สวัสดีครับคุณหมอธิรัมภาครับ
ขอบพระคุณครับคุณหมอ ตรงแง่มุมนี้อาจจะเป็นประโยชน์ได้บ้างนะครับ โดยเฉพาะเมื่อนำเอาเรื่องราวต่างๆที่เรื่องเดียวกันมีข้อมูลและรายละเอียดต่างกัน มาใช้ในวัตถุประสงค์ต่างๆ พื้นฐานที่สุดก็ติดตามข่าวสารและสถานการณ์สังคมเพื่อเห็นความเป็นไปของสังคมและสภาพแวดล้อม แต่จากตัวอย่างนี้ หากใช้กรอบการสื่อสารและการอ่านข้อมูลการรายงานเรื่องราวต่างๆทางสื่อแบบในอดีต อันได้แก่ต้องประกอบด้วย 4W+1H = What, Who, When, Where, How มาพิจารณาแล้วละก็ ข่าวสารข้อมูลต่างๆ แทบจะไม่ช่วยตอบคำถามเหล่านี้ได้เลย แต่ก็เป็นสภาพความเป็นจริงอย่างหนึ่งที่กำลังปรากฏมากยิ่งๆขึ้นน่ะครับ
หากเป็นอย่างในอดีต หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็อาจจะคิดง่ายๆว่าต้องมีกลไกควบคุมและให้อำนาจจำเพาะสำหรับจำกัดการทำหน้าที่ให้สาธารณชนรับข้อมูลข่าวสารทางเดียว ซึ่งถ้าหากใช้วิธีอย่างนี้ในยุคปัจจุบันก็จะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของโลก อีกทั้งกดสังคมให้สวนทางกับพัฒนาการทางด้านต่างๆ
แต่ถ้าหากหากมองว่ากำลังเป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งของสังคมแล้วละก็ ความคิดหนึ่งที่เกิดตามมาก็คือเราจะสามารถได้อะไรกับข่าวสารในลักษณะนี้ และเมื่อมองให้เห็นข้อจำกัด ขณะเดียวกันก็ก้าวข้ามเพื่อเห็นด้านการทำหน้าที่ต่อสังคมที่ดีๆด้วย ก็เกิดความคิดว่า จุดแข็งของสื่อที่มองด้วยหลัก 4W+1H ไม่ได้นั้น อยู่ตรงไหน
พอมองในแง่นี้ ก็ทำให้ได้ความคิดหลายอย่าง เห็นวาระความน่าสนใจในหลายเรื่องที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ได้ประเด็นเชิงสังคมหลายประเด็น เกิดความสนใจที่จะต้องศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองต่อไป เมื่อมองย้อนกับกระบวนการ ก็เลยเห็นบทบาทสำคัญที่ได้จากเรื่องราวในลักษณะนี้ว่าอยู่ที่การให้ความบันดาลใจและสร้างวาระความสนใจ ที่นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องราวต่างๆนั่นเอง
ในทางการศึกษาและการพัฒนาการเรียนรู้นี่ การสื่อสารแแบบสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้นั้น มีแนวคิดที่น่าสนใจและมีหลักในการแปรไปสู่การลงมือทำต่างจากแนวคิดการสื่อสารแบบถ่ายทอดข้อมูลและประสบการณ์ต่างๆอยู่บ้างเหมือนกันครับ การสื่อสารเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์นั้น ชื่อว่าประสบการณ์ชุดใหม่ ความรู้ และสิ่งใหม่ๆที่จะต้องเรียนรู้นั้น อยู่ในแหล่งการเรียนรู้ที่อยู่ภายนอกตัวคน กระบวนการการสื่อสารจะเน้นการทำหน้าที่ถ่ายทอดประสบการณ์และข้อมูลชุดหนึ่งจากผู้ส่งไปยังผู้รับ การเรียนรู้จึงหมายถึงการเปิดรับข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับการถ่ายทอดให้ ซึ่งอาจจะประเมินได้จากความรู้ความเข้าใจ ทัศนคติ และทักษะปฏิบัติต่างๆที่สัมพันธ์กับความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่
