นอ้อ และหมอโอที่ยังไม่มีฉายา
อย่างไรเสีย ความมุ่งมั่นที่น้องทั้งสองอยากมาร้านกาแฟอาข่าอาม่า ต้องมีคุณค่ามากกว่าการมาชิมกาแฟที่ได้รับคัดเลือกจากองค์กรกาแฟชนิดพิเศษแห่งยุโรป เป็นแบรนด์เดียวจากประเทศไทย ให้เข้าประกวดเวทีการชิมกาแฟนานาชาติ ครั้งที่ ๗ เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปี ๒๐๑๐
หมดเวลางานเป็นทีมวิทยากรด้วยกันแล้ว จึงเต็มใจร่วมทางมา คิดว่าไม่พบลีก็ไม่เป็นไร คลับคล้ายโกวเล้งบอกว่า....ไม่ได้ชอบดื่มสุรา แต่ชมชอบบรรยากาศการร่ำสุรา
พี่น้องกลุ่มนี้ไม่มีใครดื่มสุรา ทว่า....กาแฟก็มีผู้รักจริงจัง รวมทั้ง ไม่ดื่มกาแฟเลย แต่ชมชอบบรรยากาศสภากาแฟ
ดอกอ้อแค่คิดว่า ไม่ได้สนทนาเจาะลึกกันนานถึง ๔ เดือนแล้ว (ตั้งแต่วังน้ำมอก หนองคาย ธันวาคม ๒๕๕๔) เครือข่ายพี่น้องสายสัมพันธ์กับบางคนเกิน ๒๐ ปีก็จริง แต่ชัดเจนรู้สึกว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข ผ่านประสบการณ์ทำงานยากง่ายมาด้วยกัน ก็ ๔ – ๕ ปี มานี้
ร่ำสุรา เอ๊ย !!! จิบกาแฟอร่อย ๆ ไปพลาง แลกเปลี่ยนความคิด ตกผลึกชีวิตตนเองไปพลาง กับพี่น้องเครือข่ายกลุ่มนี้ แสนดีมาก ๆ ต้อนรับพี่แป้นเป็นพี่น้องอีกคน....ขยายเครือข่าย อ่ะ...ชนแก้ว (กาแฟ น้ำเปล่า) กันหน่อย
เย็นวันหนึ่งแห่งความทรงจำ ณ อาข่าอาม่าคอฟฟี่
(๒)
กว่าจะย่างเท้าก้าวเข้าร้านอาข่าอาม่าคอฟฟี่ได้ ก็ใช้เวลาหลายวินาทีบันทึกภาพไว้ หาที่นั่งพอดี ๆ กับ ๖ สาว (คราวป้า) บุกเข้าไปคล้ายกับเตรียมไว้ให้เฉพาะกลุ่มเรา เป็นห้องทำงานของลีนั่นเอง
เจ้าของห้องไม่อยู่ มีเพียงร่องรอยของคนปลูก ผลิตและขายกาแฟ จากภาพถ่าย หนังสือ อุปกรณ์ชงกาแฟ ตั้งแต่ชงด้วยมือ และเครื่องชงที่ดูใหม่ แต่ก็เห็นคล้ายร่องรอยการใช้งานมาแล้ว เหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดมินิ ให้เราศึกษา แม้ยังไม่มีใครว่างมาอธิบาย
มีเพียงน้องเจนมาถามว่าจะรับอะไรบ้าง ช่วงว่างรอกาแฟ จึงได้โอกาสเก็บภาพรอบ ๆ ร้าน น่ารัก กันเอง แลสบาย ๆ น่านั่งเล่นนาน ๆ
มีคนชงกาแฟและบริการ ๒ คน เพียงไม่นานเราก็ได้ครบทั้งกาแฟและขนม
คนชื่นชมลีก็เล่าใหญ่เลย เหมือนกับดูจากรายการโทรทัศน์มาด้วยกันนั่นแหละ แต่ก็สลับกันเล่าให้พวกเราที่เหลือฟัง
กระทั่งคิดถึงลีว่า.....จะฮัดเช้ยไปกี่สิบครั้ง
(๓)
ลี ลีใช่ไหมนั่น อ้าว !!! ถามได้ไง ในร้านนี้ก็ไม่เห็นรูปลี มีเฉพาะรูปแม่ของลี
ชายหนุ่มร่างสันทัด หน้าเด็กมาก เสื้อยืดสีน้ำเงินใส่ชายในกางเกงยีนส์เรียบร้อย เปิดประตูห้องเข้ามา ใบหน้าดูเหนื่อยเล็กน้อย แต่ทักทายกันแล้วก็ดูสดชื่นขึ้น
๒ วันมานี้ โทรศัพท์ที่ร้านดังประมาณวันละ ๓๐๐ สาย หลังเรื่องราวของลีออกอากาศ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ จนต้องขอโทษขอโพยทาง Facebook และ Website ที่ไม่สามารถรับได้ทุกสาย
