คนไทยพลัดถิ่นที่ได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน แต่ไม่เคยได้รับการรับรองว่าเป็นคนเชื้อสายไทยโดยองค์กรของรัฐ กรณีนายอภิชาติ แสงอรุณ


ครอบครัวของตนเป็นคนเชื้อสายไทยที่อพยพกลับมาจาก ตำบลป่าจาก อำเภอปกเปี้ยน จังหวัดมะริด ซึ่งเคยเป็นดินแดนของรัฐไทย และอพยพเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี ส่วนตนเองได้เกิดในประเทศไทยจึงเป็นบุตรของคนไทยพลัดถิ่น

คนไทยพลัดถิ่นที่ได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน แต่ไม่เคยได้รับการรับรองว่าเป็นคนเชื้อสายไทยโดยองค์กรของรัฐ : กรณีศึกษานายอภิชาติ  แสงอรุณ

 .......................................................................................

ข้อพิจารณาที่ ๑ :  นายอภิชาติ แสงอรุณ คือใคร?

........................................................................................

                นายอภิชาติ  แสงอรุณ อายุ ๑๙ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๖ ที่โรงพยาบาลกระบุรี อ.กระบุรี จ.ระนอง แต่ไม่มีหลักฐานการแจ้งเกิด ได้รับการสำรวจและทำบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ในขณะที่เรียนหนังสืออยู่โรงเรียนบ้านหาดจิก ๘๑ หมู่ที่ ๕ ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง นายอภิชาติจึงถูกสำรวจเป็นกลุ่มผู้เรียนอยู่ในสถานศึกษา ซึ่งจากหลักฐานทางทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘ ข. ปรากฏว่าบิดาชื่อนายไข่ แม่ชื่อนางหมา

                แต่จากการสัมภาษณ์นายอภิชาติกล่าวว่านายไข่ และนางหมาเป็นชื่อเล่นของบิดามารดา ส่วนชื่อจริงนั้นบิดาตนชื่อนายวิเชียร แสงอรุณ เป็นผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าเชื้อสายไทย ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย มีหมายเลขประจำตัวคือ ๖-๘๕xx-๖๗xxx-xx-x เกิดเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๑๘ เกิดที่ต.ลังเคียะ อ.ปกเปี้ยน จ.มะริด มณฑลตะนาวศรี

                มารดาชื่อนางอำพร  ทวีศักดิ์ ได้รับการสำรวจและทำบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน คือ ๐-๘๕xx-๘๙xxx-xx-x เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๑๒ เกิดที่ ต.ป่าจาก อ.ปกเปี้ยน จ.มะริด  มณฑลตะนาวศรี

                บิดาและมารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และได้หนีภัยสงครามจากการที่ทหารพม่าปราบปรามชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงโดยอพยพครอบครัวมาจากต.ป่าจาก อ.ปกเปี้ยน จ.มะริด มณฑลตะนาวศรี เข้ามาทางบ้านห้วยท่าทราย ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อปี ๒๕๓๒

                ปู่คือนายปล้ำ แสงอรุณ ย่าคือนางน้อย  แสงอรุณ ตาคือนายหลัด ทวีศักดิ์ ยายคือนางนุ้ย แสงแก้ว ทั้งหมดเกิดที่ ต.ป่าจาก อ.ปกเปี้ยน จ.มะริด  มณฑลตะนาวศรี โดยเหลือนางน้อย แสงอรุณ เท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่และอยู่บ้านเดียวกันกับนายอภิชาติ พร้อมพ่อแม่ โดยนางน้อย แสงอรุณ เป็นผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าเชื้อสายไทย ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเช่นกัน โดยมีหมายเลขประจำตัวคือ ๖-๘๕xx-๖๗xxx-xx-x

                อย่างไรก็ตามจากหลักฐานทางทะเบียนบ้านปรากฏว่าบิดามารดาของนายวิเชียร แสงอรุณ ไม่ปรากฏว่าบิดามารดาเป็นใคร

                ปัจจุบันนายอภิชาติ ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส ยังไม่มีภรรยาและบุตร

 

          ข้อค้นพบ

                นายอภิชาติ  แสงอรุณ เกิดในขณะที่พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ มีผลใช้บังคับ นายอภิชาติย่อมไม่ได้สัญชาติไทย เนื่องจากในขณะที่นายอภิชาติเกิดบิดาตามข้อเท็จจริงเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ส่วนมารดาตามข้อเท็จจริงในขณะที่นายอภิชาติเกิดนั้น มารดาตกอยู่ในสถานะผู้ที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายคนเข้าเมือง[1]

                เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงทางบิดามารดาปรากฏว่าทั้งสองไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ส่วนสถานที่เกิดของบิดามารดานายอภิชาติ พบว่าทั้ง ๒ เกิดที่ประเทศพม่า โดยเกิดในขณะที่พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ มีผลใช้บังคับ และยังไม่เคยได้รับการพิสูจน์ว่าทั้ง ๒ เกิดนอกประเทศไทยโดยมีมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือไม่ ทั้งนายวิเชียร แสงอรุณ บิดานายอภิชาติ และนายอภิชาติจึงไม่อาจสืบความเป็นผู้มีสัญชาติไทยจากทางมารดา และนายอภิชาติไม่อาจสืบสิทธิจากทางฝั่งบิดาได้เนื่องจากบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส

          นายอภิชาติ ไม่เคยประสบปัญหาเรื่องการเดินทางออกนอกจังหวัดระนอง เมื่อพบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ทหาร ได้แสดงบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและบอกวัตถุประสงค์ก็สามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ ครั้งขับขี่รถจักรยานยนต์ก็ไม่เคยถูกใบสั่งในข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เพียงแต่ต้องลงไปทำประวัติว่ารถจักรยานยนต์ที่ขับมาเป็นของน้าชายแล้วก็ถูกปล่อยตัวไป

                ในเรื่องการศึกษานั้นนายอภิชาติเพิ่งจบการศึกษาชั้นปวช.จากวิทยาลัยอาชีวศึกษารักธรรม อำเภอสวี จังหวัดชุมพร กำลังสมัครศึกษาต่อเข้าวิทยาลัยทองสุก สาขาชุมพร ยังไม่ทราบผลการสมัครว่าจะเป็นประการใด

.................................................................................................

ข้อพิจารณาที่ ๒ : นายอภิชาติ   แสงอรุณ มีสถานะเป็นคนไทยพลัดถิ่นหรือไม่ อย่างไร

.................................................................................................

                มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๕๕ ได้กำหนดนิยามของ “คนไทยพลัดถิ่น” ว่า “ผู้ซึ่งมีเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่น โดยเหตุอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยในอดีต ซึ่งปัจจุบันผู้นั้นมิได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น และได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่ง และมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย โดยได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด หรือเป็นผู้ซึ่งมีลักษณะอื่นทำนองเดียวกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”

                และ มาตรา ๙/๖ วรรคสอง ตามพระราชบัญญัติข้างต้น บัญญัติว่า “บุตรของคนไทยพลัดถิ่นซึ่งได้รับสัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด เว้นแต่ผู้นั้นถือสัญชาติของประเทศอื่น”

                พิจารณาจากบทบัญญัติดังกล่าว พบว่า คนไทยพลัดถิ่นตามคำนิยามดังกล่าว จึงมีได้ใน ๒ ลักษณะ กล่าวคือ (๑) คนเชื้อสายไทยซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่อพยพกลับจากดินแดนที่รัฐไทยเสียไปแก่รัฐต่างประเทศ และ (๒) คนเชื้อสายไทยซึ่งไม่มีสัญชาติไทยในสถานการณ์อื่น รวมถึงบุตรของคนไทยพลัดถิ่น

                จะเห็นได้ว่า นายอภิชาติอ้างว่า ครอบครัวของตนเป็นคนเชื้อสายไทยที่อพยพกลับมาจาก ตำบลป่าจาก อำเภอปกเปี้ยน  จังหวัดมะริด ซึ่งเคยเป็นดินแดนของรัฐไทย และอพยพเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี  ส่วนตนเองได้เกิดในประเทศไทยจึงเป็นบุตรของคนไทยพลัดถิ่น และยังไม่มีสัญชาติใด ๆ อีกทั้งได้รับสำรวจและจัดทำทะเบียนเป็นผู้ถือบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน (ท.ร.๓๘ ก.และได้รับการกำหนดหมายเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข ๐) แล้ว

                ดังนั้นนายอภิชาติ  แสงอรุณ จึงมีองค์ประกอบแห่งข้อเท็จจริงครบถ้วนตามที่ มาตรา ๔ ประกอบมาตรา ๙/๖ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกเพิ่มโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๕๕ กำหนด ทำให้มีสถานะเป็นคนไทยพลัดถิ่นที่ทรงสิทธิในสัญชาติไทย เนื่องจากมีข้อเท็จจริงเข้าตามองค์ประกอบของมาตรา ๔

.................................................................................................

