เหมือนโค้งรุ้งเลือนลางแล้วจางหาย ไม่หลงเหลืออยู่ได้ที่ปลายฟ้า ชีวิตเราแต่ละคนพ้นผ่านมา ถึงเวลาก็ผ่านไปไม่ยั่งยืน




ก่อนจะเห็นโค้งรุ้งเหนือคุ้งน้ำ
แต้มฟ้างามแจ่มกระจ่างสว่างไสว
ต้องอบอ้าวผ่าวร้อนแทบอ่อนใจ
พยับแดดแผดไหม้ไร้ร่มเงา
พอลำแสงลับไปในม่านเมฆ
มัวหม่นหนาว เย็นวิเวก วังเวงเหงา
ฟากฟ้าคราม เปลี่ยนเห็นเป็นสีเทา
แล้วมืดครึ้ม ซึมเซา ด้วยเงาดำ
ประกายแลบ แปลบปลาบ วูบวาบวับ
เข้าจู่โจมโถมทับ หมู่เมฆต่ำ
คำรามร้อง ก้องลั่น สนั่นนำ
ก่อนห่าฝน เทกระหน่ำ มีน้ำนอง
สิ้นสายฝน สร่างซา ท้องฟ้าใส
ภาพริ้วรุ้งโค้งไกล อำไพผ่อง
งามจับใจ จับตา คราได้มอง
ปรากฏความเรืองรอง ของเรื่องราว
ทุกอย่างใช่ จะง่ายงาม ตามที่หวัง
มีเบื้องหน้า เบื้องหลัง ทั้งสุขเศร้า
ยิ้มหัวเราะ ได้บ้าง เป็นบางคราว
ซ่อนเจ็บปวด รวดร้าว หนาวน้ำตา
เหมือนโค้งรุ้ง เลือนลาง แล้วจางหาย
ไม่หลงเหลือ อยู่ได้ ที่ปลายฟ้า
ทุกข์สุขล้วน เริ่มต้น พ้นผ่านมา
ถึงเวลา ก็ผ่านไป ไม่ยั่งยืน
สันติสุข สันติศาสนสุข
๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ / ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ท



ดูดั่งเป็นแสงเทียนที่เปลี่ยนผัน
เปรียบชีวิตหญิงชายย่อมคล้ายกัน
สักกี่วันที่เหลืออยู่จงรู้เพียร
ธรรมทิพย์
เอามาจากที่ไหนครับเนี่ย กลุ่มคนรักมวลเมฆเห็นแล้วทึ่งแน่ๆๆ
..แต่ละ..คน..เห็น..กัน.คนละอย่าง..บ้างก็เห็น..ความหวัง..ปลายสายรุ้ง..ที่..สุดทาง..บ้างก็บ่นบ้า..หาสมบัติ..ปลายรุ้งเอย...(ยายธี)
ภาพสวยมากครับ.....บทกลอนก็กินใจ ขอชื่นชมจริงๆครับ
สวยทั้งภาพงามทั้งบทกลอน..ชอบครับ ขอบคุณครับ...
คุณธรรมทิพย์ สวัสดีครับ
ดร.ขจิต ฝอยทอง สวัสดีครับ
คุณยายธี สวัสดีครับ
ครูจุม สวัสดีครับ
บทกลอนชวนให้คิดเตรียมใจค่ะ โดยเฉพาะวรรคสุดท้าย โดยเฉพาะในวันที่มีความสุขเหลือหลายและกลัวมันจะจางหายไปดังสายรุ้งนั้น
ขอบคุณค่ะ
สุขสันต์คืนวันเสาร์ค่ะคุณพี่ ;)
คุณพ.แจ่มจำรัส สวัสดีครับ
น้องปริม สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะพี่สันติสุข
- ภาพสวยมากเลย...ดูแลสบายใจ จริงๆ ค่ะ
น้องมนัสดา สวัสดีครับ
บทกวีและภาพแสนงดงาม มองเห็นสัจธรรมของชีวิต ขอบคุณมากค่ะอาจารย์
สวยมากค่ะ
คุณ Somsri สวัสดีครับ
กลอนเพราะ...เข้ากับฤดูกาลนี้เลยครับ