ในการประชุมใหญ่ประจำปี ๒๕๕๔ ของมูลนิธิ สคส. เมื่อวันที่ ๑๒ มี.ค. ๕๕ กรรมการทุกคนมีความสุขมาก ที่ได้เห็นความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด (breakthrough) ของ สคส. ที่เป็นไปตามเป้าหมาย ที่แนะนำไว้ คือให้ทำงานให้บริการการพัฒนาองค์กรสู่องค์กรเรียนรู้ โดยใช้เครื่องมือ KM ++
ผมยิ่งดีใจ ที่ สคส. รับงานใหญ่จาก สสส. คืองาน OD การทำงานให้แก่ สสส. ถือเป็นการทำงานให้แก่ องค์กรที่มีพระคุณต่อ สคส. เพราะ สคส. เกิดขึ้นจากทุนสนับสนุนจาก สสส. ในช่วงปี ๒๕๔๖ - ๒๕๕๑ เป็นเงิน ๒๑๐ ล้านบาท เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านการจัดการความรู้ให้แก่สังคมไทย และเมื่อครบโครงการ ๕ ปี เราคืนเงินไป ๙๗ ล้านบาท และตั้ง มูลนิธิ สคส. ขึ้นทำงานต่อเนื่อง ในฐานะSE (Social Enterprise)
งาน OD ของ สสส. นี้เอง ที่ก่อผลกระทบยิ่งใหญ่แก่ สคส. เพราะเกิดผลสำเร็จมากอย่างไม่คาดฝัน นำไปสู่ความไว้วางใจให้ทำงานต่อเนื่อง คืองานภาคีสัมพันธ์ของ สสส. ซึ่งเป็นงานใหญ่และยากยิ่งขึ้นไปอีก และทำสำเร็จแล้วเป็นอย่างดียิ่งในเดือน ก.พ. ๕๕ ผลสำเร็จนี้ทำให้มีลูกค้าอื่นๆ เข้ามาอีก รวมทั้ง สสส. ก็ไว้วางใจให้ทำงาน Thai Health Academy อีกโครงการหนึ่ง
นั่นหมายความว่า สคส. ไม่ได้มีเครื่องมือทำงานเฉพาะ KM เท่านั้น แต่มีวิทยายุทธเสริมอีกมากมาย รวมทั้งการจัดกิจกรรม edutainment
ดร. ประพนธ์ ผาสุขยืด ผอ.สคส. บอกว่า core values ของ สคส. ค่อยๆ ก่อตัวมาจนชัดเจนแล้ว เป็น TIPS คือ
Team Learning
Innovation
Passion
Synergy
ผมภูมิใจมาก ที่ สคส. พัฒนาต่อเนื่องจากช่วง ๕ ปีแรกที่ผมดูแล เดินทางมาไกลและสั่งสมการเรียนรู้ ความสำเร็จ และการพัฒนาต่อเนื่อง กรรมการมูลนิธิชื่นชมว่า พนักงานของ สคส. เป็นคนที่พัฒนาขีดความสามารถของตนเอง ได้อย่างน่าพิศวง
ผมย้ำต่อที่ประชุมว่า มูลนิธิ สคส. เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นเพื่อทำประโยชน์ให้แก่สังคม คณะกรรมการ มูลนิธิเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่มาช่วยกันทำงานให้แก่สังคม โดยการดูแลว่า มูลนิธิดำเนินการตรงตามเป้าหมาย ที่กำหนดไว้ และดำเนินการถูกต้องตามกฎระเบียบที่กำหนด รวมทั้งช่วยแนะนำ ให้ สคส. ทำงานเป็นประโยชน์ ต่อสังคมยิ่งขึ้น โดยที่เราถือว่า สคส. ทำงานเป็น SE (Social Enterprise) คือหารายได้เลี้ยงตัวเอง เพื่อทำ ประโยชน์แก่สังคม ไม่ต้องรับบริจาค
ในปี ๒๕๕๔ สคส. มีรายได้น้อยกว่ารายจ่าย ๑.๓ ล้านบาท เพราะช่วงน้ำท่วม ๒ เดือนไม่มีงาน แต่เชื่อ ว่าในปี ๒๕๕๕ น่าจะสามารถหารายได้มาชดเชยได้
เราให้เจ้าหน้าที่ของ สคส. ทำ AAR ก่อนปิดการประชุมได้บรรยากาศของแรงบันดาลใจเป็นอันมากแม้แต่การประชุมบอร์ดเราก็เอามาใช้เป็นเวทีจัดการความรู้
วิจารณ์พานิช
๑๒ มี.ค. ๕๕