บ่ายของเมื่อวานนี้ ผมกับภรรยาไปรับญาติจากโรงพยาบาลสันป่าตองไปส่งที่บ้านหางดง ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เข้าเมืองในตอนกลางวันแล้วไม่มีธุระอย่างอื่นต่อจากนั้นรออยู่อีก ดังนั้น พอส่งญาติเสร็จแล้วก็เลยหารือกันว่าจะกลับบ้านที่สันป่าตองกันเลยหรือไปไหนกันต่อดี ผมนึกถึงสถานที่ที่อยากไปสองแห่งคือวัดต้นเกว๋นที่ใกล้แม่เหี๋ยะหางดง กับห้างเซ็นทรัลแยกสนามบินเชียงใหม่
ที่วัดต้นเกว๋นนั้น ผมไปมา ๒-๓ ครั้งแล้ว แต่ก็ยังอยากไปอีก ผมชอบบรรยากาศที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ต้นไม้และลานวัด ศิลปะ และความเป็นศาสนสถานของวัดต้นเกว๋น เลยอยากไปชมแล้วชมอีกและค่อยซึมซับสิ่งต่างๆเพื่อหาแนวคิดทำงานศิลปะชุมชนเมื่อมีโอกาส ส่วนห้างเซ็นทรัลแยกสนามบินนั้น ผมอยากไปเดินดูงานศิลปะกับงานฝีมือ ซึ่งน่าจะมีแกลลอรี่ การแสดงงาน และการจัดวางงานศิลปะตามมุมแสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์ต่างๆ และร้านหนังสือ
ตามประสบการณ์และในทรรศนะส่วนตัวของผมนั้น ห้างเซ็นทรัลมักมีแนวคิดและรสนิยมในการเลือกสรรทางศิลปะเข้าไปเป็นองค์ประกอบหนึ่งของห้างอยู่เสมอ แม้นไม่แน่ใจนักว่าเมื่อไปแล้วจะมีมุมการจัดแสดงผลงานทางศิลปะหรืองานช่างฝีมือในช่วงนี้หรือไม่ แต่ก็เชื่อว่าจะสามารถเดินชมงานที่สอดแทรกอยู่ตามมุมต่างๆได้ เมื่อไปถึง นอกจากก็ไม่ผิดหวังแล้ว ก็กลับได้เดินดูงานมากกว่าที่คิดว่าจะมีเสียอีก
ผมกับภรรยาพากันเดินชมไปเรื่อย เริ่มตั้งแต่การจัดแสดงเดี่ยวงานศิลปะในชุดจินตนาการและแรงบันดาลใจจากพระพิฆเณศ ซึ่งหลังจากดูแล้วก็ได้เดินไปดูแกลลอรี่และสตูดิโอเขียนภาพที่อยู่ใกล้ๆกับบริเวณจัดแสดงงานในห้าง ซึ่งก็พบว่าการจัดแสดงผลงานเดี่ยวนั้น เป็นผลงานของจิตรกรที่อยู่ในสตูดิโอเขียนภาพนั่นเอง
ในแกลลอรี่และสตูดิโอของจิตรกรที่แสดงผลงานเดี่ยวด้วยนี้ มีแนวการทำผลงานศิลปะเพื่อขายให้กับผู้ที่มีรสนิยมทางศิลปะแบบทั่วไปหลากหลายแนวและในราคาที่ไม่แพง แนวหนึ่งที่น่าสนใจมากนั้น เป็นการนำเอาผ้าทอแบบต่างๆของทางเหนือมาทำเป็นเฟรมเขียนภาพแทนผ้าใบ ซึ่งทำให้เป็นทั้งงานศิลปะภาพเขียนและการนำเอาศิลปะผ้าทอมานำเสนอในอีกมิติหนึ่ง เกิดความผสมผสานกันของศิลปะสมัยใหม่กับความเป็นท้องถิ่นที่ให้อรรถรสแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง
