ไปญี่ปุ่นเที่ยวนี้ได้เห็นอะไรดีดีหลายอย่างที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟัง ผมไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เวลาคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศแล้วชอบดูถูกประเทศของตัวเองว่าด้อยกว่าของเขาไปหมดเสียทุกอย่าง ถึงแม้ส่วนลึกในใจผมจะชื่นชมญี่ปุ่นเขาอย่างไร แต่ผมก็ยังว่าสู้เมืองไทยเราไม่ได้อยู่ดี บ้านเราน่าอยู่กว่าเยอะ เพียงแต่เลิกทะเลาะกันหน่อยก็จะน่าอยู่กว่านี้มาก
แต่ก็อดชมคนญี่ปุ่นเขาไม่ได้ที่เขาปลูกฝังจิตสำนึกคนของเขาตั้งแต่เด็กให้ฝังรากลึกในเรื่อง ความมีวินัย ความรับผิดชอบ การมีจิตสาธารณะต่อสังคมจนเป็นวิถีชีวิตปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการตรงต่อเวลา และเรื่องที่ยิ่งใหญ่จริงๆก็คือความเป็นชาตินิยมของเขา เมื่อมองเหตุผลก็เข้าใจในบริบทของเขาที่ต้องต่อสู้กับสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติต่างๆอยู่ตลอดเวลา อยู่กันหนาแน่นบนเกาะเล็กๆ ที่อยู่อาศัยก็แออัดยัดเยียด ค่าครองชีพก็สูง จึงต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิตกันอย่างเต็มที่ จะอยู่สุขสบายเหมือนคนไทยคงไม่ได้ แต่ถึงยังไงก็อยากเห็นคนไทยเอาเยี่ยงเขาสักนิดบ้างก็คงจะดี
ช่วงที่ไปเป็นต้นเดือนเมษายน โชคดีที่เป็นช่วงดอกซากุระบาน(ตั้งใจไปดู) ไปเมืองไหนก็ได้เห็นดอกซากุระบานสะพรั่งทั้งเมือง พูดถึงเรื่องดอกซากุระซึ่งใครๆต่างก็อยากชื่นชมกัน จะมีช่วงเวลาที่บานเพียงช่วงต้นเดือนเมษายน ราวสัปดาห์เดียวเท่านั้นก็จะร่วงโรยเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เป็นดอกไม้ที่เอาใจยากชะมัด ถ้าอาศหนาว ไม่อบอุ่นก็จะไม่ออกดอก เมื่อออกดอกแล้วเจอฝนก็จะถูกชะล้างให้ร่วงโรยไป เป็นดอกไม้ที่สอนเราให้เห็นความเป็นอนิจจังได้ชัดเจนมาก เมื่อเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป รวดเร็วทันตา
คนญี่ปุ่นเขาภาคภูมิใจ ให้ความสำคัญกับดอกซากุระมาก ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายพันธุ์ เขาจะปลูกกันทั่วทั้งเมือง รวมทั้งริมถนนต่างๆ เวลาออกดอกจึงดูสดชื่นงามตาไปตลอดเส้นทาง แต่เวลาไม่ออกดอกก็จะเห็นแต่กิ่งก้านระเกะระกะที่แสดงให้เห็นว่าเพิ่งต่อสู้กับฤดูหนาวมาหยกๆ เช่นเดียวกับต้นแปะก๊วย ต้นเมเปิล ที่เห็นแต่ตออยู่ริมถนน
บริเวณที่ผมเห็นดอกซากุระบาน จุดที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดคือที่ ทะเลสาบฮามานะ และที่สวนอูเอโนะ กรุงโตเกียว ที่สวนอูเอโนะ จะเป็นย่านที่คนญี่ปุ่นนิยมมาจับจองที่นั่งร้องรำดื่มสาเก และชมดอกซากุระกัน จองพื้นที่กันทุกต้นจนไม่มีที่ว่าง และหนุ่มสาวที่แต่งงานกันใหม่ๆก็จะมาถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึกกันที่นี่ ซึ่งภาพเหล่านี้ผมก็ได้เห็นกับตามาแล้ว
เห็นญี่ปุ่นเขาใช้ประเพณีวัฒนธรรมมาดึงดูดนักท่องเที่ยว ทำให้นึกถึงดอกไม้สวยๆในบ้านเรา ถ้าปลูกเป็นสวนป่า เหมือนปลูกป่า แล้วสร้างแรงดึงดูดให้ต่างชาติมาเที่ยวบ้างตามฤดูกาลที่ดอกไม้แต่ละชนิดจะบานสะพรั่ง ก็น่าจะดี ผมว่าดอกไม้ของเราสวยไม่แพ้ซากุระของญี่ปุ่น เช่น คูน(ราชพฤกษ์) เหลืองปริดิยาทร ชมพูพันธ์ทิพย์ ตะแบก เฟื่องฟ้า ทองกวาว ฯลฯ ที่เราจัดงานดอกไม้บานขณะนี้ก็พอมีอยู่บ้างเช่น ดอกกระเจียว ทานตะวัน บัวตอง เป็นต้น แต่ก็เป็นดอกไม้เล็กๆ จึงอยากเห็นดอกไม้จากต้นไม้ใหญ่ๆบ้าง ถ้าจะให้ดีผู้สร้างหนังสร้างละคร ผู้เขียนนวนิยาย น่าจะเอาดอกไม้แต่ละชนิดมาผูกเรื่องให้ให้คนซาบซึ้ง กินใจ เหมือนเรื่องแดจังกึมของเกาหลี ที่เขาโปรโมตเรื่องอาหารจนคนไปเที่ยวกันล้นเมือง
