สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์เรื่อง Slow walking 'predicts dementia'  = "(การ)เดินช้า(ทำนาย พยากรณ์ บอก)เสี่ยงสมองเสื่อม", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
  • [ dementia ] > [ ดี - เม้น - เฉ่อะ] > http://www.thefreedictionary.com/dementia > noun = สมองเสื่อม; ศัพท์เดิม = dement = de- (ออกไป ล่องลอย); ment = ใจ; รวม = ใจลอย เสียจริต วิกลจริต = madness = ความบ้า

การศึกษาใหม่ทำในคนวัยกลางคนพบว่า คนที่เดินช้าเพิ่มเสี่ยงสมองเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น และแรงบีบมือ (grip strength) ที่แข็งแรงบอกความเสี่ยงสโตรคลดลง (stroke = สโตรค = กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต)

การศึกษาที่ผ่านมา (ตีพิมพ์ใน BMJ) พบว่า คนที่เดินช้า (เดินให้เร็วขึ้นไม่ได้) เพิ่มเสี่ยงโอกาสตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน และปัญหาโรคหัวใจอื่นๆ (เช่น หัวใจวาย ฯลฯ)
.
การศึกษาอีกรายงานหนึ่ง (ตีพิมพ์ใน JAMA) พบว่า คนที่เดินเร็วในช่วงอายุ 65 ปี มีโอกาสอายุยืนมากกว่าคนที่เดินช้าในวัยเดียวกัน
.
อ.ดร.เอริกา คามาร์โก และคณะ จากศูนย์การแพทย์บอสตัน ทำการศึกษา (รายงานใน Acaกลุ่มตัวอย่างอายุเฉลี่ย 62 ปี 2,410 ราย ติดตามไป 11 ปี
.
ผลการศึกษาพบว่า
  • คนเดินช้าเสี่ยงสมองเสื่อม หรือเดินเร็วลดเสี่ยงสมองเสื่อม
  • คนแรงดี (วัดจากแรงบีบมือ - hand grip) ลดเสี่ยงสโตรค หรือกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต
วิธีลดเสี่ยงสโตรคที่สำคัญคือ ตรวจเช็คความดันเลือดสูงเป็นประจำ และดูแลรักษาให้ต่อเนื่องถ้าความดันเลือดสูง
.
อ.ดร.แอนน์ คอร์เบทท์ ผอ.วิจัยสมาคม(สมองเสื่อม)อัลไซเมอร์ แนะนำวิธีป้องกันสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ดังต่อไปนี้
.
(1). กินอาหารสุขภาพ ให้ครบทุกหมู่และกินพอดี (ไม่มากจนน้ำหนักเกิน)
.
(2). ไม่สูบบุหรี่ และไม่หายใจเอาควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไป
.
(3). ใส่ใจน้ำหนัก > ระวังน้ำหนักเกิน-อ้วน
.
(4). ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ
.
(5). ตรวจเช็คโคเลสเตอรอล(ไขมันในเลือด) > ปรับเปลี่ยนอาหาร ออกกำลัง +/- ใช้ยา (การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ หรือแบบแผนการใช้ชีวิตปลอดภัยกว่ายา)
.
 
อ.ดร.ชาร์ลิน อาฮ์เมด จากสมาคมสโตรคกล่าวว่า คนไข้สโตรค หรือกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต ประมาณ 1/3 จะมีความพิการหลังป่วย เช่น มืออ่อนแรง เดินลำบาก ฯลฯ
.
วิธีที่ดี คือ ป้องกันตั้งแต่ยังไม่ป่วย โดยเฉพาะการตรวจเช็คความดันเลือดสูง และรักษาความดันเลือดสูงให้ต่อเนื่อง
.
วิธีฝึกเดินให้เร็ว คือ ให้หารองเท้าวิ่ง หรือรองเท้าผ้าใบใส่ให้พอดี, งอข้อศอกเล็กน้อย นับก้าวว่า 1/2 นาทีเดินได้กี่ก้าว คูณ 2 จะได้จำนวนก้าวใน 1 นาที
.
ค่อยๆ เพิ่มความเร็วในการเดินทุกๆ 2-3 วัน ทีละ 5 ก้าว/นาที, จาก 50-55-60-65-70-75, ... ไปเรื่อยๆ จนถึงระดับที่พูด 3-4 คำก็เหนื่อย ไม่จบประโยค หรือร้องเพลงไม่ครบวรรค พูดต่อไม่ไหว
.
ถ้าต้องการให้แข็งแรงมากจริงๆ ควรเพิ่มความเร็วจนถึงระดับ 100 ก้าว/นาทีขึ้นไป (ถ้าปั่นจักรยานก็ใช้หลักการนี้ได้เช่นกัน โดยปั่นให้ได้ 100 รอบ/นาที ขึ้นไป)
.
แนะนำให้เดินสะสมเวลา รวมกันให้ได้ 40 นาที/วัน และขึ้นลงบันไดตามโอกาส สะสมเวลาให้ได้ 4 นาที/วัน
.
การฝึกเพิ่มแรงบีบมือนิยมฝึกโดยใช้เครื่องออกกำลังเป็นสปริงบีบมือ (hand grips), เวลาบีบระวัง... อย่ากลั้นหายใจ  และไม่เบ่ง เพราะถ้ากลั้นหายใจหรือเบ่งตอนออกแรงจะทำให้ความดันเลือดเพิ่มขึ้น
.
เวลาออกแรง-ออกกำลัง ยกของ หรือแม้แต่อุจจาระ-ปัสสาวะ ควรฝึกไม่เบ่ง ไม่กลั้นหายใจ เนื่องจากการเบ่งหรือกลั้นหายใจจะทำให้ความดันเลือดเพิ่มขึ้นด้วย ความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นด้วย
.
ความดันช่องท้องที่สูงขึ้นเพิ่มเสี่ยงริดสีดวงทวาร [ webMD ]
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

> [ Twitter ]

  • Thank BBC source > Academy of Neurology's annual meeting.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 20 กพ.55. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่ใช้เพื่อการค้า > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.