"ไม่มีคืนไหนที่ไม่มีแสงดาว"

 



 

 

...

อุ่นแสงดาวปลอบขวัญคนอ่อนล้า
ราตรีนี้เหว่ว้า และอ่อนไหว
สงบเงียบเยียบเย็นเพ็ญอำไพ
สงบใจในความเหงาใต้เงาจันทร์

ประกายดาวทอแสงเพียงริบหรี่
แต่ความหวังยังมีให้ใฝ่ฝัน
โลกยังมีความว่างเป็นรางวัล
มอบแด่ผู้สร้างสรรค์ฝันงดงาม

ในความมืดหมองหม่นทนเหน็บหนาว
มีเรื่องราวให้เสาะค้นอีกล้นหลาม
ชีวิตคนความทุกข์คอยคุกคาม
แต่จะอยู่เพียงครู่ยามก็ผ่านเลย

ชีวิตคนเหมือนดนตรีประดับยุค
เมื่อมีทุกข์ผ่านทางควรวางเฉย
กาลเวลาจะฝึกฝนจนคุ้นเคย
ปล่อยให้ลมรำเพยพัดผ่านไป

ประกายดาวไม่เคยหมดจากท้องฟ้า
คอยปลอบขวัญคนอ่อนล้าอย่าหวั่นไหว
ในความทุกข์อย่าสิ้นหวังกำลังใจ
โลกไม่ไร้ที่ว่างให้วางเท้า

ไม่มีคืนมืดใดมืดสนิท
ดาวดวงนิดยังอยู่คู่คนเหงา
อาบแสงอุ่นอำพันทุกข์บรรเทา
ตราบรุ่งเช้าวันใหม่ดอกไม้บาน

...


 

 

......................................................................................................................................

 

ช่องไฟในความคิด

 

ภาพถ่าย ๑ ใบ กับ บทกวี ๑ บท สะกดความรู้สึกให้นึกถึงการเดินทางผ่านตัวตน ความเหงา และความทุกข์

วันนี้ก็ผ่านเลยไป

พรุ่งนี้กำลังจะมาถึง

เป็นเช่นนี้ตราบลมหายใจ

 

...

แสงของดาวยังส่องเต็มท้องฟ้า
ความอ่อนล้าท้าทายหายปลิดทิ้ง
กฎธรรมชาติทุกอย่างคือความจริง
จงปล่อยวางสงบนิ่ง กาลเวลา

...


 

บุญรักษา ครับ ;)...

 

......................................................................................................................................

ขอบคุณหนังสือกวีงาม ...

เดือนแรม ประกายเรือง.  ดอกไม้ของแผ่นดิน.  กรุงเทพฯ: ต้นอ้อ, ๒๕๔๒.