วัดในพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยชีวิต

            พระพุทธศาสนาในประเทศไทยได้รับอิทธิพลหลักพุทธธรรมมาจากอินเดีย...ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช...ช่วงหลัง พ.ศ.  300 กว่าปี...คลื่นแรกของคำสอนมากับพระโสณะและพระอุตตระที่มาเผยแผ่พุทธธรรมยังสุวรรณภูมิ...

ปัจจุบัน...ศูนย์กลางพระพุทธศาสนา

อยู่ที่กรุงเทพฯ   มี  2  นิกายใหญ่ ๆ  คือ  มหานิกายและธรรมยุตินิกาย...ผมบวชเป็นพระในมหานิกายครับ...ที่วัดบางเสาธง  แขวงบางขุนศรี  เขตบางกอกน้อย   กรุงเทฑฯ

          ที่วัดแห่งนี้คือมหาวิทยาลัยชีวิตของผมครับ...ทำให้ได้รู้ว่า...ในหมู่มนุษย์นี้...ผู้ใดสามารถฝึกฝนอบรมตนได้เท่านั้นจึงถือว่าเป็นผู้ประเสริฐ...ผมเรียนรู้หลายอย่าง...เช่น

ตื่นนอนตี  4   เพื่อลงทำวัตรสวดมนต์...

                เวลามีงานประจำปี...ได้ฟังโฆษกงานวัดประกาศเชิญชวนคนมาทำบุญ...พอคืนที่ 4-5  โฆษกตัวจริงเสียงจริงเริ่มเหนื่อย...ยื่นไมล์มาให้ผม...ความต่อเนื่องกลายเป็นความเคยชิน...ต่อไปเวลาทางวัดมีงานก็จัดผมอยู่ฝ่ายโฆษกด้วย

 ฮา ๆ เอิก ๆ  ช่วงวันหยุดหลวงตา...ชวนเล่นหมากฮ๊อด...มีอยู่วันหนึ่งผมเล่นติด...คือมี...ท่าน...ผลัดกันเล่นใครแพ้ออก...ทั้ง 4  ท่านถ่างตาเล่นอยู่ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตี 4  ครับ...ตั้งแต่วันนั้นมาผมรู้สึกว่าพอแล้ว...แต่ก่อนเวลาแพ้แล้วไม่ยอม...

             ต่อมาหลวงตาหากระดานหมากรุกมาเล่น...ผมกำลังเรียนขึ้นเบี้ย...ขุน...โคน...เรือ...เป็น...ทุกท่านในวงหมากรุกตะลึง...และเงียบ...สองมือจับกระดานหมากรุกยกขึ้นโยนลงสระน้ำ...สมภารวัดนั้นเองครับ...แต่นั้นมาผมไม่ยุ่งเรื่องหมากรุกอีกเลย...ฮา ๆ เอิก ๆ...

           ที่วัดนี้มีงานเทศน์มหาชาติทุก ๆปีครับ...มีพระนักเทศน์ชื่อดังมาเทศน์  13  กัณฑ์   มีบางกัณฑ์ที่กำหนดให้พระในวัดได้แสดงบ้าง...จากการได้พบนักแหล่...ทำให้ผมแอบจดจำและฝึกหัดร้องทำนองประกอบกัณฑ์...ต่อมาได้ขึ้นเทศน์แหล่...ทำนอง...นึกถึงครู...ที่ช่วยแนะนำหลายท่าน...เช่น  พระขุนแผน  ลูกสุพรรณ...คุณน้ำผึ้ง  เพชรอุทัย...เป็นต้น

ท่านเหล่านั้นร้องแหล่...บันทึกเทปให้ผมครับ...ชีวิตพระช่วงนั้นของผมเพลิดเพลินกับการฝึกหัดร้องทำนองแหล่ภาคกลาง...เกือบจะไม่เรียน ป.ตรี...ป.โท...เลยครับผม

โปรดติดตามตอนต่อไป 

 ด้วยความปรารถนาดี 

 จาก...umi