วันศุกร์ ที่ 11 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2555

                                                                              ณ ขนส่งสายใต้

กราบสวัสดีค่ะครู

            หนูคิดถึงครูจังเลยค่ะ ยอมรับว่าละอาย ครูสอนสั่งตั้งมากมายแต่รับรู้กับตนเองว่า ไม่ได้เรื่องทแล้วเกิดความรู้สึกรับได มานั่งถามตนเองทำไมถึงมีความรู้สึกแบบนี้หล่ะ แล้วก็มีคำตอบว่า

"เพราะมันมีความอวดเก่ง"

เห็นความชั่วของตนเองเยอะมากและมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนที่อยู่กับครูถามว่าทำไมหนูถึงมีความรู้สึกกลัวจนผวา เพราะครูเป็นดั่งกระจกใสๆ ที่สะท้อนให้ได้เห็นใจชั่วๆข้างในหนูเองชัด เห็นเยอะๆ มันมีอาการทุรนทุรายค่ะ เพราะยอมรับไม่ได้ หนูคิดถึงแต่ตนเอง โดยที่ไม่เคยตระหนักเลยว่า 

"ครูได้รับแรงกระแทกจากสภาวะข้างในของหนูเหมือนกัน" 

ลองให้ตนเองได้ห่างครูบ้างจากที่ตามต้อยๆ แบบไม่ยอมใช้ปัญญา ยิ่งห่างใจหนูก็ยิ่งคิดถึง ตั้งใจกับตนเองว่า ถ้าโผล่ไปหาครูมันต้องตั้งใจมากกว่านี้ ตั้งสติมากกว่านี้ รับใช้แต่ต้องไม่สร้างภาระ ห่างมาแรกๆ หนูแทบบ้า หรืออาจจะบ้าไปแล้ว ร้องไห้คร่ำครวญ เจ็บปวดประหนึ่งถูกทำร้าย จิตนี้มันใช้ครูเป็นเหยื่อของความอยาก ความต้องการของมัน เพราะครูเมตตา จึงพอมีชีวิต พอได้ลืมตาเห็นโลกอย่างที่มันเป็นได้บ้าง ไม่ใช่ไปหลับหูหลับตาเรียกร้องเอาแต่สิ่งที่ต้องการ อยากได้และต้องได้หนูใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอดใช่ไหมค่ะครู วิ่งตามครู สร้างภาระแต่ทำประโยชน์ได้น้อยเหลือเกิน พอครูเอ่ยปากก็งอน โกรธเคือง กลัว แทนที่จะเก็บมาพิจารณา มันโง่จริง น่าสมน้ำหน้ามันยิ่งเขียนออกมา ครูยิ่งงาม ไม่ว่าศิษย์จะชั่ว จะโง่เพียงไหน จะไม่ได้เรื่องจะสร้างภาระ แต่ครูก็ยังคงเมตตาเสมอ หนูรักครูค่ะ ไม่ว่าครูจะอยู่แห่งไหน ครูยังอยู่ในใจศิษย์เสมอ เพราะเชื่อในจิตในใจว่า

 "ทุกอย่างที่ครูทำ คือการช่วยให้ศิษย์พบหนทางที่ดีขึ้น ลุกขึ้นมาช่วยตนเองได้ รับใช้คนอื่นเป็น เลิกหลอกตนเอง เลิกโอ้อวด แล้วก็ลงมือละและแก้ไข ส่วนที่แย่ๆของตนเอง. เพื่อให้ใจได้มีโอกาส ละออกจากคุกแห่งความทุกข์ใจ"

ศีล ณ ที่ผ่านมาด่างพร้อย ขาดกระจุยย่อยยับค่ะครู เพราะตั้งใจปล่อยตนเอง เพราะความโง่ของหนูที่พอใจรู้สึกท้อ เหมือนเดินหน้าไม่ได้ แต่ก็ถอยไม่เป็น กลับไปดูคอนเสิร์ต ไปท่องเที่ยว ลากยาวไปถึงฝั่งลาว ไปด้วยใจที่อยากปลดปล่อยตนเอง แต่การปลดปล่อยไม่สามารถเกิดได้ เพราะความร้อนรรุ่มไม่ได้เกิดจากสถานที่ ความสงบไม่ได้เกี่ยวกับสถานที่ เพราะใจที่รุ่มร้อนโกรธเคืองของหนู  ใจที่ผิดศีลข้อหนึ่งเพราะหอบหิ้วความน้อยใจท้อแท้ใจ แต่หนูก็หลอกตนเองไม่ได้มันมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นจริงในใจ หนูอยากจะให้มันออกไปจากใจ แต่เหมือนยิ่งไล่มันก็ยิ่งติดหนืดเข้าไปข้างใน ใจที่ร้อนรนทำให้หนูไม่มีแก่ใจจะทำงาน เกิดสภาวะการละเลยในหน้าที่หลายประการ ทั้งหน้าที่ต่อตนเองในการฝึกฝน หน้าที่ในการทำงาน รวมถึงหน้าที่ต่อครู งานที่ครูสั่งหนูยังจำไว้ในใจ แต่ก็ไม่กล้าลุกขึ้นมาทำ กระโปรงทั้งสามตัว กว่าจะลุกขึ้นมาทำก็กินเวลาไปมาก เพราะถูกความน้อยใจเบียดเบียน กว่าจะเริ่มทำได้ก็ได้ก้มลงกราบกระโปรงของครูด้วยน้ำตา ทำไปได้หนึ่งตัว รู้สึกดีกับตนเอง แล้วใจชั่วๆมันก็เกิดความอยากเร่งๆ ให้เสร็จ ชิ้นงานออกมารู้สึกแย่กับตนเองค่ะ เกิดความรู้สึกละอายกับตนเอง แล้วก็ยังเหลือซับในสีดำและชุดชั้นในที่ยังไม่ได้ลงมือเลยทั้งๆที่ซื้อผ้ามาแล้ว หนูทราบว่างานที่ครูเมตตาคือเคยให้โอกาสในการฝึกฝน แต่ใจมันก็คอยแต่จะพลัดหลงไถลไปคิดชั่ว ความอืดอาดบ้าง ความคิดดูถูกตนเองบ้างว่าทำชิ้นงานไม่ดี ทำให้หนูปิดกั้นโอกาสต่างๆของตนเองคำกล่าวของครูกระตุ้นเข้ามาในความรู้สึกว่า "ให้โอกาสตนเองบ้างซิติ๋วพระอริยะ มีน้อยนะโชคดีแล้วที่มีโอกาส"แม้ทุกวันนี้กายห่างครูมาหลายเดือนแต่หนูก็เชื่อว่าครูรับทราบว่า

"ใจศิษย์ยังระลึกและสำนึกในพระคุณของครูเสมอ"

การสำนึกที่ดี เป็นศิษย์ที่ดี คือ การลุกขึ้นมา ละชั่ว ละตัวละตน ฝึกฝน ตามแนวทางที่ครูเมตตาให้ไว้ครูสอนหนูอย่างตั้งใจและอดทนเพราะว่า

"หนูโง่ แถมยังดื้ออีก"

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดีเสมอใช่ไหมค่ะครู หนู้ได้เรียนรู้ความรู้สึกท้อมาอย่างเต็มเปี่ยมในหัวอกเข้าใจแล้วว่าการปล่อย ความรู้สึกท้อ ให้ครอบงำจิตใจปล่อยให้ ความขี้เกียจ มาเหยียบขึ้นหัว ผลมันแย่แค่ไหน ไถลนอกลู่นอกทางไปแค่ไหนทางแห่งความเสื่อม ฉุดลากให้ ความเสื่อมเข้ามาสู่จิตใจ มากแค่ไหนจากที่จิตหมอง โดยธรมชาติที่มันสั่งสมความโง่มา ก็มากแล้ว แทนที่จะเรียนรู้ในการถอดถอน กลับมานั่งคร่ำครวญเป็นนางเอกนิยายน้ำเน่า เจ็บปวดโอดครวญรอคนผ่านมาเห็นใจโธ่เอ้ย คิดๆแล้วก็รู้สึกสมเพช ความโง่ของตนเองอย่างเต็มเปี่ยมเลยค่ะครูเขียนมาถึงตรงนี้

หนูรักครูจัง

จากข้างในที่มัวๆ อยู่กว่าสามเดือน ด้วยความชั่วที่อยู่ข้างในใจ การเขียนจดหมายฉบับนี้ทำให้ข้างในเบาบางจากความมัวๆ ค่ะครู เริ่มตอนนี้ใจก็สบายตอนนี้

 เริ่มเท่าที่เริ่มได้ ทำเท่าที่ทำได้ อย่ารอเวลา อย่าให้กิเลสมาขึ้นเหยียบหัว

อดทนนะติ๋วสู้ต่อไป
ขอโอกาสกราบขอขมาครูเจ้าค่ะ

 ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี หากศิษย์ได้ปรามาสล่วงเกินสิ่งใดขอท่านได้โปรดเมตตางดโทษล่วงเกินอันนั้น เพื่อการสำรวมระวังในกาลต่อไป

ในเส้นทางที่เลือกเดินเหมือนมันได้ปักธงแห่งเป้าหมายลงแล้ว ต่อไปก็เหลือเพียง ทำเช่นใดจึงจะถึงเป้าหมาย เป็นกำลังใจให้หนูหน่อยนะคะรกครงแ