ระฆังแรกที่เกี่ยวข้องกับแผนงานสร้างเครือข่ายประชาสัมพันธ์ คือ การสร้างและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกัน ซึ่งฉันเริ่มต้นที่โครงการสัมมนาและศึกษาดูงานศึกษาดูงานด้านกลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์เชิงรุกและการสร้าง Branding ขององค์กร  อันเป็นโครงการต่อเนื่องจากแผนงานเดิมที่เราเริ่มสร้างเครือข่ายค่ะ

                       ในครั้งนี้อาจเป็นโชคดีนิดหน่อยตรงที่ฉันสามารถกำกับดูแลการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ ยกเว้นเรื่องเดียวคือ การเขียนขออนุมัติงบประมาณ และการติดต่อสื่อสารประสานกับคณะหรือหน่วยงานด้วยตนเอง เพราะนั่นเป็นภารกิจหลักสำคัญของกองบริหารงานบุคคลค่ะ (หากฉันยังคงทำงานในหน่วยงานเล็กๆ นั่นจะเป็นภาระหน้าที่เบ็ดเสร็จในตัวของฉันเอง)

                       กรอบความคิดที่เป็นจุดเริ่มต้นการเคาะระฆังยกแรกนี้ ฉันคิดถึงการมองป่าทั้งป่า... ซึ่งหลักการนี้สามารถนำไปใช้ได้ในทุกสถานการณ์ค่ะ นั่นเป็นประสบการณ์ที่ได้จากการทำงาน  เมื่อองค์กรของเรามีแผนฯใหญ่ มีธงนำให้เราดำเนินงานไปในทิศทางที่องค์กรต้องการ ดูให้ครบ ให้รอบและครอบ...และจงเดินหน้าไปตามทางนั้น ด้วยหลักการและเหตุผลหนักแน่น แนวโน้มสูงที่จะตามมาคือผู้ใหญ่จะไฟเขียวให้ค่ะ

องค์กรของฉันเป็นสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่  มีหน่วยงานต่างๆ  ทั้งในระดับคณะ  สถาบัน  สำนัก  และส่วนงานวิชาการ ซึ่งแต่ละแห่งมีวิถีการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์  โดยส่วนหนึ่งได้ประสานงานกับงานประชาสัมพันธ์ที่ฉันดูแลโดยตรง และอีกส่วนหนึ่งได้ดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์ของตนอย่างอิสระ หน่วยงานเล็กๆ ของฉันและทีมงานอีก 9 คน เป็นหน่วยงานส่วนกลางซึ่งมีพันธกิจในการเผยแพร่นโยบาย  ข่าวสารตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร ให้แก่สังคมภายนอกและภายในสถาบัน  ดังนั้น  เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการดำเนินนโยบายด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ให้เป็นไปในลักษณะการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในยุคของการใช้สื่อที่ทันสมัยให้มากขึ้น ตลอดจนให้รับทราบถึงระบบการประสานงานประชาสัมพันธ์ขององค์กร ให้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน  และเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างหน่วยงานต่างๆในองค์กร  พร้อมทั้งวางแนวทางในการประสานงานกับสื่อมวลชนและบุคคลภายนอกองค์กรให้มากขึ้น  เราจึงมีแผนงานการศึกษาดูงาน ควบคู่กับการสร้างกิจกรรมประสานสัมพันธ์ระหว่างผู้มีหน้าที่ปฏิบัติงานเดียวกันขึ้น

                       แม้ว่าการดำเนินงานจะมีอุปสรรค คือ ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากหลายคณะ/หน่วยงานในองค์กร ที่จะอนุญาตผู้ปฏิบัติงานมาเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของฉันเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านประชาสัมพันธ์ จำนวน 37 หน่วยงาน แต่เราได้รับการตอบรับเพียง  24 หน่วยงาน รวมหน่วยงานกลางของเราอีก 1  เป็น 25 หน่วยงาน แต่เราก็ยังคงเดินหน้าต่อไป (แม้ว่ากองบริหารงานบุคคลจะบ่นเล็กๆ ว่าขาดทุนก็ตาม) กิจกรรมครั้งนี้ฉันมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เข้าร่วมศึกษาดูงานได้รับความรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ที่ทันสมัยและเหมาะสมกับองค์กร เกิดการมองเห็นภาพและวิสัยทัศน์ในการประชาสัมพันธ์ขององค์กรภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างงานประชาสัมพันธ์ของแต่ละหน่วยงานภายในองค์กร อันจะนำไปสู่ความสำเร็จด้านการประชาสัมพันธ์ขององค์กรของเราโดยรวมค่ะ

 

                        กิจกรรมย่อยในโครงการนี้เริ่มต้นอุ่นเครื่องด้วยการบรรยายภาพรวมแผนงาน ทิศทางการดำเนินงาน โดยผู้บริหารผู้มีภารกิจกำกับดูแลงานด้านมวลชนและการสื่อสารสัมพันธ์ค่ะ จากนั้น ฉันได้นำหลักการจัดการความรู้ที่เล่าเรียนลงมือปฏิบัติ-เกี่ยวเก็บเป็นประสบการณ์ตลอดเวลาสามสี่ปีผ่านเลยมาใช้ นั่นคือการกระจายงานกันทำระหว่างทีมงานของฉัน ของผู้ร่วมสัมมนาดูงาน การเตรียมความพร้อมศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของหน่วยงาน/องค์กรที่เราจะไปเยี่ยมชมดูงาน การเตรียมคำถามที่อยากรู้หลังจากรับฟังการบรรยายสรุปแล้ว  การถามความคาดหวังก่อนไปดูงาน การร่วมกันถอดบทเรียนได้อะไรไปบ้างในทันทีที่เราเสร็จสิ้นกระบวนการศึกษาดูงาน และสิ่งสำคัญที่ต้องการคือเรื่องราว “สัญญาใจ ไฟปรารถนา” ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านประชาสัมพันธ์ งานในหน้าที่โดยตรงของฉัน ทีมงาน และทุกคนที่ลงเรือลำเดียวกันค่ะ

                       แต่ไม่ได้หมดเพียงเท่านี้นะคะ เป้าหมายงานสำคัญลำดับถัดมาที่ฉันวางแผนไว้จะต้องเกิดขึ้นให้ได้  โดยที่ขณะดำเนินโครงการศึกษาดูงานนี้ ฉันยังไม่คาดหวังเร่งรัดหรือรุกเร้าอะไร คือเรื่องการสร้างเครือข่ายให้แข็งแกร่งขึ้น  ซึ่งไว้จะเล่าต่อไปค่ะ ว่า มันมีจังหวะขยับที่มาเร็วมากได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยที่ฉันและทีมงานยังไม่ได้ออกแรงอะไรมากมายเลย ไว้จะเล่าให้ฟังต่อไปนะคะ.