พระเจ้ามีจริงหรือ แล้วพระเจ้าในความหมายของศาสนา ของวิทยาศาสตร์ และของคุณ มันเหมือนและต่างกันตรงไหน

                   

   ผมอยากรู้และสงสัยในเรื่องการมีอยู่ของพระเจ้ามาตั้งแต่เด็ก มีพระเจ้ามากมายในตำนานเรื่องเล่า  ท่านเหล่านั้นอยู่ที่ไหน รู้จักกันไหม ใครอยู่เหนือหรือเก่งกว่ากัน

   หลังเรียนจบแพทย์ ผมก็ยังสงสัยคติความเชื่อของศาสนาต่างๆในเรื่องของพระเจ้า แต่ทำได้อย่างดีก็แค่ศึกษาจากหนังสือเรื่องศาสนาเปรียบเทียบและปรัชญาหลายเล่ม โดยเฉพาะหนังสือธรรมะในศาสนาพุทธ รวมทั้งทดลองฝึกปฏิบัติกรรมฐานในสถานปฏิบัติธรรม คำตอบก็ไม่กระจ่าง

   ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับกัลยาณมิตรชาวคริสต์ 2 ท่านในเรื่องของพระเจ้า เพื่อนผมทั้งสองยืนยันการมีอยู่จริงของพระเจ้าของเขา พร้อมทั้งเล่างถึงประสบการณ์ของเขาที่ได้พบกับพระเจ้าด้วย

   ผมพยายามทำความเข้าใจเรื่องพระเจ้า จากประสบการณ์และมุมมองของผมเอง หวังเพียงแค่คลายความสงสัย และหาประโยชน์จากการตีความนั้น การได้อ่านหนังสือ "The God Theory"เล่มนี้ ถึงแม้จะเข้าใจไม่มากนัก เพราะมีเรื่องทฤษฎีวิทยาศาสตร์ยุคใหม่อยู่มาก แต่ก็ช่วยเพิ่มความเข้าใจในเรื่องพระเจ้าได้มากขึ้น

   Dr.Bernard Haisch นักวิทยาศาสตร์ด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (Astrophysic) เป็นชาวเยอรมันและย้ายมาอยู่อเมริกากับครอบครัวตั้งแต่เด็ก พ่อแม่อยากให้เป็นพระ แต่ตัวเองก็สนใจและชอบวิทยาศาสตร์ ก็เลยมีทั้งสองสิ่งในตัวของเขา

   ผมจะไม่พูดถึงทฤษฎีต่างๆที่เขายกมาอธิบายนะครับ เพราะผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ อีกทั้งพูดไปก็พากันมึนงงเปล่า เอาเป็นสรุปตามความเข้าใจของผมดีกว่า อยากรู้เต็มๆก็ต้องอ่านฉบับจริงครับ

   นิยาม ความเข้าใจ หรือความหมายของคำว่า "พระเจ้า" ไม่ควรถูกจำกัดขอบเขตโดยศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ควรเป็นสัจจะความจริงที่เข้าได้กับทุกศาสนา วิทยาศาสตร์(ยุคใหม่)ก็สามารถอธิบายและเข้าใจได้ มนุษย์เองก็ได้รับประโยชน์จากความรู้ความเข้าใจอันนี้

   พระเจ้า หมายถึง "Infinite consciousness" ความตระหนักรู้ที่ยิ่งใหญ่อันประมาณมิได้ หยั่งรู้มิได้ เป็นพลังงานอันยิ่งใหญ่มหาศาล กฎทุกกฎ สภาวะทุกสภาวะ ล้วนไหลรวมลงสู่พระเจ้าหมด  ตัวเราเองซึ่งจัดว่าเป็น "individual(personal) consciousness" ก็เป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้าเช่นเดียวกัน

   การเชื่อมต่อของตัวเรากับพระเจ้านั้น จะต้องผ่านตัวกลางอันได้แก่ สมอง  โดยเราจะต้องปรับคลื่นพลังงานของสมอง ให้สอดคล้องเข้ากับคลื่นพลังอันยิ่งใหญ่แห่งพระเจ้า ซึ่งทำได้โดยขบวนการฝึกจิต หรือที่เราเรียกว่า สมาธิ  นั่นเอง

   ดังนั้นถ้าสมองถูกกระทบกระเทือนหรือเสียหายไม่ว่ากรณีใดก็ตาม การเชื่อมต่อนี้ก็ดูจะเป็นไปได้ยาก หรือในทางตรงข้ามอาจจะเชื่อมต่อได้ในรูปแบบที่พิเศษแตกต่างจากคนสมองปกติก็อาจเป็นได้

   พลังน้อยนิดของเรานั้น มิอาจหยั่งรู้้พลังแห่งพระเจ้าได้ ตรงกันข้ามภายใต้พลังอันยิ่งใหญ่แห่งพระเจ้านี้ ดูเหมือนว่าจะมีเป้าประสงค์ต่อตัวเราอยู่แล้ว

   ความสำคัญอยู่ตรงที่ ทำอย่างไรเราจึงจะประพฤติปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและ สอดคล้องไปกับเป้าประสงค์อันนั้น พูดให้ง่ายก็คือ "เราจะต้องปรับปรุงพัฒนาจิตของเรา ให้ถูกต้องและสอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อเราจะได้เชื่อมต่อกับพลังสูงสุดแห่งพระเจ้าได้"

   ถ้าจะเทียบเข้ากับพุทธศาสนาแบบเถรวาทของเรา ตามความเข้าใจของผม ผมว่าน่าจะเป็น มรรค 8    

   ก่อนจบผมทิ้งคำถามไว้่ว่า "ฤา พระเจ้า ธรรมะ ธรรมชาติ ฟ้าดิน จิตสูงสุด จิตจักรวาล พลังจักรวาล พลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ .......ล้วนเป็นเรื่องเดียวกันทั้งสิ้น?"