โหยยยย.......คุณหมอคิดได้ยังไงชีวิตไม่ตายนาหาใหม่ได้ อายุยายปาเข้าไป 68 แล้ว ยายจะเอาปัญญาไหนไปหานาใหม่ นาเดิมนี่ก็เป็นสมบัติของบรรพบุรุษ ยายต้องรักษาไว้เท่าชีวิต เพื่อให้ลูกหลานได้มีที่อยู่
เมื่อครั้นเข้าไปศึกษาในหลักสูตรเฉพาะทางพยาบาลเวชปฏิบัติ( การรักษาโรคเบื้องต้น ) ซึ่งใช้ระยะเวลาเรียนที่ ๑๖ สัปดาห์ ก็ค้นพบว่า เฮอะๆๆๆ.....เจ้านายเข้าใจผิดล่ะหว่า...... ที่จะให้เราออกไปปฏิบัติภารกิจ ดูแลสุขภาพของประชาชน ที่เน้นในเรื่องของการตรวจรักษาโรค ผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพ จริงๆอาจารย์ผู้สอนท่านมีความเป็นครูโดยแท้ พยายามสอนถ่ายทอดให้รู้ในเนื้อหาตามที่สภากำหนด ที่บอกว่าสภากำหนดไว้เท่านี้นี่คือขอบข่ายของพยาบาล เกินนี้คุณไม่ต้องทำมันเป็นข้อกฎหมาย ไม่ใช่หน้าที่ของคุณ
แต่เวลาตรวจรักษาผู้ป่วยนั้น มันนั่งอธิบายข้อกฏหมายไม่ได้ อาการแบบนี้ฉันทำไม่ได้ คนไข้ต้องไปพบแพทย์ที่ โรงพยาบาล แล้วถ้าคนไข้ไม่ยอมไปเพราะเหตุผลต่างๆนานาล่ะเราจะปล่อยคนไข้ไปหรือค่ะ ขอยกตัวอย่างคนไข้ 1 case ที่รู้สึกว่า ถ้าฉันทำตามกฎหมาย มันจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ป่วยบ้าง
“ คุณยายวัย 68 ปี มารักษาที่ PCU ( primary care unit) ด้วย 3 วันก่อนมาไปหาปลาเดินสะดุดไม้ มีแผลที่เท้า เล็กๆ เท้าบวม แดง ปวด มีไข้ เราเห็นก็รู้ได้ทันทีว่า cellulitis แบบนี้มันต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาลเพื่อให้ยาฆ่าเชื้อทางหลอดเลือด ถึงจะเอาอยู่ แต่ทำอย่างไร คุณยายแกก็ไม่ยอมไป โรงพยาบาลเพราะยายกลัวหมอให้นอน โรงพยาบาล นี่คือเหตุผลของยายที่ไม่ไป โรงพยาบาลแต่แรก แกเพียงอยากได้ยาไปกินเพื่อบรรเทาก่อน ชลัญธรก็โทรศัพท์ปรึกษาแพทย์ แพทย์ที่เจอ เป็นแพทย์ เพิ่งจบปีแรก ยื่นคำขาดอย่างเดียวยังไงก็ต้องมา เขาไม่ได้ตรวจคนไข้เองสั่งการรักษาทางโทรศัพท์ไม่ได้หรอก แล้วยิ่งอาการแบบนี้ ยังไงก็ต้องนอน โรงพยาบาล เราก็กลับมาคุยกับยายใหม่ ผลปรากฏว่า ยายก็ไม่ยอมอยู่ดี เหตุผลของยายคือ วันนี้ยังไงก็ไม่นอนต้องกลับบ้าน เพราะว่าพรุ่งนี้ เขามีประชุมตอนเช้าเรื่องตัดถนนเข้านา ซึ่งนายายเป็นส่วนที่ดีรับผลกระทบ ยายต้องรอฟังว่า ยายจะต้องเสียที่นามากเท่าไร แล้วยายจะยินยอมมั๊ยเพราะเขานัดกัน กับผู้ที่มีส่วนได้เสียทุกส่วนแล้ว แต่ถ้าเป็นพรุ่งนี้บ่ายยายจะกลับมานอน รพ.