จุดเกิดเหตุอยู่ที่ครอบครัวและชุมชนนี่เอง

ทำดีเพื่อลูก...ทำถูกเพื่อหลาน

             พอดีเหลือบไปเห็นป้ายที่ต้นไม้ในโรงเรียนเขียนข้อความตามหัวข้อข้างต้น ให้ต้นไม้พูดออกมาเพื่อบอกกล่าวให้สะดุดตาเตือนใจผู้ปกครอง ที่มารับลูกหลานหรือที่ผ่านไปผ่านมา เป็นข้อคิดสะกิดใจ 

           หลังจากที่เข้าไปในหมู่บ้าน ผู้เขียนได้เห็นชาวบ้านในชุมชน กำลังเผาถ่านขายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ควันโขมงทั้งวัน มองเข้าใปในบ้านแต่ละหลัง พืชสวนครัวรั้วกินได้ก็แทบจะไม่มี   

           เมื่อก่อนอาจมี แต่คงตัดเผาถ่านไปแล้ว มองไปไกลๆตามหัวไร่ปลายนา ทั้งร้อนและแห้งแล้ง ต้นไม้ที่จะช่วยหลบแดดฝน มีน้อยเหลือเกิน เท่าที่เคยเห็น ต้นไม้หน้ากว้าง ๕ - ๖ นิ้ว ก็ตัดมาเผาถ่านกันแล้ว จำได้ว่าเคยถามผู้ปกครองเหมือนกันว่าทำไม..?   

            เมื่อก่อนตามดงอ้อย ดงมันสำปะหลัง เคยมีดงไม้ใหญ่น้อย ให้เห็นเป็นจุดๆ ตอนนี้โล่งเตียน ไม่มีสักต้น ผู้ปกครองให้เหตุผลว่า ราคาอ้อย ราคามันดีขึ้น ต้องใช้ประโยชน์จากที่ดินให้เต็มที่และถ้ามีต้นไม้ขึ้นอยู่ จะทำให้อ้อยและมัน ไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร......

           ทำให้นึกถึงสื่อสารมวลชน ที่เห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน รณรงค์ให้รักสิ่งแวดล้อม ให้รักการปลูกต้นไม้ ชี้ให้เห็นถึงภาวะโลกร้อนและอุทกภัย ที่ปัจจัยหนึ่งเกิดจากต้นไม้ถูกทำลาย ถ้าผู้ใหญ่ไม่ตระหนักและไม่มองการณ์ไกล จะเหลืออะไรไว้ให้ลูกหลานภูมิใจ หรือว่าพอใจแล้วที่เห็นลูกหลานช่วยเลื่อยไม้และเผาถ่าน...

          ในประเด็นนี้ ..นึกถึงข่าว ที่เด็กอายุ ๖- ๑๐ ขวบ นั่งตั้งวงกินเหล้าที่จังหวัดน่าน แต่จริงๆไม่ว่าที่น่านหรือที่ไหน กำลังเหมือนกันหมด คือ ปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ วันเกิด วันหยุด งานประจำปี ผู้ปกครองจะกินเหล้าเมายาให้ลูกเห็น จนเป็นเรื่องปกติ  

          เด็กซึมซับรับภาพอันสยองจนกลายเป็นธรรมเนียมของเด็กสยามว่า(ไม่ทัน)โตขึ้นต้องกินเหล้าได้ ไม่ใช่เรื่องผิดหรือเรื่องที่ควรละเว้นโดยเด็ดขาด 

          เรื่องจริงในสังคมไทยในชุมชน นิยมจัดเลี้ยงโต๊ะจีน แต่ละปีมีให้เห็นหลายครั้ง ทั้งงานบวช งานแต่ง และงานขึ้นบ้านใหม่ ผู้ใหญ่มักพาลูกหลานไปด้วย เด็กไปนั่งกินของแปลกและนั่งดูพ่อแม่ลุงป้าน้าอากินเหล้า เคล้าควันบุหรี่ จนเด็กติดไปแล้ว เริ่มจากติดตา ติดใจ ติดเหล้า และติดควันบุหรี่ ไปพร้อมๆกัน

           ผู้เขียนว่าน่ามีนายทุนทำโฆษณาในจุดนี้ จะเห็นภาพขั้นตอนและกระบวนการชัดเจน ในจุดเกิดเหตุเหล่านี้ จะวิจัยดูก็ได้และจะเชื่อได้ว่า ปัญหาทั้งหลายแหล่ เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหาวัยรุ่นเสียคน ปัญหายาเสพติด ชิงสุกก่อนห่ามและอาชญากรรม ล้วนมาจากเด็กที่เห็นตัวอย่างผิดๆจากผู้ใหญ่ใกล้ตัว จึงสงสัยว่าเมื่อไหร่เขาจะทำดีเพื่อลูก.....ทำถูกเพื่อหลานกันเสียที

          ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นครู สังหรณ์ใจว่าต้องเหนื่อยมากขึ้นและเชื่อว่าเพื่อนครูคงคิดเหมือนกัน ต้องลงทุนออกเรี่ยวออกแรง ใช้เทคนิคและปากเปียกปากแฉะมากกว่าเดิม ถ้าหวังจะเอาอยู่กับอนาคตเด็กและเยาวชนไทย ในเมื่อครูสอนไปอย่างแต่สังคมชุมชนครอบครัว ก็สอนไปอีกอย่าง แต่ละอย่างล้วนเป็นเรื่องเสียวไส้ทั้งสิ้น

          กำลังจะจบบันทึกนี้ เหลือบไปเห็นกิ้งก่าบนต้นไม้ใกล้หน้าต่างห้องพักครู ผู้เขียนบอกลูกชายว่า พ่อเห็นมันมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ ตอนนี้ใหญ่มาก อยู่ตามต้นสะเดา ๔ - ๕ ตัว นักเรียนไม่เคยทำร้ายมัน ถ้าอยู่ตามบ้าน คงไม่เหลือแล้ว ลำตัวสีน้ำตาลมีจุดสีดำ   

          ผู้เขียนบอกลูกชายอีกว่า พ่อเคยเห็นกิ้งก่าอีกตัวสวยมากกว่านี้ ส่วนหัวจนถึงกลางลำตัว มีสีฟ้าน้ำทะเล ราว ๒ นาทีต่อมา... เจ้ากิ้งก่าสีน้ำตาลตัวเดิม ก็เปลี่ยนสีเป็นสีฟ้าน้ำทะเลทันที... ไม่น่าเชื่อจริงๆ...เหมือนมันจะรู้ว่าเราคิดอะไร...?

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์