ข้อพิจารณาที่ ๓ : นายอภิชาติมีสิทธิในสัญชาติไทย เพราะมีสถานะเป็นคนไทยพลัดถิ่นหรือไม่ อย่างไร

.................................................................................................

                มาตรา ๙/๖ ให้ผู้ซึ่งคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นให้การรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

                บุตรของคนไทยพลัดถิ่นซึ่งได้รับสัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด เว้นแต่ผู้นั้นถือสัญชาติของประเทศอื่น

                หากพิจารณาจากข้อเท็จจริงในข้างต้น เมื่อนายอภิชาติเป็นผู้ทรงสิทธิตามมาตรา ๙/๖ วรรคสอง บิดามารดาย่อมสามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์และพัฒนาสิทธิในสัญชาติไทยตามมาตรา ๙/๖ วรรคหนึ่ง โดยให้คณะกรรมการพิจารณาการรับรองเป็นคนไทยพลัดถิ่นโดยการเกิด หากทางคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดให้แก่บิดามารดา นายอภิชาติก็จะได้รับสัญชาติไทยตามบิดามารดาไปด้วย

.................................................................................................

ข้อพิจารณาที่ ๔ : นายอภิชาติจะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อใช้สิทธิในสัญชาติไทย เพราะมีสถานะเป็นคนไทยพลัดถิ่นตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๕๕

.................................................................................................

มีคำถามที่ต้องทบทวนคือ

๑)  เนื่องจากนายอภิชาติ เกิดในประเทศไทย มิได้กลายเป็นคนในบังคับในประเทศอื่น และมิได้อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย แต่ได้มีการอ้างว่าบิดามารดาเป็นบุคคลมีเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่น ซึ่งปัจจุบันมิได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น และอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยระยะเวลาหนึ่งแล้ว นายอภิชาติจะถือว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติเป็นลูกของคนไทยพลัดถิ่นตามมาตรา ๙/๖ วรรคสอง หรือไม่

๒)  จากหลักฐานทางทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘ ข.ของนายอภิชาติ ระบุว่าบิดาชื่อนายหมา และมารดาชื่อนางไข่ ซึ่งไม่ตรงกับชื่อบิดาในบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย และไม่ตรงกับชื่อมารดาในบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน สามารถนำพยานบุคคลเพื่อมายืนยันว่านายหมา กับนายวิเชียร แสงอรุณ และนางไข่ กับนางอำพร แสงแก้ว เป็นบุคคลคนเดียวกัน และเป็นบิดามารดาของนายอภิชาติ นั้นเพียงพอหรือไม่

๓)  เนื่องจากนายอภิชาติ อายุ ๑๙ ปี ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส และยังไม่บรรลุนิติภาวะ สามารถที่จะยื่นคำขอเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์และพัฒนาสิทธิในสัญชาติไทยตามมาตรา ๙/๖ วรรคหนึ่ง ได้หรือไม่

๔)  นายอภิชาติ มีทะเบียนประวัติบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ท.ร.๓๘ ก.) มีหมายเลขประจำตัว ๐-๘๕xx-๘๙xxx-xx-x ซึ่งสำรวจในกลุ่มผู้ที่อยู่ในสถานศึกษา ยังมีความจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์ในประเด็นข้อเท็จจริงว่าเป็นคนเชื้อสายไทยหรือไม่ อย่างไร

๕)  ในการกล่าวอ้างว่านายอภิชาติเป็นคนเชื้อสายไทย นอกจากนายอภิชาติจะอ้างบิดามารดาว่ามีเชื้อสายไทยแล้ว การอ้างนายชอบ พรมพัตร ซึ่งเป็นอาได้สัญชาติไทยแล้ว เพียงพอหรือไม่ จำเป็นต้องหาพยานบุคคลมายืนยันความเป็นผู้มีเชื้อสายไทย อีกหรือไม่ อย่างไร

๖)  การพิสูจน์ความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ในประเด็นเรื่องวิถีชีวิตเป็นคนไทย จำเป็นต้องมีข้อเท็จจริงอย่างไรบ้าง การพูดภาษาไทยพื้นถิ่น (ปักษ์ใต้) เรียนหนังสือในสถาบันการศึกษาไทยจนกระทั่งจบศึกษาชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษารักธรรม อ.สวี จ.ชุมพร และการดำเนินชีวิตประจำตัวเหมือนคนไทยปกตินั้นเพียงพอหรือไม่ อย่างไร

.................................................................................................

ข้อพิจารณาที่ ๕ : ปัญหาเรื่องสิทธิในการเดินทาง

.................................................................................................

