ถึงแม้เป็นวันฝนพรำ ฉ่ำฝน เราก็ไม่ปริปากบ่น ภาพรอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนในวันปลูกป่าสมุนไพรบนดอยสูงวันนั้น ตราตรึงอยู่ในใจผมทุกวันนี้

ย้อนหลังไปปี ๔๗ ผมยังคลุกคลีอยู่กับพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ลีซู ด้วยเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย การพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการองค์ความรู้ท้องถิ่นด้านสุขภาพบ้านกึ้ดสามสิบ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

ที่ได้รับสนับสนุนทุนการวิจัย จาก สกว.และ สสส. กิจกรรมงานศึกษาวิจัย เดินหน้าพร้อมกับงานพัฒนา ดำเนินไปด้วยความสนุกสนาน เพราะเป็นทั้งงานวิจัยและงานพัฒนา

ผม,รองผู้พันปิยวุฒิ  และผู้กองวีรพงษ์ วันปลูกป่าบนดอย

 

          ในช่วงที่ ๒ ของโครงการ เป็นช่วงที่เรานำข้อมูลที่เราเก็บได้ในช่วงแรกของงานวิจัย นำมาพูดคุย วิเคราะห์และหาแนวทางพัฒนาชุมชน

          ภูมิปัญญาท้องถิ่นทางด้านสุขภาพของลีซู มีมากมายและเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง ที่เรานักวิจัยและนักวิจัยชาวบ้านได้เก็บข้อมูลมา

          สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วง เราพบว่า สมุนไพรบางตัวใกล้จะสูญพันธุ์ และสมุนไพรบางชนิดก็หาเก็บไกลหมู่บ้านมากขึ้น ...ชุมชนได้ร่วมกันคิดว่า เราจะทำอย่างไร? ถึงจะมีสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคมีมากมายเหมือนเดิม และหาไม่ยาก เวลาต้องการสามารถหาได้โดยสะดวก

          ชุมชนร่วมกันคิดว่า เราน่าจะมีสวนสมุนไพร ประจำหมู่บ้าน โดยหากล้าสมุนไพรในป่ามาปลูกยังสวนสมุนไพรของชุมชน ...ซึ่งเราคิดว่า สามารถจะปลูกได้เพราะชุมชนที่ตั้งอยู่กลางป่าลึก (สภาพดิน ภูมิอากาศ ที่ใกล้เคียงกัน กล้าสมุนไพรน่าจะไม่ตาย คิดคะเนเอาเองว่าน่าจะรอดถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์)

          สรุปกันว่า เราจะช่วยกันหากล้าสมุนไพรในป่ามาปลูกในที่สาธารณะของชุมชน เพื่อสงวนไว้เป็นสวนสมุนไพรเพื่อการใช้เยียวยารักษาอาการเจ็บป่วย และเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนลูกหลานลีซู

 

                                 แม่เฒ่าชาวลีซู รอยยิ้ม และกล้าสมุนไพร 

          ในที่สุดวันปลูกป่าสมุนไพรก็มาถึง...วันฝนพรำ ผมยังจำภาพบรรยากาศวันนั้นได้ดี ผมรู้สึกภูมิใจและดีใจมากเมื่อเห็นชาวบ้านทั้ง เด็ก ผู้ใหญ่และผู้อาวุโสชาวลีซู  ทั้งหมู่บ้านนำสมุนไพร คนละต้นสองต้นพร้อมจอบ ณ สวนป่าสมุนไพรของเรา

 

          ถึงแม้เป็นวันฝนพรำ ฉ่ำฝน เราก็ไม่ปริปากบ่น ภาพคนนับพัน รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนในวันปลูกป่าสมุนไพรบนดอยสูงวันนั้น ตราตรึงอยู่ในใจผมทุกวันนี้

 

                            ภาพของความสำเร็จในวันฟ้าฉ่ำ่ฝน