ลีเพิ่งมีเวลาไปซื้อของ กลับมาเมื่อร้านเกือบปิด เห็นโต๊ะนี้คนเต็มห้องจึงมาทักทาย แล้วก็ไม่ได้ออกจากห้อง จนล่วงเข้า ๓ ทุ่ม
พวกพี่เกรงใจ๊ เกรงใจ แต่ก็ถามไม่หยุด ลีฟังอย่างตั้งใจ พูดคุยตอบคำถามอย่างสนุกสนาน ต่อเรื่องราวได้ราบรื่นน่าฟังมาก ทั้ง ๆ ที่บางครั้งถามกระโดดไปมา
มิน่า.....ต้นอ้อและโอ จึงอยากมาที่นี่นัก
(๔)
บทเรียนจากชีวิตลี ชื่อจริงว่า อายุ จือปา วัย ๒๖ ปี
แม่และพ่อ คือ เบ้าหลอมต้นแบบ ซึมซับจากวิถีปฏิบัติง่าย ๆ มีเหตุผลทุกการกระทำ สอนด้วยการทำจริง
ธรรมชาติ ธรรมะ ธรรมดา ไม่ได้ห่างไกลเกินเข้าใจ บอกเล่าตามแต่ละวัย ง่าย ๆ ตรงไปตรงมา
เคารพธรรมชาติ รักษาป่า ห้ามตัดต้นไม้ แม้เพียง ๑ ต้น ตอนเด็ก ๆ ลีเคยตัดต้นไม้ ๑ ต้น เพื่อนบ้านโกรธมาก ไม่คุยกับลีเลย
แม่ถามว่าลีตัดทำไม ลีตอบไม่ได้ แม่ก็บอกว่า กว่าต้นไม้จะโต ต้องใช้เวลา ไม่มีต้นไม้ ไม่มีน้ำ ถ้าไม่มีน้ำ เราก็อยู่ไม่ได้
แม่เก็บผลไม้ให้ลูกไปขายที่โรงเรียน กลับมาบ้านแม่ถามว่า ได้กินขนมไหมล่ะลี
ไม่ได้กินแม่
อ้าว ! ทำไมล่ะ
ให้เพื่อนไปหมดแล้ว
ก็แม่ยังไม่เคยขายเลย แม่ปลูกต้นไม้เต็มไปหมด ลีเคยถาม แม่เก็บไปทำไมเยอะแยะ
ก็นี่ไงฝากญาติ ฝากเพื่อนข้างบ้าน ไม่ได้กินแค่บ้านเรา
ส่วนพ่อ ลีจำ Redcross ข้างกล่องเครื่องมือพ่อได้ พ่ออบรมมาแล้วก็ไปช่วยทุกคนที่มาเรียก บนดอยไม่มีหมอ ไม่มีอนามัย พ่อถามว่า ไปด้วยมั้ยลี ลีก็ตามไปกับพ่อ
ช่วงเรียนมัธยม ลีไม่ชอบภาษาอังกฤษเลย เคยถามครูว่าเรียนไปทำไม ภาษาไทยก็ยังไม่เก่ง ครูภาษาอังกฤษ ม.๕ ตอบว่า ภาษาอังกฤษ คือ พาสปอร์ตใบที่สอง ถ้าลีอยากช่วยคนเยอะ ๆ อยากทำงานองค์กรระหว่างประเทศ ภาษาอังกฤษลีต้องดีก่อน ลีจึงเรียนจบภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงราย และก็ขอบคุณครูมาจนทุกวันนี้
ลีทำงานตั้งแต่ชั้นมัธยมกับมูลนิธิเกื้อฝัน จบปริญญาตรีแล้วก็ยังทำ จนเป็นผู้จัดการโครงการเพื่อเด็ก ๕ ประเทศ พม่า ลาว เวียดนาม เขมร ไทย และยังรู้สึกควบคู่ตลอดว่าบ้านตนเองควรพัฒนามากกว่านี้
บ้านลีปลูกผลไม้หลายอย่าง พลัม เชอรรี่ กาแฟอราบิก้าปลูกมา ๑๑ ปีแล้ว แม่ลีและเพื่อนบ้านรวม 32 ครอบครัวที่บ้านแม่จันใต้ ยังปลูกส่งขายพ่อค้าคนกลาง ซึ่งไม่มีโอกาสต่อรองราคามากนัก ลีจึงเชิญฝ่ายเกษตรจากภายนอกมาอบรมวิธีการปลูกเพิ่มเติม ทำเกษตรอินทรีย์ ไร้สารเคมี ปรับปรุงการแปรรูป สร้างแบรนด์อาข่าอาม่าขึ้นมา เมื่อปี ๒๕๕๓
เพื่อให้ครบวงจรถึงการขาย ลีตระเวนชิมกาแฟแทบทุกร้านในเชียงใหม่ เพื่อเรียนรู้ ไปหาแหล่งทุน เสนอแผนการเปิดร้านกาแฟอาข่าอาม่า บางแบงค์บอกว่า ชอบแผนของลีมากเลย แล้วจะติดต่อไปนะ เงียบหายหมด
จนได้ผู้ใหญ่ใจดีและเงินเก็บของลี เปิดที่นี่มา ๒ ปีแล้ว สมความตั้งใจที่เตรียมค้นคว้าด้วยตนเองอย่างจริงจัง ตั้งแต่ประวัติศาสตร์กาแฟ ประเภท พันธุ์กาแฟ วิธีการปลูก ขั้นตอนการเก็บ การผลิต การชงให้อร่อย
ลีจัดทริปไปค้างที่บ้าน พาเพื่อนที่จองมาทางอินเตอร์เนต ส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง ไปเรียนรู้วิถีชีวิตชาวอาข่าปลูกกาแฟ ทำเกษตรผสมสาน ปลูกพืชผักกินเอง แม่ลีพูดอังกฤษไม่ได้ แต่ถึงวันสุดท้าย เพื่อน ๆ ที่มาค้างมาใช้ชีวิตอยู่ด้วย กอดลากับแม่ ร้องห่มร้องไห้
แต่การเอากาแฟอาข่าอาม่าไปฝากขายร้านอื่น ๆ ยังไม่ดีนัก ยังไม่เป็นที่รู้จักของลูกค้า อย่าว่าแต่ลูกค้าเลย เจ้าของร้านค้าบางร้าน แค่ลีเริ่มคุยลีก็ไม่กล้าฝากวางขายแล้ว
ลีคุยกับผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ปรับปรุงการปลูกและคัดเลือกพันธุ์กาแฟให้ดีที่สุด ส่งเข้าประกวดดังกล่าวข้างต้น คนที่บ้านลีบางคนก็ไม่เข้าใจ จะทำไปทำไมล่ะลี ลีก็บอกว่า ถ้าประกวดแล้วมีมาตรฐานภายนอกรับรอง มีคุณภาพ ลูกค้าจะเชื่อมั่นมากขึ้น แบรนด์จะเป็นที่รู้จัก เราจะสามารถกำหนดราคาเองได้
ความเป็นอยู่ของคนที่หมู่บ้านลีจะดีขึ้น น้อง ๆ เด็ก ๆ ก็จะได้เรียนหนังสือสูงขึ้น คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้น
โอกาสดี ๆ เข้ามาในชีวิต มีผู้ลงทะเบียนให้ลีไปเรียนคอร์สสั้น ๆ เกี่ยวกับกาแฟและการชง ที่กรุงเทพฯ โดยครูที่บินมาจากอิตาลี ถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้อย่างไม่หวง นำมาพัฒนาการชงกาแฟของที่ร้าน ใครที่สนใจแวะเวียนมาให้สอน ลีก็ถ่ายทอดให้ .... ไม่หวงเช่นกัน
(๕)
ดื่มกาแฟก็ยังไม่อิ่ม กินขนมก็เกือบอิ่ม แต่ที่อิ่มอกอิ่มใจมาก ๆ ของเหล่าป้า ๆ ก็น่าจะเป็นการได้พบพูดคุยกับลี ที่แบ่งปันเกินคาดในวันนี้
พี่เถ่าเป็นตัวแทนสรุป คงไม่ใช่เหตุบังเอิญที่พวกเราได้มาพบกัน บางสิ่งจัดสรรลงตัวพอเหมาะ ที่นั่งพอดี เวลาพอเหมาะ แรงดึงดูดบางอย่างทำให้เราได้สนทนาออกรส ขอบคุณลีมาก ๆ ที่สละเวลา
ขอบคุณอาข่าอาม่าคอฟฟี่ ที่ไม่ได้หมายถึงแม่ของลีเท่านั้น แต่หมายถึงทั้ง แม่ และรากเหง้าที่มา จากชนเผ่าอาข่าบนดอยสูง
พวกเราต่างก็คิดถึงชุมชน รากเหง้าที่มาของเรา พื้นถิ่นที่เราอาศัย อยากพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คนรอบ ๆ ตัวเราให้ดียิ่งขึ้น

สวัสดีค่ะคุณหมอ
คุณยายมาส่งเข้านอนค่ะ
ขอบคุณและราตรีสวัสดิ์เช่นกันนะคะคุณยาย
ตาจะปิดแล้วเหมือนกัน
สวัสดีค่ะคุณหมอ
เรียนพี่หมอครับ ผมอยากไปมาก...เคยดูรายการที่มี...อาข่าอาม่าคอฟฟี่...เป็นเด็กหนุ่มที่คนไทยภูมิใจมาก....ทั้งความพากเยรและสำนึกบ้านเกิด...ซึ่งพี่หมอคงได้ประจักษ์ทั้งใจและกับการดื่มกาแฟนะครับ
เพียงแค่ทานกาแฟ ... ยังได้ข้อมูลมาขนาดนี้ น่ากลัวจริง ๆ 555
ขอบคุณครับ ;)...
