ความเปลี่ยนแปลงทางด้านสื่อ ข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนความรู้ วิทยาการ เทคโนโลยี ในปัจจุบัน มีความรวดเร็ว ซับซ้อน หลากหลาย และมีลักษณะที่น่าสนใจอย่างจำเพาะบางประการที่สืบเนื่องอยู่กับพัฒนาการต่างๆของสังคมโลกในปัจจุบัน ผมขอนำเอาข่าวและข้อมูลจากสื่อกรณีการตอบโต้กันทางสื่อของ รตอ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กับผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังกะเหรี่ยงโกลทูบอ มาเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์และใช้ศึกษาให้เห็นถึงข้อที่น่าสังเกตบางประการ เพื่อส่งเสริมการสามารถใช้สื่อและข่าวสารต่างๆให้เป็นสภาพแวดล้อมสำหรับสร้างความรู้และพัฒนาการเรียนรู้ สร้างสุขภาวะและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา

สื่อมวลชนที่รายงานข่าว บางฉบับรายงานว่าผู้บัญชาการทหารของกองกำลังกะเหรี่ยงโกลทูบอในกรณีที่กำลังเป็นข่าวนี้ชื่อ 'นะคำมวย' ในอดีตนั้น แหล่งข้อมูลของปรากฏการณ์ต่างๆมีอยู่อย่างจำกัด สื่อมวลชนต่างๆในสังคมมักมีแหล่งข้อมูลเดียวกัน ขณะเดียวกัน แหล่งเหตุการณ์ก็มีความจำกัดอยู่ในสังคมไทย ข้อมูลต่างๆจึงมักสอดคล้องกัน สิ่งที่ปรากฏในสื่อมวลชน จึงมักสามารถใช้อ้างอิงได้อย่างสอดคล้องกันในระดับสาธารณะ แต่ปัจจุบัน จะแตกต่างออกไปจากที่กล่าวมา ดังจะเห็นได้ในลำดับต่อๆไปอีก

บางฉบับใช้ชื่อรายงานว่า 'นะคะมุย' และให้รายละเอียดว่าเป็นทหารชั้นนายพลยศพลตรี

บางฉบับไม่ได้ใช้ทั้ง 'นะคะมวย' หรือ 'นะเคามุย' แต่สะกดและออกเสียงต่างออกไปว่า 'นะคะมุย'

บางฉบับดังตัวอย่างจากภาพข้างบน เมื่อมีข่าวคนละกรอบในฉบับเดียวกัน บางครั้งก็อาจจะพบว่าใช้ชื่อออกเสียงต่างกันสองแบบไปเลยว่า 'นะเคามวย' และ 'นะคะมวย' ทั้งที่เป็นการรายงานคนละกรอบอยู่ในสื่อฉบับเดียวกัน

เมื่อลองตรวจสอบจากหลายๆแหล่ง โดยเฉพาะในสื่อและระบบเข้าถึงข้อมูลที่มีอิทธิพลต่อคนส่วนใหญ่ในสังคมออนไลน์ทั้งของสังคมไทยและสังคมโลก ผ่านการใช้ระบบค้นหาข้อมูลจากสื่อออนไลน์ของกูเกิ้ล ก็มีสภาพเดียวกัน อีกทั้งข้อมูลแสดงสถานะบุคคล ก็มีทั้ง ยศพลตรี พลโท และพลเอก เรียกว่ามีโอกาสถูกหมดและผิดหมดเท่ากัน การมุ่งได้ข้อเท็จจริงจากสื่อและการอ้างอิงแหล่งข้อมูล จึงลดบทบาทและลดการมีความหมายต่อการบริโภคข้อมูลข่าวสารดังที่เคยเป็นการอธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมต่อสื่ออย่างในอดีตลงไป การเข้าถึงข้อมูลและสื่อในอดีตกับปัจจุบันและอนาคต ของประชาชน จึงเชื่อว่าจะมีจุดหมายเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว

ในสื่อสังคมออนไลน์ดังเช่นในพันธุ์ทิพย์ดอทคอม ก็มีข้อสังเกตดังกล่าวนี้ และพยายามช่วยกันให้ความรู้ อีกทั้งชี้ให้เห็นเพิ่มขึ้นอีกว่า ออกเสียงว่า 'นะคังมวย' 'นะคันมวย' 'นะคัมมวย' ก็ได้ ซึ่งแปลว่า ขนที่ริมฝีปาก หรือ หนวดเครา จึงทำให้สามารถสันนิษฐานต่อความหมายอันแท้จริงเพิ่มขึ้นมาได้อีกชั้นหนึ่งก่อนว่า ชื่อและตัวตนดังปรากฏในสื่อนั้นเป็นฉายาของนายพลท่านนี้ที่มี 'หนวดเครา' เป็นเอกลักษณ์นั่นเอง โดยชื่อจริงของเขาคือ 'ซอละปอย' ไม่ใช่ 'นะคะมวย' 'นะคะมุย' 'นะคัมมวย' 'นะคำมวย' หรือ 'นะเคามวย' และ 'นะเคามุย'

หากค้นด้วยภาษาอังกฤษ ก็มีสภาพไม่ต่างกัน โดยบ้างก็เขียนติดกัน เป็น Nakamuay บ้างก็เว้นวรรค Naka Muay ซึ่งก็จะสามารถออกเสียงให้แตกต่างกันไปอีกได้หลายแบบ ชวนให้สับสนได้ไม่น้อยไปกว่าในสื่อพากย์ไทยเหมือนกัน

จากตัวอย่างที่เกิดขึ้นนี้ กำลังเป็นภาพสะท้อนให้เห็นการมาถึงของสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนผ่านจากสภาพอดีตไปสู่อนาคต ที่ผู้คนและชุมชนในระดับต่างๆจำเป็นต้องมีความสามารถในการเรียนรู้ ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่ผมขอตั้งข้อสังเกตไว้บางประการ .......

๑. ความหมายเชิงบริบทมีบทบาทมากต่อตัวบทของความรู้ต่างๆ : ความรู้และข้อมูลข่าวสารมีความเป็นจริงจากหลายจุดยืนและมีความหมายสอดคล้องไปตามบริบทจำเพาของการนำเสนอข้อเท็จจริงแต่ละชุด

๒. ข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศเกี่ยวกับความรู้ มีฐานะเป็นสิ่งแวดล้อมของชีวิตการเรียนรู้ : ข้อมูลข่าวสารมีลักษณะลดลำดับความสำคัญด้านการนำเสนอสารสนเทศความจริง ไปสู่การเป็นเพียงสภาพแวดล้อมที่ปัจเจกและชุมชนจะจัดความสัมพันธ์ด้วยแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งจะเลือกเข้าถึงด้วยตนเอง ความจริงและข้อเท็จจริง จึงไม่สำคัญเท่ากับการพัฒนาการรับรู้ การเลือกสรรและสร้างความมีประสบการณ์ต่อสังคม และวิธีสร้างบทสรุปให้ตนเองของผู้รับ

๓. ความจริงและความรู้ที่จะมีบทบาท คือความรู้และการเกิดการเรียนรู้ที่สามารถสร้างขึ้นในตนเองของเรา : ความสามารถของประชาชนในการเป็นผู้อ่าน ผู้สามารถเข้าถึง และผู้มีความสามารถได้รับข้อมูลข่าวสาร ซึ่งในทศวรรษที่ผ่านมานั้น จะจัดว่าเป็นการบรรลุจุดหมายของการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสื่อและข้อมูลข่าวสาร แต่ปัจจุบันและอนาคตนั้น ศักยภาพและความเป็นพลเมืองในระดับดังกล่าวจะไม่เพียงพอ ผู้อ่านและผู้บริโภคข่าวสารความรู้ จะต้องมีความสามารถในการสร้างความรู้ ตรวจสอบและพัฒนาคุณภาพข้อมูล รวมทั้งสร้างบทสรุปต่างๆขึ้นได้ภายในตนเอง ต้องใช้สติปัญญาระดับการมีวิจารณญาณมากยิ่งขึ้น

๔. การเรียนรู้ความเชื่อมโยง เป็นศักยภาพการเรียนรู้ที่จำเป็นมากของสังคมในอนาคต : การสร้างความรู้ การเห็นความหมาย การเกิดแรงบันดาลใจและการสามารถจินตนาการต่อไปได้ด้วยตนเอง ตลอดจนการประเมินให้เห็นถึงมิติเชิงคุณค่าต่างๆ ขึ้นได้ภายในตนเอง มีความสำคัญมากกว่าข้อมูลและความรู้ที่ให้บทสรุปเบ็ดเสร็จจากภายนอก ทำให้มีมุมมองและมีแนวคิดสำหรับศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบ หาข้อมูลและสร้างบทสรุปต่อเรื่องต่างๆที่สนใจให้แก่ตนเองได้อย่างรอบด้าน อีกทั้งมีความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างดีที่สุด ไม่สามารถใช้ความรู้และเกิดการตื่นข่าวไปตามคลื่นสังคมและกระแสนิยมในข่าว ดังที่มีบทบาทมากในยุคอดีต

๕. สารสำคัญของสื่อต้องเน้นสร้างแรงบันดาลใจให้คิดและเกิดพลังชีวิตการเรียนรู้ มากกว่าเพียงการรายงานและสร้างวิธีขนส่งข้อมูลความรู้ : กระบวนการคิด การศึกษาค้นคว้า และการเกิดการตรวจสอบข้อมูล ภายหลังการบริโภคสื่อและข้อมูลข่าวสาร หรือกระบวนการชีวิตและกระบวนการทางสังคมที่เกิดขึ้นหลังจากการสื่อสารเรียนรู้ จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมมากกว่าข่าวสารและการสื่อสารในจังหวะแรก ดังตัวอย่างของข่าวนี้ ชื่อของผู้บัญชาการทหาร เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับกะเหรี่ยงและอีกหลายเรื่องที่กว้างขวางมากกว่าสารสนเทศในข่าว

๖. ภาษาอังกฤษ ก็ไม่สำคัญเท่ากับทักษะและปัญญาเกี่ยวกับตนเองและสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาค : ปรากฏการณ์ดังเกิดขึ้นในกรณีศึกษานี้ จะเห็นว่าในสื่อภาษาอังกฤษก็อยู่ในสภาพเดียวกัน ไม่ได้ช่วยให้ผู้อ่านและการเข้าถึงปรากฏการณ์เรื่องราวที่ครอบคลุมหน่วยความเป็นจริงที่ใหญ่กว่าสังคมประเทศ นำเอาความเป็นสากลด้วยภาษาอังกฤษมาใช้กับลักษณะเฉพาะทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาค ได้ดีเท่ากับการมีความรู้เกี่ยวกับมิติความหมายในบริบทสังคมวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านไปด้วย

การเรียนรู้จากกรณีตัวอย่างที่นำมาศึกษาในบันทึกนี้ ให้บทเรียนและแง่คิดบางอย่างว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ สังคมไทยจะมีความสัมพันธ์กับประเทศรอบข้างในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น มิติสังคมวัฒนธรรม ตลอดจนความแตกต่างหลากหลายในเชิงบริบททางสังคมและสภาพแวดล้อมต่อกรณีต่างๆ อันเป็นกรณีเดียวกัน ก็จะปรากฏธรรมชาติความแตกต่างและความซับซ้อนหลากหลายมากยิ่งๆขึ้นดังที่สะท้อนให้เห็นจากสื่อที่ถ่ายทอดเรื่องราวเดียวกันนี้ ขณะเดียวกัน พัฒนาการทางด้านสื่อ วิทยาการ และเทคโนโลยี ก็จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว้างขวาง มากเป็นทวีคูณ

กรณีตัวอย่างดังในบันทึกนี้ จึงเป็นปรากฏการณ์และความเป็นจริงอย่างใหม่ที่กำลังมาถึง ซึ่งความสามารถเรียนรู้และการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้แก่สังคม เพื่อก้าวสู่สภาพการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องให้ความสำคัญมากทีเดียว.

...............................................................................................................................................................................................

ขอขอบคุณตัวอย่างภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์ : มติชน ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด คมชัดลึก เนชั่น และกูเกิ้ล