ตั้งใจไว้ว่าปีนี้จะไปเยี่ยมลูกชายที่กำลังเรียน ป.เอก ที่ UC at Davis เพราะลูกใกล้จะเรียนจบแล้ว ชวนลูกชายคนเล็ก สามี และพี่สาวไปด้วย ดิฉันและสามีมีวีซ่า 10 ปีอยู่แล้วตอนไปเยี่ยมลูกสาวที่ไปทำวิจัยระดับปริญญาเอกที่ University of Massachusettes ที่ Amherst ตั้งแต่ปี 2005
ลูกชายคนเล็กและพี่สาวไปทำวีซ่าคราวนี้ผ่านง่ายไม่ยาก (เมื่อปี 2005 พี่สาวไปทำวีซ่าแล้วไม่ผ่าน) เรากำหนดว่าจะไประหว่างวันที่ 6-21 เมษายน เนื่องจากมีวันหยุดยาวและเป็นช่วงที่งานต่าง ๆ ไม่ยุ่งมาก
เมื่อกำหนดวันได้ก็จองตั๋วเครื่องบิน โดยใช้บริการของ Carlson Wagonlit Travel และเลือกสายการบิน UA ได้ตั๋วซึ่งเวลาของการเดินทางเหมาะสมและมีราคาที่พอใจ ยังไม่ทันได้จ่ายเงินค่าตั๋ว แม่ที่อายุ 98 ปีแล้วเกิดป่วยเป็นหลอดลมอักเสบต้องเข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ อยู่ 6 วัน เราจึงต้องยกเลิกตั๋วไปก่อน จนแม่ออกจากโรงพยาบาลได้ จึงกลับไปจองตั๋วใหม่ปรากฏว่าราคาสูงขึ้นกว่าเดินถึงคนละ 20,000 กว่าบาท จึงต้องให้บริษัทหาตั๋วที่ราคาใกล้เคียงของเดิมโดยเลื่อนวันขึ้นหรือเลื่อนออกไป สรุปได้วันเดินทางเป็น 5 เมษายน
เราได้ตั๋วที่มีราคาถูกกว่าของเดิมคนละประมาณ 14,000 บาท แต่มีเวลาเปลี่ยนเครื่องบินที่สนามบินนาริตะเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น บริษัทยืนยันว่าได้ตรวจสอบกับสายการบินแล้ว เวลาเท่านี้เพียงพอ ดิฉันใช้ Google เพื่อหาข้อมูลสำหรับการเตรียมตัวเปลี่ยนเครื่องที่นาริตะว่าต้องทำอะไร อย่างไร เพื่อไม่ให้ต้องตกเครื่องบิน
ก่อนวันเดินทางดิฉันต้องเข้าร่วมการประชุมโครงการ EdPEx ของ สกอ.ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 2 และ 4 เมษายน ทำให้ไม่มีเวลาเตรียมตัวมากนัก คืนวันที่ 4 นอกจากจะต้องจัดกระเป๋าแล้วยังต้องเคลียร์งานต่าง ๆ สรุปว่าไม่ได้นอนทั้งคืน เราจะเดินทางด้วยเที่ยวบิน UA 9710 ซึ่งจริง ๆ คือสายการบิน ANA ที่ Co กับ UA เครื่องจะออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 08.15 น. (เที่ยวบิน NH 0954)
วันที่ 5 เมษายน 2555
มีข่าวเรื่องการใช้เวลายาวนานในการตรวจ passport ที่สุวรรณภูมิ เราจึงออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่ตีสามกว่าไปถึงสนามบินเมื่อเวลาประมาณ 04 น. ปรากฎว่าเคาน์เตอร์ Check-in จะเปิดตอน 05.15 น. จึงต้องนั่งคอย
![]() |
ลูกทัวร์ ระหว่างนั่งคอย Check-in
เมื่อได้ Check-in ดิฉันบอกเจ้าหน้าที่ว่าขอนั่งแถวหน้า ๆ หน่อยเพราะต้องรีบไปต่อเครื่อง เราได้ที่นั่งแถว 43 และ 45 ข้อมูลใน Boarding pass ของ UA 0852 จากนาริตะไปซานฟรานซิสโก (SFO) บอกเวลา boarding เป็น 16.35 น. โดยเที่ยวบิน NH 0954 จากไทยกำหนดจะถึงนาริตะในเวลา 16.25 น. แสดงว่าเรามีเวลาเปลี่ยนเครื่องที่นาริตะเพียง 10 นาทีเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังบอกว่าทัน
การตรวจหนังสือเดินทางที่สุวรรณภูมิเช้านี้ใช้เวลาไม่มาก เราเลยต้องนั่งคอยกว่า Gate จะเปิดอีกนาน
เมื่อขึ้นเครื่องได้ก็พบว่าที่เราบอกว่าขอนั่งแถวหน้า ๆ กลายเป็นที่นั่ง 2 แถวท้ายสุดของเครื่องเลย หายง่วงทันทีต้องนั่งลุ้นให้เที่ยวบินนี้ไปถึงนาริตะก่อนเวลา แล้วตกลงกับทีมว่าก่อนลงจากเครื่องให้เข้าห้องน้ำกันให้เรียบร้อย รีบเดินอย่างเร็วด้วย พวกเราไม่ได้กินอาหารเช้ากันมาก่อนเพราะคิดว่าเมื่อขึ้นเครื่องแล้วคงมีอาหารเสริฟ เมื่ออยู่ที่สนามบินก็ไม่คิดอยากกินอะไร รอแล้วรอเล่าก็มีน้ำผลไม้และขนมกรอบ ๆ ถุงเล็ก ๆ 1 ถุง เมื่อเกือบ 11 น. ตามเวลาของญี่ปุ่น (เร็วกว่าบ้านเรา 2 ชม.)
เราได้อาหารกลางวันเมื่อเที่ยงกว่า มีให้เลือก 2 แบบคือ Japanese style หรือ Western style พวกเราเลือก Japanes style ซึ่งเมนูและรสชาติถูกปากมากกว่า มีทั้งกุ้งและหอยเชลล์ หน้าตาอย่างที่เห็นในรูป
![]() |
![]() |
อาหารกลางวันบนเที่ยวบิน NH 0954
บางคนหลับได้ แต่ดิฉันนั่งลุ้นข้อมูลที่หน้าจอว่าเราจะถึงนาริตะกี่โมง พอรู้ว่าเครื่องจะถึงก่อนเวลาก็เบาใจ หลับได้บ้างนิดหน่อย
![]() |
ท้องฟ้าแถวประเทศญี่ปุ่น
วัลลา ตันตโยทัย




ขอให้โชคดีในการเดินทางนะคะ เคยไปต่อเครื่องที่นาริตะ ต้องวิ่งแบบไม่คิดชีวิตมาแล้ว ทันค่ะ