ดินที่มีอินทรีย์วัตถุสูงมากถึง 5 เปอร์เซ็นต์เป็นดินที่มีคุณภาพเหมือนกับดินในป่าเขาลำเนาไพร เป็นดินที่ไม่ต้องเติม ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีได้เลย

 

ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก จัดว่าเป็นปุ๋ยที่ดีมีประโยชน์อย่างมากในเรื่องการปรับปรุงบำรุงดินแถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่ทำลายระบบนิเวศน์ จุลินทรีย์รวมทั้งสิ่งมีชีวิตอีกหลายชนิด ทำหน้าที่เป็นทั้งอาหารและบ้านให้กับสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่อาศัยอยู่ในดินจำนวนมากมายหลายชนิด เนื่องจากองค์ประกอบของปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกประกอบไปด้วยอินทรีย์วัตถุ คาร์บอน โปรตีน และกรดอมิโนมากมายหลายชนิด จึงทำหน้าที่ปรับปรุงบำรุงรักษาโครงสร้างของดินให้มีความอุดมสมบูรณ์มิให้แน่นแข็ง รักษาความสมดุลย์ของสภาพความกลางมิให้เกิดความเป็นกรดหรือด่างจัดรวดเร็วเกินไป
 
ดินที่มีอินทรีย์วัตถุสูงมากถึง 5 เปอร์เซ็นต์เป็นดินที่มีคุณภาพเหมือนกับดินในป่าเขาลำเนาไพร เป็นดินที่ไม่ต้องเติม ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีได้เลย เกษตรกรที่หมั่นเติมปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกร่วมไปกับการใช้ปุ๋ยเคมีอยู่ตลอดเวลาจะช่วยประหยัดเงินในการซื้อปุ๋ยเพราะในดินจะมีปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นมากเป็นลำดับจากปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกที่ผ่านการย่อยสลายจากจุลินทรีย์ในดิน  พืชจะมีการเจริญเติบโตที่อุดมสมบูรณ์ดีกว่าดินที่มีการใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว ในป่าเขาลำเนาไพรนั้นต้นไม้น้อยใหญ่เจริญเติบโตได้แม้ไม่ต้องมีการใส่ปุ๋ยเลยแม้แต่เม็ดเดียว เพราะมีพืชมากมายหลากหลายชนิดที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเติมอินทรีย์วัตถุ จากใบที่ร่วงหล่น เศษซากจากกิ่งก้านที่แห้งเหี่ยวจากพืชหลายระดับทั้งใต้ดิน ผิวดิน บนดิน และให้ผลผลิตติดดอกออกผลเป็นฤดูกาล แตกต่างจากมนุษย์ที่เร่งรีบปลูกปีหนึ่งทำกันสองสามรอบซึ่งไม่สัมพันธ์กับการดูดกินปุ๋ยจากทางดินทำให้อินทรีย์วัตถุในดินต่ำจนต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีเป็นหลักในการเพาะปลูก
 
ทั้งที่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกมีประโยชน์คุณูประการต่อวงการเกษตรมากมายเพียงใด แต่ก็ยังมีข้อมูลด้านลบที่ว่า การใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกนำพามาซึ่งเชื้อโรคสู่แปลงของเกษตรกร ไม่แน่ใจว่าถูกปล่อยมาจากผู้ไม่หวังดีที่ขายปุ๋ยเคมีได้น้อยลงหรือไม่? เพราะกระแสการใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ ความจริงที่ถูกกล่าวในเรื่องเชื้อโรคที่ติดมากับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกนั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกนั้นเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ และราหลากหลายชนิด ถ้าแหล่งกำเนิดปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกมีสภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยจุลินทรีย์หรือเชื้อราตัวร้าย และมีจุลินทรีย์ตัวดีเพียงเล็กน้อย ไม่สามารถเจริญเติบโตแข่งกับตัวร้ายได้ ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกชนิดนั้นก็อาจจะนำพาเชื้อโรคมาสู่พืชได้โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นได้น้อยเพราะโดยปรกติจุลินทรีย์ตัวดีจะเจริญเติบโตและเป็นจุลินทรีย์เจ้าถิ่นในกองปุ๋ยหมักได้ดีกว่า และเพื่อความสบายใจในการใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกเราสามารถบริหารจัดการให้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกของเรามีแต่เพยงจุลินทรีย์ตัวดีได้โดยการเติม จุลินทรีย์หน่อกล้วย,  ไตรโคเดอร์ม่า, อีเอ็ม ฯลฯลงไปก่อน ในอัตราหนึ่งลิตร/กิโลกรัมต่อปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก 50 กิโลกรัม หมักทิ้งไว้ 1 -  2 คืนก่อนนำไปใช้ เราก็จะได้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกที่มีแต่จุลินทรีย์ตัวดีเป็นเจ้าถิ่นลงสู่แปลงพืชไร่ไม้ผลของเราโดยเฉพาะไตรโคเดอร์ม่านั้นถือว่าเป็นพระเอกในการเป็นจุลินทรีย์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเชื้อราโรคพืชอย่างดีทีเดียว
 
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com