• ขอบคุณอาจารย์อย่างมากที่เขียนบทความนี้ซึ่ง "สร้างแรงบันดาลใจให้คิดและเกิดพลังชีวิตการเรียนรู้"  อย่างยิ่งค่ะ ..กำลังพยายามตกผลึกประเด็น หัวข้อบรรยายงานประชุมวิชาการ Plliative care (เล็กๆ) ที่จะมาถึง "medical informatics กับ Palliaitive care" กังวลลึกๆ ว่าผู้ฟังจะตีความว่า informatics = technology แล้วปิดใจเสียก่อน  แต่เจตนาจริงๆ คือ ความรู้ของ Palliative care มักฝังในประสบการณ์ และมักถ่ายทอดมาเป็นเรื่องเล่า  ทำอย่างไรให้ "สาระ" มีการสกัด และเจียระนัย (data mining) ในยุคที่ข้อมูล เรื่องเล่า ข่าวต่างๆ ท่วมท้น
  • ประทับใจกับข้อความนี้   "ซึ่งในทศวรรษที่ผ่านมานั้น จะจัดว่าเป็นการบรรลุจุดหมายของการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสื่อและข้อมูลข่าวสาร แต่ปัจจุบันและอนาคตนั้น ศักยภาพและความเป็นพลเมืองในระดับดังกล่าวจะไม่เพียงพอ ผู้อ่านและผู้บริโภคข่าวสารความรู้ จะต้องมีความสามารถในการสร้างความรู้ ตรวจสอบและพัฒนาคุณภาพข้อมูล รวมทั้งสร้างบทสรุปต่างๆขึ้นได้ภายในตนเอง ต้องใช้สติปัญญาระดับการมีวิจารณญาณมากยิ่งขึ้น" ขออนุญาตนำไปยกประกอบกับภาพของ Danial Pink

ในความเห็นตนเอง การเข้าสู่ information age เป็นสิ่งท้าทายมากหากคนไทย ทำงานแบบไม่สื่อสารกัน 

  • ข้อสังเกตหนึ่ง ที่อยากแชร์ประสบการณ์ค่ะ ในสังคมตะวันตกนั้น เวลาทำงาน เขาจะสื่อสารกันมาก อะไรนิดอะไรหน่อย ก็โทรหา email หา ถามความเห็น ถามข้อมูลกันจนแน่ใจ พอเวลาส่วนตัวก็เป็นปัจเจก ต่างคนต่างปิดโทรศัพท์ ไม่เปิด email ...ในสังคมเราตรงกันข้าม เวลาทำงาน ไม่สื่อสารกัน เช่น เร็วๆ นี้ คนหนึ่งในทีมไปเอาอุปกรณ์จากสำนักงานกลางก่อนกำหนดด้วยความหวังดี แต่พอถึงกำหนดจริงๆ หัวหน้าทีมไปเอา เป็นอันวุ่นวายว่า ใครเอาไป เมื่อไหร่ อย่างไร (ทั้งๆ ที่สองคนนี้ ทำงานห่างกันแค่ประตูกั้น)  แต่นอกเวลางาน มักมาล้อมวงคุยกัน ปรึกษางานด่วน (จี๋) กันนอกเวลาได้...เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?