๑)    นายอภิชาติ ได้ถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน แม้ว่าในทางปฏิบัติของด่านตรวจเจ้าหน้าที่ทหาร นายอภิชาติ สามารถเดินทางออกจากพื้นที่อำเภอกระบุรี จังหวัดระนองไปยังจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นการออกนอกพื้นที่ควบคุม[2] ได้แต่การอนุญาตให้ไปไม่มีความมั่นคงทางกฎหมาย นั้นหมายความว่าวันใดเจ้าหน้าที่เกิดความไม่พึงพอใจ หรือนายอภิชาติไปยังจังหวัดอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในจังหวัดระนอง ภูเก็ต ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ นายอภิชาติก็อาจถูกจับกุม และนำไปสู่การถูกเพิกถอนสิทธิอาศัยในประเทศไทยได้[3]

๒)   เมื่อนายอภิชาติ สามารถเข้าศึกษาต่อยังวิทยาลัยทองสุก จังหวัดชุมพร ซึ่งจะต้องมีการเดินทางจากจังหวัดระนองไปยังจังหวัดชุมพร ทว่านายอภิชาติได้ขึ้นทะเบียนประวัติ ณ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นเขตควบคุม นายอภิชาติจะต้องทำการขออนุญาตออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมเพื่อเข้าเรียนในวิทยาลัยทองสุก ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยออกนอกเขตควบคุมเป็นการชั่วคราวเพื่อเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ.๒๕๕๓ ด้วย มิฉะนั้นก็จะมีความผิดตามข้อ ๑๑[4]

๓)   แม้ว่านายอภิชาติ จะยังไม่ประสบว่าต้องตกเป็นผู้ต้องหาในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ เพราะไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และยังไม่ประสบปัญหาว่าขอใบอนุญาตขับขี่จะได้หรือไม่ เนื่องจากยังไม่เคยแสดงเจตจำนงที่จะขอทำใบอนุญาตขับขี่ แต่นายอภิชาติ สามารถประสบปัญหานี้ได้ตลอดเวลาทั้งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และออกนอกพื้นที่ควบคุมหากมีการขับรถจักรยานยนต์ออกนอกอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง การยกเว้นจากเจ้าหน้าที่ไม่ได้หมายความว่านายอภิชาติสามารถกระทำได้โดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย เพราะนายอภิชาติอาจจะไม่โชคดีตลอดไป เมื่อมีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ เปลี่ยนนโยบาย

              



[1] พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒)  พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๗ ทวิ วรรคหนึ่ง  “ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเป็นต่างด้าว ย่อมไม่ได้รับสัญชาติไทย ถ้าในขณะที่เกิดบิดาตามกฎหมายหรือบิดาซึ่งมิได้มีการสมรสกับมารดา หรือมารดาของผู้นั้นเป็น

          (๑)      ผู้ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

          (๒)     ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ

          (๓)     ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

[2] ข้อ ๓ เขตพื้นที่ควบคุมคนต่างด้าว หมายถึง กรุงเทพมหานคร จังหวัด อำเภอ หรือกิ่งอำเภอ อันเป็นพื้นที่ที่ได้ดำเนินการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวตามข้อ ๑ ,ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อรอการส่งกลับและกำหนดพื้นที่เขตควบคุม ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒

[3] ข้อ ๘ (๒) ประกาศกระทรวงมหาดไทยเดียวกันกับประกาศข้างต้น ว่า “ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายมีอำนาจเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราวของคนต่างด้าวในกรณี ดังต่อไปนี้ (๒) ออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตตามแนวทางท้ายประกาศ

[4] ข้อ ๑๑ กรณีนักเรียน นักศึกษา ได้เดินทางออกนอกเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ไปรายงานตัวต่ออธิบดีกรมการปกครอง นายอำเภอ หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เมื่อไปถึงท้องที่อันเป็นสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษา หรือเมื่อเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่พักอาศัยอยู่ระหว่างการศึกษาแห่งใหม่ หรือเมื่อกลับถึงเขตควบคุมภายในกำหนดเวลา แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าเป็นผู้ออกนอกเขตควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความผิดตามกฎหมาย

หมายเลขบันทึก: 484980เขียนเมื่อ 12 เมษายน 2012 15:00 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 มิถุนายน 2012 11:45 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)

ตระกูลนี้มี ๓ รุ่นครับ ทั้ง ย่า พ่อ ลูก(นายอภิชาติ) และยังมีญาติที่คุณย่า เป็นคุณยายในอีกสายหนึ่ง ยังไม่จบค่อย ๆ ทยอยลงทีละตระกูลครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี