ค่ายสร้างเสริมประสบการณ์นักศึกษาแพทย์ ครั้งที่ 47
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา อ.สรรัตน์ เลอมานุวรรัตน์ แพทย์ศัลยกรรมกระดูก รพ.มหาราช นำทีม นักศึกษาแพทย์ จากศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.มหาราชนครราชสีมา สถาบันสมทบมหาวิทยาลัยมหิดล มาร่วมทำกิจกรรม ค่ายสร้างเสริมประสบการณ์นักศึกษาแพทย์ ครั้งที่ 47 ที่ วัดบ้านดงใหญ่ ต.ดงใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งกิจกรรมนี้ร่วมกับ ที่ว่าการอำเภอพิมาย ,สำนักงานสาธารณสุข อำเภอพิมาย, รพ.สต.ดงใหญ่ ,องค์การบริหารส่วนตำบลดงใหญ่, และโรงพยาบาลพิมาย โดยมีวัตถุปรสงค์ในการดำเนินกิจกรรมคือ ต้องการให้นักศึกษาแพทย์ ได้มีประสบการณ์ ในการ เห็นรูปแบบการทำงงานทางด้านสาธารณสุข ที่เชื่อมโยงจากชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( เดิมคือสถานีอนามัย ) และ โรงพยาบาลชุมชนที่มีการดำเนินงานในการดูแลผู้ป่วยเป็นเครือข่าย ซึ่งการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้คาดหวังว่าจะส่งเสริมให้นักศึกษาแพทย์ ได้ ได้มีทัศนคติที่ดีในเป็นแพทย์ ซึ่งได้จากการเห็นรูปแบบผ่านการสอนแบบพี่สอนน้อง ซึ่งนักศึกษาที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1-5 มีแพทย์พี่เลี้ยงมาร่วมเป็นที่ปรึกษา ซึ่งเป็นทีมแพทย์จากรพ.มหาราช และโรงพยาบาลพิมาย
งานนี้แพทย์รพ.พิมาย ก็กระชุ่มกระชวย ได้สวมวิญญาณอาจารย์แพทย์ สอนน้องนักศึกษาแพทย์ วันละอ่อนอย่างใกล้ชิด นำทีมโดย นายแพทย์ชาญศักดิ์ คงเศรษฐกุล นายแพทย์อธิคม สงวนตระกูล อายุรแพทย์ และแพทย์หญิงรัฐกานต์ ขจีกุล นับว่าเป็นอีกบทบาทหนึ่งของแพทย์ โรงพยาบาลชุมชน ที่นอกจากการตรวจรักษาผู้ป่วยแล้ว ก็ยังมีบทบาทในการสอนนักศึกษา เช่น นักศึกษาพยาบาล นักศึกษาแพทย์ เราจึงมักเรียกแพทย์ว่า อาจารย์ เสมอ ....
นอกจากแพทย์แล้ว ยังมีเภสัชกร ได้แก่น้องบอย และน้อง ซิน อีกทั้งน้องบุ้ง จพ.เภสัชกรรมชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
สำหรับทีมสาธารณสุขอำเภอนั้นก็นำทีมเจ้าหน้าที่มาร่วมกันอย่างคับคั่ง ทุก รพ.สต. และยังมีทีม อบต. อปภร. กำนันผู้ใหญ่บ้าน อสม. ร่วมกิจกรรมจนเต็มวัดไปหมด ตอนนี้รู้สึกว่า คนไข้และเจ้าหน้าที่จะมีพอๆกัน
กิจกรรมในช่วงเช้าจะประกอบไปด้วย
-
การตรวจรักษาโรคทั่วไป
-
การตรวจรักษาโรคทางกระดูก
-
ตรวจตา
-
ตรวจพัฒนาการเด็ก
-
ตรวจรักษาทางด้านสูตินรีเวชกรรม รวมถึงตรวจมะเร็งปากมดลูก


หลังจากตรวจคนไข้ในช่วงเช้าเสร็จแล้วเราก็ได้รับประทานอาหาร ที่ชาวบ้านช่วยกันทำมาให้รับประทาน เป็นอาหารพื้นบ้านที่อร่อยมาก อ.สรรัตน์ ออกปากชมไม่ขาดระยะ ปรกอบไปด้วย ผัดหมี่พิมาย ไข่เจียว หมูทอด ส้มตำ น้ำพริกปลาทู ผักต้ม แกงส้ม ขนมห่อ และแตงโม เรียกว่า อิ่มกันถ้วนหน้า แถมขอห่อกลับอีก
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดด้วย อ. สรรัตน์ จึงให้ นักศึกษาแพทย์แบ่งเป็นกลุ่ม สรุปบทเรียนที่ได้จากการ ตรวจรักษาผู้ป่วย น้อง นศ.แพทย์ก็ช่วยกันแสดงวามคิดเห็น และแพทย์ staffก็สรุปประเด็นอีกรอบ
พอฝนเริ่มซา เราก็แบ่งทีมเยี่ยมบ้านออก เป็น 5 สาย มี อสม. และผู้นำชุมชน เป็นผู้นำทางแต่ละสาย โดยมีพาหนะนำ นศ.แพทย์ออกเยี่ยมบ้านแบบหลากหลาย ทั้งเกวียน รถอีแต๊น รถอีแต๊ก รถปี๊กอัพ รถตู้ สร้างความตื่นเต้นให้ นศแพทย์ เป็นอย่างยิ่ง
งานนี้ชลัญธรก็ไม่ยอมเสียเที่ยว แอบขึ้นเกวียนกับเขา เข้าท่าดีทีเดียว
ถ่ายรูปบนเกวียน
คนไข้ที่ลงไปเบี่ยมก็จะเป็นกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ไตวาย อัมพฤกษ์ พัมพาต จิตเวช เป็นต้น
โดยมีแพทย์ staff เป็นผู้นำเยี่ยม อธิบายให้ นศ.แพทย์ เชื่อมโยงการเยี่ยมบ้านให้ครอบคลุมกายจิต วิญญาณ สังคม ไม่ใช่เพียงการรักษาโรคแต่รักษาคนด้วย
สุดท้ายก็มาสรุปกิจกรรมที่ได้จากการค่ายนี้ โดยให้นักศึกษาแพทย์ร่วมแสดงความคิดเห็น ว่าได้อะไรจากค่าย บ้าง









ขอบคุณท่านอาจารย์ค่ะที่มาให้กำลังใจ
ในเรื่องของการดูแลผู้ป่วยให้ครอบคลุม ในด้าน กาย จิต วิญญาณ และ สังคมนั้น ถือเป็น หัวใจสำคัญ ของการดูแลรักษาผู้ป่วย ซึ่ง ในปัจจุบันการดูแลผู้ป่วยนั้น เน้นเพียงกาย ก็คือการรักษา โรคให้หาย เอา เป็นอะไร ก็รักษาไปตามนั้น แต่คนๆหนึ่งไม่ได้มีเพียงกาย คนยังมีจิตใจความรู้สึกนึกคิด สังคม สิ่งแวดล้อม ที่เราต้องนึกถึง ไม่เช่นนั้นแล้ว เราจะแต่โรคแต่ไม่ได้รักษาคน เวลาที่แพทย์พยาบาลดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่ ถูกรักษาโรค คือด้านกาย เช่นมีผู้ป่วยมาตรวจที่ รพ.ด้วยเรื่องไส้เลื่อน แกเป็นผู้ชายอายุ 45 ปี มากับแม่อายุ 78 ปี แกนั่งรอตั้งแต่เช้า เข้าคิว แล้วก็ไม่ได้เรียกตรวจสักที เพราะรอแพทย์ศัลยกรรม ซึ่งแพทย์กำลังผ่าตัดอยู่ พอผ่าตัดเสร็จแพทย์ศัลยกรรมลงมาตรวจ ตอน 15.30 น. แล้ว บอกพยาบาลว่า ขอแค่ 5 คน เพราะ 16.00 น. มีผ่าตัดอีกคน ปรากฏว่าคิวแกเป็นคนที่ 6 ของศัลยกรรม ก็จะถูกตัดคิว ไม่ได้ตรวจ พยาบาลที่ดูแลเรียกแกมาคุยบอกให้มาใหม่ พรุ่งนี้นะ วันนี้หมอติดผ่าตัด สุดท้ายแกไม่ได้พบแพทย์ แล้วกลับบ้านไป ด้วยความที่แกเป็นชาวบ้านหรือจะกล้าโวยวาย ก็ก้มหน้ากลับบ้านพร้อมแม่ แพทย์ ก็ไม่รู้เพราะไม่มีใครรายงานเห็นว่าไม่ใช่ case เร่งด่วน ก็เลยนัดใหม่ ถ้าเราไม่เคยเยี่ยมบ้านและรู้พื้นฐานแก เราจะไม่รูเลยว่า 2 แม่ลูกนี่ลำบากยังไง พอดีชลัญธร ชอบรู้เรื่องของชาวบ้าน แต่วันนั้นช่วยอะไรเขาไม่ได้ เพราะชลัญธรติดประชุม คิดว่าคนไข้ได้ตรวจแล้ว พอกลับลงมาถามน้องๆบอก อ๋อ ไม่ได้ตรวจนัดใหม่พี่ ชลัญธร หา! ตกใจสุด เพราะ สองแม่ลูกนี่ชีวิตรันทดสุด ลูกชาย อายุ 45 นั้น สติไม่ค่อยจะสมบูรณ์ กินยาจิตเวชอยู่ ทำงานไม่ได้ ไม่มีใครจ้าง แม่ อายุ78 ปี มีอาชีพ หาของเก่าขาย แกจะจูงจักรยานคู่ชีพแกออกหาเก็บของเก่าไปทั่ว ได้วันหนึ่งก็ไม่กี่ตังค์ ยังจะต้องเลี้ยงลูกสติไม่ดีอีก ยิ่งตอนนี้น้ำท่วมบ้านแก ตอนออกมาก็พายเรือ มา รพ. ต้องมาแต่เช้าเพราะมีรถโดยสารเที่ยวเดียว ตอนกลับนี่ค่ำป่านนี้ต้องเหมารถกลับแน่ ค่ามอเตอร์ไซด์ น่าจะประมาณ 150-200 บาท กลับไป แกต้องพายเรือเข้าบ้านอีก แล้วนัดมาใหม่คนไข้จะเอาปัญญาไหนมา ชลัญธรรู้สึกหงุดหงิดใจยิ่ง รอดูวันนัด เป็นไปตามคาดผู้ป่วยไม่มารักษา นี่แหล่ะค่ะอาจารย์ ถ้าเราใส่ใจเขาสักนิด ว่า นอกจากโรคที่เขาเป็นอยู่นี่ เขายังมีปัญหาอะไรมั๊ย ที่จะส่งผลต่อการรักษาในครั้งนี้ บ้างคงช่วยเขาได้มากกว่านี้
มีอีกหลายๆ ตัวอย่างค่ะอาจารย์ ในการตรวจรักษาคนไข้ ที่จะทำให้คนไข้หาย จากโรคจริงๆ เราช่วยได้ถ้าจะพยายามค้นหาปัญหาให้ครอบคลุม ตัวอย่างที่เคยเขียนไว้ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/480591 http://www.gotoknow.org/blogs/posts/480847 http://www.gotoknow.org/blogs/posts/480793 http://www.gotoknow.org/blogs/posts/484043
ต้องกราบขอบพระคุณ ท่าน ผศ.วิไล แพงศรี มากกว่าค่ะที่กรุณา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ค่ะ ไม่ได้ลำบากหรือรบกวนเลยค่ะ ยังรู้สึกเกรงใจท่านอาจารย์มากกว่ากลัวตอบช้าไปด้วยซ้ำ กลัวจะเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน น่ะค่ะ คือชลัญธร ไม่ได้มีวุฒิการศึกษาสูงมาก สิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ที่เราทำด้วยหัวใจที่รักในงานน่ะค่ะ สำหรับเวลา 02.53 น. คือเวลาตื่นปกติน่ะค่ะอาจารย์ วันหนึ่งมี 24 ชม. สำหรับคนอื่นบอกเวลามีน้อย ไม่มีเวลาทำงาน แต่สำหรับชลัญธร ชีวิตเหมือนปิดเปิดสวิตซ์ เพราะจะนอน เร็ว ประมาณ 3-4 ทุ่ม ไม่เคยดูละคร ค่ะ แล้วจะตื่นอีกที ตี 2-3 แล้วยาวเลย ก็เลยทำให้มีเวลาในการทำอะไรมากกว่าคนอื่น ถ้าอาจารย์ได้อ่าน บันทึกที่ชลัญธรเขียน ส่วนใหญ่ เวลาประมาณนี้แหล่ะค่ะ
ขอขอบคุณท่าน อ.ขจิต ค่ะที่มาให้กำลังใจ กิจกรรมของอาจารย์น่าสนใจและเป็นประโยชน์มากค่ะ
ขอบคุณ คุณชลัญธร มากครับ...ที่สรุปกิจกรรมได้รวดเร็วและครบถ้วนทุกมิติ... ฝีมือจริงๆ
- ดีจังเลย....ให้นศพ....เรียนรู้...สู่ชุมชน
- ขอบคุณค่ะ