ว้ายตาเถร... แล้วแบบนี้มหาลัยวิจัยไทย กรมแพทย์แผนไทยทำไรอยู่...น่าวิจัย (frontier research...แบบม.ปตท. นิ) สกัดสารออกฤทธิ์ สารส่งผลร้ายข้างเคียงได้แล้วนะ

แกงขี้เหล็ก ..น้อยคนที่จะชอบกิน เพราะมันขม ...แต่คนแก่แบบผมก็อมกันเพลินลิ้น  (ความจริงผมชอบแกงนี้มาแต่เป็นเด็กแล้ว ก็แม่แกแกงให้กินประจำ)  

 

ผมไปศึกษาธาตุอาหารใบขี้เหล็กแล้วตกใจว่ามันมีสารอาหารเพียบมากที่สุดในประดาใบทั้งหลาย   ....รวมทั้งใบยอ ใบกระถิน แค  ชะพลู  ....ที่น่าแปลกมากคืออะไรที่มีเบต้าแคโรทีนสูง จะไม่มีวิตามินเอเลย (แม้แต่น้อย )   and vice versa ....ผมไม่ทราบว่ามันจะเตะตานักวิจัยบ้างไหมว่า ทำไม ...ผมไปศึกษาเพิ่มพบว่าไอ้สองตัวนี้มันเป็นพี่น้องกัน   มันคงไม่ถูกชะตากันกระมัง สงสัยชาติก่อนแย่งกันเข้าห้องน้ำจนทะเลาะกันมาแบบตัดญาติขาดมิตรจนถึงชาตินี้

 

 

จากนั้นผมได้สังเกตว่าไอ้ใบขี้เหล็กนี้นอกจากธาตุอาหารสูงมากแล้ว ใบยังดกมากๆ อีกด้วย  

 

จากการที่ผมได้คิดค้นการเลี้ยงสัตว์ในสวนป่าไว้นานแล้ว วันหนึ่งได้มีโอกาสสนทนากับ ครูบาสิทธินันท์ แห่งอ.สตึก จ. เซาะกราว   ผู้ก่อตั้ง “มหาชีวาลัยอีสาน”  จึงไปเสนอท่านว่าเราปลูกป่าขี้เหล็กแล้วริดใบมันมาเลี้ยงวัวได้ไหม   ท่านว่าได้  เพราะท่านปลูกขี้เหล็กไว้มากแล้ว  เพื่อเอาเนื้อไม้   ท่านทดลองให้วัวกิน   ปรากฏว่า วัวอ้วนพีดีมาก  ท่านสอนผมด้วยว่า เนื้อไม้ขี้เหล็กดีมากๆ  แข็ง ทนทาน ลายสวย (ดำสลับขาว)  โตเร็วอีกด้วย ....ฮ่วย ทำไมมันดีปานนี้ แล้วรัฐมารไทยรู้เรื่องอะไร แล้วเอามาส่งเสริมอะไรบ้างไหม

 

 

 

จากนั้นได้สนทนากับหมอ พะยอม บูรณสินธุ์ (ขออนุญาตเอ่ยนามท่านด้วยความเคารพ....ซึ่งส่วนตัวผมเรียกท่านว่า "หมอแม่" )   คุยกันเรื่องขี้เหล็ก หมอแม่บอกว่า มันแก้เบาหวานได้ดีมากๆ  คนไข้หลายรายกินแล้วหาย เสียแต่ว่าก็ยังตายอยู่ดี ด้วยโรคไตวาย  

 

....ว้ายตาเถร... แล้วแบบนี้มหาลัยวิจัยไทย  กรมแพทย์แผนไทยทำไรอยู่...น่าวิจัย (frontier research...แบบม.ปตท. นิ)  สกัดสารออกฤทธิ์ สารส่งผลร้ายข้างเคียงได้แล้วนะ  ไม่ใช่เอาเวลาไปแต่ตีกอล์ฟเลียนายอยุ่นั่นแหละ หึหึ

 

...คนถางทาง (วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555)