หลายๆครั้งที่เป็นอย่างนี้ในสังคมคน  โดยเฉพาะคนที่มีรถยนต์เป็นพาหนะ

*****

การขับรถนี่ ก็ต้องมีวัฒนธรรมด้วย  ถ้อยทีถ้อยอาศัย จึงจะไม่เกิดเรื่องให้ต้องเสียหายเสียเวลาและเสียความรู้สึก

*****

วันนี้ครูอ้อยจะเล่าเรื่องการขับรถเข้าที่จอด  ซึ่งในเมืองหลวงที่มีรถราคับคั่งมักจะเกิดเรื่องนี้บ่อยๆในเวลาที่นำรถเข้าจอด

*****

ครูอ้อยมองกระจกหลังแล้วไม่มีรถตามมา  ครูอ้อยจึงถอยหลังเพื่อจะนำลำรถยนต์เข้าจอด  เพราะรู้สึกว่ารถจะเลยที่จอดไปเล็กน้อย

*****

แต่ครูอ้อยก็ต้องเหยียบเบรคตัวโก่ง  เพราะมีรถเล็กๆๆ  ขับแซงขวาปาดหน้าและวกเข้ามาจอดในที่ที่ครูอ้อยเล็งไว้.....ทันที

*****

นิ่งค่ะ  ครูอ้อย นิ่งทั้งใจ  กาย วาจา รวมทั้งความคิด  ขณะนี้  รอดูหน้าตาของคนขับรถคันนั้น

*****

เขาก็ไม่ลงมาสักที  ด้วยรู้ว่า  ครูอ้อยจะเอาเรื่องแบบคนอื่นที่เขาเอาเรื่องกัน   แต่ครูอ้อยก็ใจเย็นเหลือเกิน  หากมีรถคันอื่นมา  ครูอ้อยอาจจะเกรงใจรถคันอื่นและเลื่อนรถออกไปแบบไม่สนใจอะไรอีก   แต่นี่  ไม่มีรถคันอื่นเลย  ทำให้ครูอ้อยจอดรอต่อไปได้

*****

กระจกรถของเขามืดสนิท  นานเลยกว่าจะออกมาได้   เขาเป็นคนแก่ๆกว่าครูอ้อยอีก  2คนสามีภรรยา  คนเป็นสามีเดินก้มหน้า  คนเป็นภรรยา  เดินออกมา  เดินบ่นอุบอิบ และค้อนใส่ครูอ้อยทีหนึ่ง

*****

คงจะรอไม่ไหว  เพราะครูอ้อยจอดรอนานมาก   และแล้วครูอ้อยก็ชนะ  เพราะคันข้างหน้าอีกล็อคหนึ่งเขาออกพอดี   ครูอ้อยเลยต้องถอยออกไปอีกเพื่อให้เขาถอยออกมาตั้งลำได้

*****

ครูอ้อยเข้าไปจอดอย่างใจเย็น  ไม่รีบร้อน  แบบคนมีวัฒนธรรม  ไม่มีต้องค้อนสายตาให้ใครด้วย

*****

อยากจะบอกเขาจังเลยว่า......ที่ฉันถอย  ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ต้องการ นะ