ความมีเสน่ห์ของ KM ในความคิดของผม ก็คือทุกคนเข้าใจ (ทั้งมากและน้อย) แต่ยังไม่ม่มีใครกล้าฟันธงเป็นทฤษฏีออกมาเป็นตัวตน จึงทำให้น่าติดตามตอนต่อไป ผมคิดว่า KM ถ้าเป็นนิทานก็จะเป็นนิทานไม่รู้จบที่มีความ "มัน" ในตัวของมันเอง พระเอกสำคัญคือ องค์ความรู้และการจัดการ เพียง ...องค์ความรู้ก็วิพากษ์กันให้มัน สะเด็ดไปเลย...ความรู้ในตัวคนในเอกสารในองค์กร แต่นักวิชาการบางท่านบอกว่าความรู้มีอยู่ใรตัวคน องค์กรไม่น่จะมีความรู้ เพราะถ้าองค์กรไม่มีคนก็ไม่มีองคืกร แล้วความรู้จะมาจากไหน....ว่ากันไป แต่ที่แน่ๆ องค์ความรู้ ในตัวคนมีแน่นอน และมีความหลากหลายมากมายมีความแตกต่างมากมาย สิ่งแวดล้อม ต้นทุนทางทรัพยากรต่างกัน องค์ความรู้ในตัวคนก็มีความแตกต่างกันมากเท่านั้นความรู้จึงมีชีวิต มีการเกิด มีการแก่ มีการเจ็บ และมีการตาย สมัยก่อนซื้อตำราเล่มเดียวเรียนได้ทั้งครอบครัว แต่ทุกวันนี้ข้ามคืน ความรู้ก็เปลี่ยนแล้ว การเปลี่ยนแปลงคือความไม่แน่นอนแม่แต่ดาวพลูโตที่เป็นดาวเคราะห์น้อย ยังถูก "เขี่ย" ออกไปให้เป็นดาวเคราะห์แคระ ต้องฉีกตำราท้งเพราะความรู้ในบางช่วงเวลาก็ไม่เหมาะที่จะนำไปใช้ในบางช่วงเวลาเช่นกัน การเกิดมาดำรุงอยู่และดับไปของความรู้ในตัวคน ในสังคมย่อมเกิดขึ้นแน่นอน และย่อมมีสาเหตุและปัจจัยต่างกันด้วย ความรู้อย่างเดียวกัน บางท้องถิ่น ยังคงอยู่ บางท้องถิ่นค่อยๆ หายไป บางท้องถิ่นนอกจากยังคงอยู่ แล้วยังมีการพัฒนาองค์ความรู้สูงขึ้นไปด้วย เหตุปัจจัยอะไรทำให้ความรู้คงอยู่หรือพัฒนาได้ และ เหตุปัจจัยอะไรทำให้องค์ความรู้หายไป เป็นโจทย์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ใฝ่รู้ทั้งหลายครับ