คืนนี้เองที่ผมรู้จักหัวหินด้วยจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง ดื่มด่ำกับบรรยากาศบ้านพักริมทะเล ในแบบเรือนไทยสมัยเก่า ซึ่งเดิมเคยเป็นเรือนรับรองของจอมพลประภาส จารุเสถียร ผู้ให้การต้อนรับเล่าเรื่องราวให้ฟังอย่างน่าตื่นเต้นตอนที่เราคุยกันบนลานหญ้าริมเขื่อนด้านติดทะเล “ทั้งห้าหลังเป็นเรือนรับรองของท่านจอมพลฯทั้งนั้น” ผมรับฟังอย่างตื่นเต้น นี่ผมเป็นเหมือนแขกของ ฯพณฯ ด้วยหรือนี่ “ส่วนมากท่านพักหลังไหนครับ” “หลังใหญ่นั่นครับ” ชี้มือไปที่เรือนหลังใหญ่สองชั้น ติดต้นมะขามใหญ่อายุนับร้อยปี ชั้นบนเป็นห้องพักส่วนตัว ด้านล่างเป็นห้องกระจกรับรองแขก รอบนอกมีระเบียงเดินได้รอบ โอ่โถงสมเป็นเรือนพักผ่อนของท่านจอมพลฯ ผมเดินวนดูด้วยความประทับใจ กึ่งเกรงกลัวบารมีของเจ้าของเก่า
หลังถัดจากเรือนจอมพล เป็นเรือนรับรองสองชั้นเช่นกัน ชั้นล่างเป็นห้องอาหารขนาดสามสิบคน ด้านในเป็นห้องครัว ต่อจากห้องครัวเป็นเรือนรับรองอีกหลัง เรือนหลังในสุดค่อนข้างห่างไกลเงียบสงบ สมัยนั้นไม่ค่อยมีใครเข้าพัก ผมเดินวนเวียนดูพบว่ามีร่องรอยของไข่ตุ๊กแกติดอยู่ใต้เพดานจำนวนมาก แถมเจ้าของไข่ร้องคำรามต้อนรับอีก 7 ครั้ง ครางเบาๆ อีกหน่อยหนึ่ง ใจนึกว่า “ไม่น่าจะต้องขู่กันนา”
เดินออกจากเรือนรับรอง “ตุ๊กแก” กลับมาทางริมทะเล ยืนสนทนากันที่ ชายคาเรือนจอมพล “คืนนี้ผมจะได้พักหลังไหนครับ” ผมถามขึ้นระหว่างเดินชมพื้นที่กว่างใหญ่กว่า 8 ไร่ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้รับรองชี้ไปที่หลังเคียงกับเรือนจอมพล “หลังนี้พร้อมที่สุด ห้องน้ำค่อนข้างดี พอใช้งานได้” ชั้นล่างเหมือนใช้เป็นสำนักงานรับรองแขก ด้านหลังมีห้องน้ำ เราพากันเดินขึ้นชั้นสอง วางสัมภาระเรียบร้อยแล้วเดินลงมาคุยกับผู้รับรอง
ผมชวนคุยตามความสนใจ “ที่ตรงนี้น่าจะราคาแพงนะครับ” “ราคาประเมินตารางวาละห้าหมื่นบาทครับ” ต่อมความคิดทางคณิตศาสตร์เริ่มคำนวณราคาอย่างช้าๆ “โอ้แม่เจ้า 20 ล้านบาทต่อไร่” ลองคูณแปดไร่เอาเองแล้วกันนะครับ และเป็นราคาตอนนั้น ตอนนี้ไม่รู้ว่าเพิ่มขึ้นอีกเท่าใด ราคาที่ดินริมฝั่งทะเลไม่ใช่ธรรมดา
คืนนั้นยามแม่และญาติมิตรหลับแล้ว ผมลงมาสำรวจพื้นที่ริมเขื่อน มองชายหาดขาวโพลนใต้แสงจันทร์ น้ำทะเลสะท้อนประกายเดือนดาวพริบพราย แสงไฟจากเรือไดหมึกสีเขียวมรกตรายรอบชายหาดครึ่งวงกลมมากมายสวยงามไปอีกแบบ ลมทะเลหนาวเย็นเยือกจับใจ ไกวลู่ยอดไม้เสียงซู่ซู่เป็นระยะ เสียงตุ๊กแกแว่วจากเรือนหลังไกลบ่อยครั้ง เพราะสลับกันร้องเหมือนประกาศตัวตนให้เพื่อนรู้ว่าฉันยังอยู่ ณ ที่แห่งนี้
สวัสดีค่ะอ.โสภณ
ชอบมองเลยามค่ำ เห็นแสงไฟ เห็นเรือไดหมึก
เห็นวิถี ฝันว่าอยากมีบ้านริมเล เช่นกันค่ะ แต่ ...
ขอเพียงมีเวลา ว่างๆ ได้ไปสัมผัสบ้าง ก็ยังดีค่ะ :)
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจ
คงเพราะเกิดที่บ้านในหลังเขา เลยชอบดูทะเลมากเป็นพิเศษ แต่เพราะว่ายน้ำไม่เป็น จึงชอบที่จะดูทะเลอยู่ริมชายฝั่งและไม่เคยคิดจะลงไปอยู่ในทะเลจริงๆ บรรยากาศริมทะเลจึงมีเสน่ห์เสมอค่ะ...
ขอบคุณค่ะ...
เรียนคุณ
ครับ
โปรดได้รับความขอบคุณ
ที่แวะมาให้กำลังใจ
บ้านพัก "สวนสน" บ้านพักตากอากาศริมเล ที่หัวหิน ติดริมทะเล
สวัสดีครับ อ. โสภณ บรรยากาศน่าพักนะครับถถ้าไม่มีเสียงตุ๊กแกทัก (ฮา)
แหม ตอนนั้นเป็นเรือนไทยสมัยเก่า อยู่กลางดงไม้นะครับ
พอนึกภาพออกนะครับ แหม...วังเวงเชียว
แล้วภาพนี้เรือนอะไรคะ ชอบมากแต่กั้นรั้วกันแบบมิดชิดสนิทสนานสานซะเป็ดไก่ไม่กล้าเข้าใกล้
แล้วจะเข้าไปไงคะนี่สงสัยต้องใช้วิชาตัวเบาอิอิ
สวัสดีค่ะ ไม่ได้ไปหัวหินมาเป็นสิบปี ความเปลี่ยนแปลงคงมีมากมาย เพราะอ่านจากข่าวดูสื่อพบว่ากำกังเป็นสถานที่ยอดนิยม ยิ่งได้อ่านเรื่องนี้เห็นภาพแล้วคิดถึง ทะเลสวย ฟ้าใส ต้้องหาโอกาส.... ขอบคุณค่ะ สบายดีนะคะ
นึกตามและได้ชมภาพไปด้วย ดีจัง ขอบคุณมากค่ะ
เข็มขาวหอมมาฝากด้วยค่ะ
ถ่ายภาพบนสันเขื่อนหน้า "บ้านชมคลื่น" ของ วข. วังไกลกังวล ครับ
เมื่อเดือนมีนาคมก็ไปพักหัวหินอยู่สองคืนค่ะ นานๆได้ไปพักริมทะเลได้บรรยากาศอีกแบบดีค่ะ ที่จริงไปทำธุระ ไปเช่าพระเบญจภาคีที่วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล ตามคำขอของคนข้างกาย เลยถือโอกาสไปเที่ยวซะเลยค่ะ
แม้ว่าหัวหินจะเปลี่ยนไปมาก เต็มไปด้วยร้านรวง คอนโด แต่ก็ยังมีความสงบอยู่พอควรและรู้สึกปลอดภัย มีรสนิยมดีนะคะ
อาจารย์สบายดีนะคะ