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมประทับใจในบ้านเมืองของเขาคือการให้บริการห้องน้ำ ที่ทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นจุดใดก็จะมีห้องน้ำให้บริการฟรี ที่สะอาดสุดๆ มีอุปกรณ์เครื่องใช้ให้บริการครบครัน ห้องน้ำแต่ละแห่งก็จะมีเวอร์ชั่นที่ดึงดูดใจแตกต่างกันไป บางแห่งใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการเปิดน้ำ มีเพลงให้ฟัง ฉีดน้ำหอม มีสบู่ น้ำยาบ้วนปาก กระดาษเช็ดมือ เครื่องเป่ามือ ฯลฯ สมกับเป็นสุขา(เข้าไปแล้วมีสุข)จริงๆ
เรื่องสุขลักษณะ การดูแลเอาใจใส่เรื่องสุขภาวะ อาหารการกิน การออกกำลังกายของคนญี่ปุ่นนับว่าดีเยี่ยม จึงติดอันดับเป็นชาติที่คนมีอายุยืนที่สุดในโลก การกำจัดขยะเขาทำอย่างมีระบบ เขาจะมีโรงงานกำจัดขยะที่ใหญ่โตทันสมัย ดังที่เห็นในภาพ บ้านเมืองจึงดูสะอาด ไร้มลพิษ แม้เขาจะละเมียดละไมในการแพ็คกิ้งสินค้า มีกระดาษ พลาสติกห่อหุ้มในรูปแบบต่างๆ ก็ไม่มีเศษขยะในพื้นถนนหนทาง
ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆจะมีระบบควบคุมดูแลการปล่อยควันพิษ ของเสียอย่างเข้มงวด เราคงจำได้ตอนเกิดคลื่นสึนามิที่เมืองเซนได เขาให้ความสำคัญกับการควบคุมโรงงานนิวเคลียร์อย่างสุดฤทธิ์ทีเดียว
การขับขี่ยานพาหนะก็มีการควบคุมดูแลความปลอดภัยอย่างดี รถที่วิ่งบนท้องถนนถ้าเป็นรถส่วนตัวจะเป็นรถเล็กๆ ผลิตในบ้านเขาเอง คำนึงถึงความประหยัดและที่จอดรถซึ่งมีอย่างจำกัดด้วย รถบรรทุกเขาจะใช้รถคอนเทนเนอร์เท่านั้น ถนนหนทางแม้จะแคบกว่าบ้านเรา แต่ก็มั่นคงแข็งแรง ผมไม่เห็นถนนเป็นหลุมเป็นบ่อสักแห่ง
...ไหนคุยแต่ต้นว่าบ้านเราดีกว่า ไหงตอนท้ายจึงชมเขาเยอะจัง ทำให้เราอดเปรียบเทียบในแต่ละมิติไม่ได้ ก็อยากเล่าจากสิ่งที่เห็นเท่านั้น จิ้งจกร้องทักก็ตระหนักไว้บ้างก็ดีนะ
แต่ยังไงก็ยังยืนยันว่าบ้านเราน่าอยู่สุขสบายกว่าแน่นอน...
ชมซากุระบานตระการตาในแดนอาทิตย์อุทัย
เป็นดอกไม้ที่สอนเราให้เห็นความเป็นอนิจจังได้ชัดเจนมาก เมื่อเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป รวดเร็วทันตา
2 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
วัลลา ตันตโยทัย · 9 เม.ย. 2555
โสภณ เปียสนิท · 9 เม.ย. 2555
golf_sachi · 9 เม.ย. 2555
วิภานันท์ · 9 เม.ย. 2555
วัลลา ตันตโยทัย · 9 เม.ย. 2555
บ้านเมืองสวยงาม อนุรักษ์ธรรมชาติ วัฒนธรรม อยากไปญี่ปุ่นบ้างจังเลย
เห็นด้วยค่ะอาจารย์
เที่ยวบ้านเมืองอื่น ก็ไปชมความสวยงาม เรียนรู้ความแตกต่าง อย่างชั่วครั้งชั่วคราว
สุดท้ายที่ไหนๆ ก็อบอุ่น สบายกาย สะดวกใจ เท่าเมืองไทยเราไม่ ภาคภูมิใจสุดๆ ค่ะ
ตอนนี้ได้เพียงภาวนา ให้เมืองไทย ผ่านพ้นวิกฤติขัดแย้ง และพบทางใหม่ สดใสกว่า ...
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่เมืองไทยเราน่าอยู่ที่สุด(โดยภาพรวม) จึงทำให้คนทั่วโลกอยากมาเมืองไทย เอาจุดเด่นๆที่เห็นชัด คือความสวยงามจากธรรมชาติที่หลากหลายในทุกภูมิภาค ศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมที่งดงาม ค่าครองชีพที่ถูกมากๆเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ อาหารการกินก็แสนจะอร่อยถูกลิ้น(เราคุ้นของเรา)มีให้เลือกมากมาย คนไทยก็น้ำใจงาม ยิ้มสยามยังประทับใจคนทั่วโลก ยังมีของดีๆอีกเยอะ และที่มีมากๆไม่มีใครเหมือนคือความมีอิสระเสรีสุดๆ ที่จุดแข็งตรงนี้กลายเป็นจุดอ่อนให้บ้านเมืองเราไม่สงบมาจนทุกวันนี้ และเป็นเรื่องที่แก้ไขยากมากเหลือเกิน แต่ก็ต้องพยายามแก้ไขไม่เช่นนั้นเราคงพัฒนาไปได้ยาก