ก็ได้ คนอื่นในบ้านตัดสินใจแทนยายไม่ได้ ยายต้องเป็นคนตัดสินใจเองยายว่าอย่างนั้น” ชลัญธร โทร.กลับไปถามแพทย์อีกรอบ แพทย์ชักหงุดหงิดใส่ชลัญธร บอกให้ถามยายก็แล้วกันว่า จะรักที่นาหรือรักชีวิตเลือกเอา ถ้าชีวิตไม่ตายนาหาใหม่ก็ได้ เท่านั้นก็วางสาย
ชลัญธรล่ะปรี๊ดเลย โหยยยย.......คุณหมอคิดได้ยังไงชีวิตไม่ตายนาหาใหม่ได้ อายุยายปาเข้าไป 68 แล้ว ยายจะเอาปัญญาไหนไปหานาใหม่ นาเดิมนี่ก็เป็นสมบัติของบรรพบุรุษ ยายต้องรักษาไว้เท่าชีวิต เพื่อให้ลูกหลานได้มีที่อยู่ที่่ทำกิน เอ้า.........แล้วชลัญจะเอายังไงล่ะนี่ ....หรือจะปล่อยคุณยายไปตามที่หมอท่านว่า ... หรือให้ยาไปรับประทานก่อน แต่ที่ PCU มีแค่ cloxacillin cap และ paracetamal แล้วมันจะเอาอยู่มั๊ยนี่ .....ถ้าเกิดยาติดเชื้อเข้ากระแสเลือดล่ะ คุณยายก็แย่...ชลัญก็จอด ...เพราะถ้าสอบประวัติดูเป็นความผิดของชลัญธรเต็มๆที่ปล่อยคนไข้ไป.....ว่าแล้วไอเดียแก้ปัญหาแบบหน้ามึนของชลัญธรก็เริ่มขึ้น นึกได้ว่า ใกล้ๆ PCU เรานี่มีคลินิกแพทย์อยู่ เอาล่ะว้า.....หน้ามึนอย่างเดียวจะช่วยคุณยายได้ เดินไปหาคุณหมอ แบบมึนๆ .....คุณหมอค่ะจะรบกวนมั๊ยถ้าดิฉันจะเรียนเชิญคุณหมอคนคนไข้ที่ PCU ให้หน่อย คุณหมอไม่ถามอะไรเลย...บอกคำเดียวว่า ได้ๆ พี่ไป...แต่ชลัญร้อนตัวจึงอธิบายท่านไป เมื่อคุณหมอมาดูก็สรุปเหมือนชลัญเลยว่าต้องให้ยาทางหลอดเลือด แต่คุณยายก็ไม่ยอมดูดี แล้วคุณหมอก็ถามยา Antibiotic ทุกตัว ใน PCU แล้วท่านก็สั่งการรักษาดังนี้
-
Dressing( ทำความสะอาดแผล)
-
ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
-
ให้ยา Cloxacillin + Metronidazole ไปรับประทาน
-
ให้ยา cef-3 ทางหลอดเลือดที่คลินิกคุณหมอ (ฟรี) 1 dose
-
เขียนใบส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอย่างละเอียด แล้วเน้นให้คุณยายกลับมาเมื่อเสร็จภาระกิจ ยังฝากเน้นย้ำกับหลานยายที่เป็นคนขับรถจักรยายนต์มาส่งยาย ว่า ยังไงพรุ่งนี้ต้องมาโรงพยาบาล
เป็นแบบอย่างที่ดีมากของการทำงานผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์เช่นนี้
ตามมาชื่นชม และให้กำลังใจครับ
สุดยอดค่ะ
เป็นแบบอย่างที่ดีมากหนูพึ่งอายุ10ปีโตขึ้นมาอยากเป็นพยาบาลหารายได้ให้ครอบครัวค่ะ