แต่การสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจนั้น จะมีแนวคิดว่า ความรู้ พลังการเรียนรู้ และพลังการปฏิบัติต่างๆนั้น ไม่ได้อยู่ที่แหล่งภายนอกและไหลถ่ายเทเข้าสู่ตัวคน แต่เป็นกระบวนการที่มีอยู่ในตัวคนทุกคนอยู่แล้ว สื่อ ข้อมูลสารสนเทศ ตลอดจนความรู้และแหล่งผู้รู้ต่างๆ ทำหน้าที่ได้อย่างมากก็เพียงเป็นสภาพแวดล้อมและสิ่งสนับสนุนศักยภาพและพลังการเรียนรู้ ที่ปัจเจกและชุมชนเรียนรู้ต่างๆจะริเริ่มและกำหนดวาระการเรียนรู้ของตนเองขึ้นมาเท่านั้น แม้ในท่ามกลางสถานการณ์การเรียนรู้เดียวกัน ปัจเจกทุกคนก็จะมีความจำเพาะตน ในอันที่จะรับรู้และเลือกสรรการเรียนรู้เสริมต่อไปบนเงื่อนไขเฉพาะตน มีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ก็เชื่อมโยงกันได้บนระบบคุณค่าและความหมายที่ค่อยๆสั่งสมกันไว้ในระบบสังคม จะว่าไปแล้ว แนวคิดนี้วางอยู่บนแนวคิดที่เชื่อในศักยภาพมนุษย์และพลังการเรียนรู้ตามศักยภาพของปัจเจกน่ะครับจะหาศึกษาได้จากกลุ่มทฤษฎีมนุษยนิยมแนวใหม่น่ะครับ
ดังนั้น ในกรณีที่ไม่ได้เน้นความตายตัวของสารสนเทศอย่างในกรณีตัวอย่างนี้ ก็จะสามารถเน้นการให้น้ำหนักการสื่อสารเพื่อสร้างวาระความน่าสนใจ การสร้างประเด็นที่มีความหมายต่อสังคมและสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิต เพื่อให้ผู้คนได้ความบันดาลใจไปศึกษาเรียนรู้ด้วยวิธีการต่างๆต่อไป เช่น เกิดการพูดคุยกันกับคนรอบข้าง หาข้อมูลจากสื่อและแหล่งค้นคว้าต่างๆ เหล่านี้เป็นต้น
ในการทำงานนั้น แนวคิดการสื่อสารเพื่อให้วาระความน่าสนใจร่วมกันและการสื่อสารแบบสร้างแรงบันดาลใจ ก็จะเป็นประโยชน์มากต่อการสื่อสารทำงานครับ เนื่องจากในกระบวนการทำงานนั้น หากรอให้งานต่างๆเสร็จสิ้นหรือบรรุลจุดหมายต่างๆกระทั่งได้บทสรุปที่แน่นอนก่อนแล้วค่อยสื่อสารให้ได้ตามหลัก 4W+1H นั้น หลายๆเรื่องก็อาจจะช้าเกินไป อีกทั้งเมื่อเสร็จสิ้นแล้วสถานการณ์และความจำเป็นต่างๆก็อาจจะเปลี่ยนไป แม้นจะสื่อสารด้วยข้อมูลแบบ 4W+1H ที่ดีอย่างไรก็ไม่เป็นประโยชน์
แต่ครั้นจะสื่อสารไปบนกระบวนการทำงาน ข้อมูลและเรื่องราวต่างๆก็อาจจะมีสภาพเหมือนกับกรณีตัวอย่างจากสื่อที่นำเอามาศึกษานี้แหละครับ คือ ไม่มากพอ หรือยังไม่เป็นที่สรุปได้ ซึ่งถ้าหากไม่มีวิธีอย่างอื่นช่วย ก็แทบจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย วิธีสื่อสารเพื่อให้เห็นแนวโน้มความเคลื่อนไหว เกิดประเด็นความสนใจร่วมกัน และเกิดประเด็นที่มีความหมายต่อสังคมหรือต่อชีวิตและการทำการงานต่างๆ ก็จะนำมาใช้ได้ ซึ่งก็จะเป็นวิธีหนึ่งที่สอดคล้องกับการทำงานไปก็สื่อสารและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันไป อย่างใน Gotoknow นี้เหมือนกันนะครับ
ว่าเป็นเรื่องเป็นราวเชียว เรียกว่ามีนานๆทีจะมีเรื่องให้เกิดแรงบันดาลใจเสวนากันเยอะๆในเรื่องแนวนี้ได้ก็แล้วกันนะครับ คุณหมอและทีมมีการทำงานในแนวนี้มามากมายเลยกล้าคุยยาวๆน่ะครับ ผมเองก็ได้ถือโอกาสบันทึกรวบรวมไว้ เอาไว้กลับมาอ่านและทบทวนเรื่อยๆเหมือนกันน่ะครับ