ต้องกล่าวคำว่า “ขอโทษ” คุณบอน ด้วยนะค่ะที่กล่าวคำว่า “ขอขอบคุณค่ะ” ล่าช้าเพราะว่ากลับมาบ้านที่มุกดาหาร เนื่องจากว่าหมู่บ้านพิไลกับในเมืองมุกดาหารมันห่างไกลกันมากระยะทางประมาณ 26กิโลเมตรก็เลยมาที่อำเภอนิคมคำสร้อยแทนระยะทางจากบ้านถึงอำเภอนิคมคำสร้อยนั้นก็ประมาณ 17 กิโลเมตร ก็เลยหาเวลาว่างมาขอบคุณยากหน่อยนะค่ะ จะเห็นว่าช่วงนี้พิไลจะห่างๆการเข้าอินเตอร็เน็ตสักระยะหนึ่ง

     เมื่อได้รับจดหมายที่คุณบอนส่งมาให้เลยรีบเปิดดูข้างในเห็นหนังสือเล่มเล็กๆแต่บทความข้างในนั้นมันยิ่งใหญ่เกินที่จะบรรยาย

      จากที่ได้อ่านหนังสือ ก่อร่าง สร้างฝัน ที่หนองสรวง ผู้เขียน คุณอำนาจ แสงสุข(น.เมืองสรวง) และคุณอาษา อาษาไชย (นายบอน!)

       คำที่อยู่หน้าปก เขียนว่า มิติใหม่แห่งการพัฒนาบ้านเกิดของคนรุ่นใหม่ 8 ปีแห่งความมุ่งมั่น เพื่อสร้างฝันในชุมชน เป็นข้อความที่กินใจและลึกซึ้งอย่างมากสำหรับคนที่รักบ้านเกิด

      จากข้อความที่ว่า  ผลงานที่มีคุณค่า จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่ได้จุดเริ่มต้นขึ้นมา การก่อร่าง สร้างฝันที่หนองสรวงไม่ใช่สิ่งที่เพียงเป็นจิตนาการเท่านั้น หลายคนมักจะรอให้เกิดความพร้อมเสียก่อน จึงคิดที่จะลงมือทำงานที่วาดฝันไว้ จึงสามารถที่จะทุ่มเทเพื่อทำงานในส่วนนี้ได้

       แต่อีหลายคน แค่มีหัวใจที่พร้อมที่จะทำงานเพื่อชุมชน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เขาก็สามารถเริ่มทำความฝันให้เป็นจริงขึ้นมาได้

    จากหนังสือ  ก่อร่าง สร้างฝัน   ที่หนองสรวง

     เมื่อครั้งที่พิไลเรียนอยู่ปี 2 พิไลบอกกับเพื่อนว่า "เราอยากกลับบ้านเพื่อพัฒนาบ้านเกิดเรา"

เพื่อนๆพากันหัวเราะในความคิดนี้ เพื่อนๆยังบอกอีกว่า "ไลมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะกลับไปพัฒนาบ้านเกิด  กลับไปให้ชาวบ้านพากันนินทาอย่างนั้นหรือ" และเพื่อนยังบอกอีกว่าพวกเรามาเรียนมันเหมือนสร้างกำแพงยิ่งเรียนสูงเท่าไหร่กำแพงมันยิ่งสูงเท่านั้น" ทุกวันนี้ยังจำจดและพร้อมที่จะเปลี่ยนคำที่เพื่อนได้พูดออกมาให้ได้เห็นว่าคนๆนี้แหละที่จะทำลายกำแพงที่ขวางกั้นความคิดนี้ให้ได้

     เพราะความคิดที่อยากให้ลูกหลานของตนเรียนเพื่อเป็นเจ้าคนนายคนอยู่ในเมืองใหญ่นี้เองทำให้บัญทิตส่วนใหญ่ไม่หันกลับมาบ้านเกิดของตัวเอง

     ขอขอบคุณ คุณบอนมากนะค่ะที่ส่งหนังสือดีๆมาให้เพื่อให้มีกำลังใจที่จะพัฒนาบ้านเกิดต่อไป