หวา..คนเชียงใหม่อย่างเราใกล้เกลือกินด่างเสียแล้ว อ่านประวัติคุณลี..เพราะคนดี จึงได้โอกาสที่ดี หรือโอกาสดี ทำให้คนดี.. น่าจะควบคู่กันมา
ชอบตรงนี้มาก แม่ลีพูดอังกฤษไม่ได้ แต่ถึงวันสุดท้าย เพื่อน ๆ ที่มาค้างมาใช้ชีวิตอยู่ด้วย กอดลากับแม่ ร้องห่มร้องไห้
ยินดีค่ะพี่อุ้ม
หากได้ไปถึงเชียงใหม่ ควรตั้งร้านอาข่าอาม่าคอฟฟี่เป็นหมุดหมายหนึ่งของการสันทนาการนะคะ
แล้วจะซาบซึ้งว่า...ท่องเที่ยวอย่างมีสาระนั้นเป็นอย่างไร ^_,^
สักวันหนึ่ง หากตั้งใจจริง คุณน้องทิมดาบต้องได้พบนะคะ
เชื่อว่าจะประทับใจน้องลีเช่นกัน
ขอบคุณมาก ค่ะ
เป็นชีวิตที่น่าชื่นชมมากค่ะน้องคนนี้ เคยอ่านเรื่องราวของเขามาพักหนึ่ง ตั้งใจว่ากลับบ้านคราวหน้าจะแวะไปชื่นชมค่ะ
ขอบคุณบันทึกสร้างแรงบันดาลใจค่ะ
ขอบคุณมากครับคุณหมอ เป็นบันทึกที่สะท้อนคุณค่าของคุณลี กับกาแฟระดับโลกครับ
คุณปริมน่าจะชอบมากเลยล่ะค่ะ หากได้คุย .... รักธรรมชาติมาก ๆ ช่างคิด มองโลกในแง่ดี ใจสู้ นักวางแผนชีวิต
ขอบคุณนะคะ :)
น่าไปชิมจริง ๆ นะคะอาจารย์
ขอบคุณมากค่ะ
พูดถึงต้นไม้...ทุกวันนี้สารภาพเลยว่าหลงรักต้นไม้เป็นที่สุด ยิ่งต้นไม้ที่มีตำนาน ยิ่งชอบที่จะเรียนรู้และศึกษา ต้นไม้ คือบริบทสำคัญของชีวิตผู้คนในท้องถิ่น ต้นไม้แต่ละต้น,ป่าแต่ละแห่ง ล้วนกำหนดบทบาทของผู้คนไปในตัว..
ขอบคุณครับ
"ธรรมจัดสรรใช่พบกันโดยบังเอิญ
ดีพบดีมีเรื่องดีดีที่คุยเพลิน
แบ่งปันนำสิ่งดีดีมาสรรเสริญ
ขอบคุณเหลือเกิน"ธิรัมภา ยิ่สิบเก้าพฤษภาธรรมจัดสรร บ้านจารย์ นุ
แหม...ท่านลุงบัง ต้องไปจริง ๆ เหรอคะเนี่ย
ชั่งน้ำหนักยากเหมือนกัน เกรงใจเจ้านาย เกรงใจเพื่อน ๆ ทำงานแทนที่โรงพยาบาล