ถัดไปก็เป็นแกลลอรี่ของจิตรกรที่ทำงานเชิงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนล้านนา มีการทำงานเพื่อระดมทุนสร้างหอศิลป์ การอนุรักษ์และสืบทอดแนวคิดของจรัล มโนเพ็ชร ศิลปินเพลงจิตวิญญาณล้านนา
จากนั้น ก็ดูหนังสือศิลปะ แกลลอรี่ภาพเขียนกับภาพถ่ายเชิงศิลปะ และงานหัตถศิลป์อีกระรานตา กระทั่งไปเจอกับการจัดแสดงงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพะเยาที่มุมหนึ่งของห้าง เป็นผลงานของนักศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ ผลงานที่จัดแสดงมีอยู่ไม่มากนัก แต่ก็ได้ความตื่นตาตื่นใจและได้เห็นพลังความคิดริเริ่มของคนรุ่นใหม่ รวมทั้งได้เห็นการจัดกระบวนการศึกษาเรียนรู้เพื่อสนองตอบต่อเงื่อนไขแวดล้อมต่างๆของสังคมไทยและสังคมโลกในแง่มุมที่ให้ความคิดและจินตนาการดีๆมากทีเดียว
รูปแบบของการจัดแสดง เป็นการจัดในรูปของการนำเอาโครงงานและศิลปนิพนธ์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษามานำเสนอ มีผลงานของนักศึกษาประมาณ ๑๐-๑๒ คน คนละ ๑ โครงงาน แต่ละโครงงานจัดแสดงองค์ประกอบต่างๆของโครงงานและผลงาน เป็นต้นว่า วิธีทำงานความคิดสร้างสรรค์ การศึกษาค้นคว้าและทำงานข้อมูล มิติต่างๆของกระบวนการพัฒนาความคิดให้ครอบคลุมทั้งอรรถประโยชน์และคุณค่าของการใช้สอย สุนทรียภาพและความงาม ความสามารถใช้ภูมิปัญญาและทรัพยากรในท้องถิ่น การแก้ปัญหาและการเสริมพลังการพึ่งตนเองได้มากขึ้นของสังคม ทั้งทางด้านสุขภาพ เกษตรกรรม เทคโนโลยีการผลิตและการจัดการของชุมชน รวมทั้งมีส่วนที่นำเสนอกระบวนการออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และการทดลองใช้ มีตัวแทนของนักศึกษา ๒ คนช่วยกันทำหน้าที่นำชม คอยอธิบาย ตอบคำถาม และสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม ซึ่งดูเป็นคนรุ่นใหม่ที่องอาจและงามสง่าน่าประทับใจมาก
หลังจากแนะนำการแสดงงานและมหาวิทยาลัยแล้ว นักศึกษาที่คอยดูแลงานก็ขอความร่วมมือให้ผู้ชมช่วยโหวตให้คะแนนแก่ผลงานที่ประทับใจโดยแจกสติกเกอร์สำหรับติดให้คะแนนคนละ ๑ ชิ้น ผมเองนั้น เมื่อได้ชมแล้วก็อยากติดให้ทุกชิ้น
ตัวอย่างงานที่จัดแสดง เช่น..........................
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเส้นไยเปลือกข้าวโพด เป็นผลิตภัณฑ์และแนวคิดที่จะเพิ่มโอกาสการประกอบกิจการต่อเนื่องจากการทำไร่ข้าวโพด ทำขยะให้เป็นวัตถุดิบการผลิตสินค้าตัวใหม่ และขยายการจ้างงานบนสิ่งที่เป็นฐานการผลิตอันเป็นจุดแข็งของสังคมไทย
- ถาดเพาะเมล็ดพันธ์แบบประกอบได้ เป็นเทคโนโลยีลดต้นทุนการอนุบาลกล้าไม้และเพิ่มคุณภาพของการผลิตให้ได้ผลที่ใช้แรงมือของเกษตรกรได้มากที่สุด
- กล่องข้าวและการนำเอาภาพฟิล์มเอกซเรย์มาออกแบบเป็นงานศิลปะบนกล่องใส่ข้าว เป็นงานเล็กน้อยแต่ให้ความหมายใหม่ของการมีสุนทรียภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่เสมอในยามเจ็บป่วย
- การออกแบบห่อและบรรจุภัณฑ์แหนมกับหมูยอด้วยใบตองให้ได้อารมณ์การเป็นของฝากและของที่ระลึก สร้างแง่มุมเพื่อการบริโภคเชิงความหมายและคุณค่าของผลิตภัณฑ์ มากกว่าบริโภคทางวัตถุสิ่งของ ด้วยวิธีการที่เชื่อมโยงกับวิถีการผลิตของชาวบ้านได้อย่างกลมกลืน
- การทำอุปกรณ์และเครื่องมือฉีดน้ำเชื้อเพื่อผสมพันธุ์วัว เพิ่มกำลังการผลิตที่เกษตรกรสามารรถลดต้นทุนและสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น
- การทำไม้ค้ำยันโดยวัสดุทดแทนด้วยไม้ไผ่สำหรับผู้ป่วยและผู้พิการซึ่งทำให้มีราคาถูกแต่คุณภาพดี ทำให้คนยากจนเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นด้วยต้นทุนต่ำ
- การทำเครื่องมือสางขนแมว สุนัข และสัตว์เลี้ยงที่สามารถใส่ยากำจัดเห็บหมัดให้ไล้ไปบนขนสัตว์เลี้ยงระหว่างที่หวีหรือสางขนได้
- ยากันยุงที่ทำจากขี้วัวและตะไคร้กันยุง ต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้านที่มักใช้การจุดขี้วัวสุมควันไล่ยุงให้สัตว์เลี้ยง ทำให้ได้เทคโนโลยีสำหรับงานสุขภาพและงานสาธารณสุขเชิงป้องกัน ที่เพิ่มโอกาสการพึ่งทรัพยากรและวัตถุดิบที่มีอยู่ในวิถีชีวิตชนบท ปลอดการใช้เคมีและสารพิษ
- การทำเฟอร์นิเจอร์จากต้นกก ปลั๊กไฟสำหรับอุปกรณ์ไอทีที่เป็นอแด็ปเตอร์ ทำให้สังคมยุคใหม่ใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสทิธิภาพมากขึ้นจากส่วนประกอบเล็กๆ
- โคมกระดาษของที่ระลึกโคมล้านนา ทำให้ความความทรงจำและความรู้สึกดีต่อศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นล้านนาและของสังคมไทย สามารถบันทึกและเชื่อมโยงไว้ได้ด้วยสื่อราคาไม่แพงแต่ให้รสนิยมชีวิตที่ดีที่คนทั่วไปจะเข้าถึงได้ง่าย
ผลงานของนักศึกษาเหล่านี้ นอกจากน่าจะนำไปผลิตและใช้ได้จริงทุกชิ้นแล้ว การได้ความคิด การศึกษาข้อมูล การทำงานความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งกระบวนการทำงานต่างๆ ในทุกชิ้นงานก็น่าทึ่งมาก
แต่ละชิ้นจะสามารถเห็นวิธีคิด กระบวนการวิจัยและพลังของการเรียนรู้ การมีความริเริ่มสร้างสรรค์ อีกทั้งได้เห็นความเชื่อมโยงกับการคิดแก้ปัญหาที่สอดคล้องกลมกลืนกับสังคมวัฒนธรรมไทย เช่น การทำผลิตภัณฑ์จากเส้นไยข้าวโพด เป็นทั้งการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ต่อขยะไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ สร้างงานผลิตต่อเนื่อง ทำให้การเกษตรกรรมทำไร่ข้าวโพดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานชีวิตคนส่วนใหญ่ของสังคมไทย ได้วิธีเพิ่มความซับซ้อนหลากหลายในวงจรการผลิตต่อเนื่องจากวิถีเกษตรกรรมที่มีอยู่เป็นทุนเดิม รองรับการขยายตัวทางสังคมและสร้างโอกาสเพื่อการอยู่ร่วมกันให้เพิ่มขึ้น ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การทำยากันยุงจากขี้วัว เป็นงานที่นักศึกษาบอกว่าได้ความบันดาลใจจากการที่บ้านเลี้ยงวัวและสังเกตจากที่ชาวบ้านจะมีการจุดขี้วัวเพื่อไล่ยุง จึงเกิดความคิดว่าขี้วัวนั้นมีคุณสมบัติในการให้ ควันไล่ยุง จึงนำมาผสมกับตะไคร้หอมและทำเป็นแท่งกันยุงพร้อมกับทำกล่องบรรจุด้วยไม้ไผ่ วิธีได้โจทย์และเกิดแรงบันดาลใจในการทำงานชิ้นนี้ของนักศึกษา บ่งบอกถึงการคิดใคร่ครวญไปบนสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิต พลังความช่างสังเกต และความมีจิตวิญญาณของผู้เรียนรู้แก้ปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างยิ่งเหนือสิ่งที่เขาทำขึ้นมา
งานชิ้นอื่นๆก็จะมีลักษณะการได้ความคิดจากการศึกษาและสังเกตจากสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันดังตัวอย่างในข้างต้น เช่น ช่วยพ่อแม่ทำงานเลยรู้จักกลไกและปัญหาของเทคโนโลยีการผสมพันธุ์วัวที่ตนเองจะสามารถคิดสร้างสรรค์และปรับปรุงได้ บ้านมีกิจการทำแหนมและหมูยอ บ้านและชุมชนโดยรอบทำไร่ข้าวโพด ที่บ้านเลี้ยงสัตว์ เหล่านี้เป็นต้น
ผลงานและกระบวนการเรียนรู้ของนักศึกษา จึงเหมือนกับเป็นการทำความรักที่มีต่อพ่อแม่ ครอบครัว ชุมชนและสังคมรอบข้าง รวมทั้งความผูกพันต่อชีวิตและจิตวิญญาของชุมชนถิ่นอาศัย ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นพลังการแก้ปัญหา มุ่งทำให้สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของคนในระดับชาวบ้านที่ทำมาหากินดีขึ้นด้วยการนำเอาศักยภาพของท้องถิ่นมาใส่ภูมิปัญญาการสร้างสรรค์ลงไปแล้วออกแบบให้เป็นผลิตภัณฑ์ สิ่งของเครื่องใช้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับการขยายคุณภาพของการอยู่ดีกินดีที่ลดปัญหาและความเบียดเบียนสิ่งต่างๆให้น้อยลง
ผมแปลกใจว่าการทำงานในแนวนี้ จำเป็นต้องอาศัยการศึกษาค้นคว้า การได้สั่งสมประสบการณ์ในการเห็นผลงานและงานความคิดให้กว้างขวาง รวมทั้งได้สั่งสมประสบการณ์ต่อสังคมให้มีความลึกซึ้ง จึงจะสามารถทำงานที่ดีได้ แต่มหาวิทยาลัยพะเยาเพิ่งก่อตั้ง อยู่ในท้องถิ่นห่างไกลสภาพแวดล้อมของการได้ประสบการณ์เพื่อบ่มทักษะการทำงานความคิดให้หลากหลายอยู่เสมอ อีกทั้งนักศึกษาบอกว่าพวกเขาเป็นรุ่นแรกกับรุ่นที่สองของสาขานี้เท่านั้นด้วย จึงย่อมขาดทั้งแหล่งหาประสบการณ์กับขาดตัวแบบจากรุ่นพี่ เลยอดไม่ได้ที่จะต้องถามว่านักศึกษากับอาจารย์มีวิธีศึกษาหาประสบการณ์ให้กับตนเองอย่างไรบ้าง พวกเขาได้เล่าให้ผมฟังอย่างน่าประทับใจ ประทับใจทั้งจากเรื่องราวที่เขาช่วยกันเล่า และความนอบน้อมแต่มีความองอาจ สะท้อนอยู่ในบุคลิกภาพของบัณฑิตรุ่นใหม่อย่างพวกเขา
นักศึกษาบอกว่า พวกเขาหาประสบการณ์และศึกษาดูงานทั้งจากการขวนขวายด้วยตนเอง จากอาจารย์ และจากการเชิญคนภายนอกไปถ่ายทอดประสบการณ์ให้ ทั้งจากมืออาชีพ ภูมิปัญญาบุคคลท้องถิ่น และอาจารย์จากต่างมหาวิทยาลัย ไปดูงานกรุงเทพฯ ไปดูงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทำงานความคิดกับกลุ่มเพื่อน ทั้งไปกันเองและอาจารย์พาไป
ก่อนกลับบ้าน ผมไม่ลืมที่จะเขียนแสดงความประทับใจและชื่นชมมากบนกระดาษที่พวกเขาติดบนบอร์ดไว้ให้ผู้ชมร่วมแสดงความคิดเห็น เสียดายที่ไม่ได้นำกล้องถ่ายภาพติดมือไปด้วย เพราะจู่ๆก็ได้ไปดู เลยไม่มีภาพมาฝาก.
จังหวัดพะเยาถือว่าโชคดีนะอาจารย์
โชคดีที่มีผู้นำพาทำมาแต่อดีตถึงปัจจุบัน
ผู้นำฝายสงฆ์ที่นำทำก็มีหลวงพ่อพระอุบาลีคุณูปมาจารย์
เจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำรูปปัจจุบัน
ถือว่าโดดเด่นมากในเรื่องการบันทึกประวัติศาสตร์ล้านนา
รูปปัจจุบันก็เห็นแข็งขันอย่างมากคือพระครูโสภณปริยัติสุธี
ดำเนินรอยตามหลวงพ่อองค์เจ้าอาวาสนั่นเอง
อีกทั้งมหาวิทยาลัยที่อยู่ในท้องถิ่นพะเยา
ก็ลงมาเล่นงานในชุมชนด้วย
เมื่อทั้งสององค์กรดังกล่าวแสดงบทบาทในการเป็นผู้นำและประสานมือกัน
ก็ก่อให้เกิดการผนึกกำลังร่วมมือกันทำงานชุมชนอย่างมีทิศทาง
เห็นแล้วก็น่าชื่นชมอย่างยิ่ง
มีพระดร.มหาศรีธันดร อยู่มหาจุฬาฯ พะเยา เป็น บล็อกเกอร์ที่นั่นครับ ตอนเด็กเคยใช้ขี้วัวตีผึ้งครับ ควันเยอะดี
ศิลปิน...กินได้ ไม่ไส้แห้งแน่นอน ดีใจกับน้อง ๆ นะคะ ที่เรียนในถิ่นที่มีทรัพยากรบุคคล ทุนวัฒนธรรมให้ได้ใช้ต่อยอด ผลิดอกผล เป็นคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญของไทยต่อไป
กราบนมัสการท่านพระอาจารย์มหาแลครับ
ผมคิดอยู่เหมือนกันครับว่าจะต้องหาโอกาสไปกราบนมัสการท่านพระครูสักวันหนึ่งครับ
เป็นแนวการทำงานความรู้ที่เสริมกำลังภูมิปัญญาชุมชนและคนท้องถิ่น ที่เป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหนองบัวได้เป็นอย่างดีเลยนะครับ
สวัสดีครับอาจารย์ดร.ขจิตครับ
สวัสดีครับคุณหมอธิรัมภาครับ
การศึกษาและการสร้างคนที่เสริมกำลังกับความร่ำรวยและมั่งคั่งทางทุนสังคมวัฒนธรรมตามท้องถิ่นต่างๆนี่ เห็นภาพของการให้คำตอบแก่สังคมหลากหลายขึ้นอีกแง่มุมหนึ่ง ที่ดีมากเลยนะครับ
555 ผมจำผิดครับ สงสัยแก่แล้ว 555
เป็นศิลปะของการโยนมุขของอาจารย์เสียมากกว่าใช่ไหมครับ
ผลงานและกระบวนการเรียนรู้ของนักศึกษา จึงเหมือนกับเป็นการทำความรักที่มีต่อพ่อแม่ ครอบครัว ชุมชนและสังคมรอบข้าง รวมทั้งความผูกพันต่อชีวิตและจิตวิญญาของชุมชนถิ่นอาศัย ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นพลังการแก้ปัญหา
#
ความรักความผูกพันต่อท้องถิ่น เป็นสารตั้งต้นที่ดียิ่ง จะทำอย่างไรให้ นวัตกรรม จากสมอง สองมือ บัณฑิตรุ่นใหม่เหล่านี้ ไปสู่การยอมรับในวงกว้าง ผู้ที่พบเห็นแล้วนำมาชื่นชม ขยายผลอย่างที่อาจารย์ทำ ช่วยเติมเชื้อให้เขาได้ คนไทยเรา (ในทัศนะตัวเอง) ประหยัดคำชม ไม่ใคร่สื่อสารสิ่งดีๆ ของคนอื่น ว่าไป ก็เข้าตัวเองเหมือนกันค่ะ
เป็นข้อสังเกตตรงแง่มุมที่ถูกใจมากอย่างยิ่งเลยครับคุณหมอ มีสิ่งดีๆมากมายในสังคมมากเลยนะครับที่ไม่มีพื้นที่ในสื่อและไม่มีตัวตนในโลกของข้อมูลข่าวสาร การที่จะต้องช่วยกันเรียนรู้ ทำหน้าที่เล่าถ่ายทอด บันทึก บอกกล่าว สร้างแรงกระเพื่อมให้กับสิ่งดีและความสร้างสรรค์ที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลัก ควรถือเป็นหน้าที่พลเมืองและความมีคุณธรรมต่อส่วนรวมอย่างหนึ่งของผู้คนในกลุ่ม Educated Person และกลุ่มคนที่พอจะมีทักษะทางสื่อกับการถ่ายทอดสื่อสาร หากมีโอกาส ก็ต้องช่วยกันทำไปตามกำลังและเหตุปัจจัยของตน เป็นการสร้างโอกาสขยายกำลังสิ่งดีของสังคมอย่างหนึ่งบนสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทุกเมื่อของเราเหมือนกันนะครับเนี่ย
ท่านพระครูศรีปริยัติสุธี
ได้ส่งหนังสือมาให้อาตมาสองเรื่อง
เรื่องละสองเล่ม ตั้งแต่ก่อนงานงิ้ว
ท่านบอกว่าฝากมอบให้ดร.วิัรัตน์ด้วย
ก่อนไปงานงิ้วได้ตระเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
คิดว่าจะนำไปให้ในวันงาน(๒๔ มีนาคม๒๕๕๕)
พอถึงวันเดินทางข้าวของ(เอกสาร)เยอะแยะไปหมด
หิ้วพะรุงพะรัง เลยลืมของที่เตรียมไว้ชิ้นนี้เสียสนิท
คอยจะจำสับสนคำขึ้นต้นชื่อของท่านพระครู
ระหว่างพระครูศรีกับพระครูโสภณ
ชื่อของท่านคือพระครูโสภณปริยัติสุธี
กราบนมัสการท่านพระอาจารย์มหาแลครับ
งานศึกษาและรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่นคนพะเยาของท่านพระครู เป็นงานที่มีคุณค่ามากอย่างยิ่งครับ