...

สวัสดีครับเพื่อน ๆ บันทึกนี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับมุมคิดภูมิปัญญามนุษย์ที่บันทึกไว้จนกลายเป็นคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์มีมาแต่โบราณผมว่าเองนะอาจจะผิดก็ได้คือคัมภีร์เก่าทั้งหลายล้วนเป็นผลงานของมนุษย์สร้างทำมาจากภูมิปัญญาของมนุษย์โดยมนุษย์และเพื่อมนุษย์ในยุคนั้น ๆ วันก่อนผมคุยกับท่านอาจารย์สุภาคย์  อินทองคงแล้วเก็บมุมคิดนี้ว่า

 

คนเรานี้มี 3 สิ่งที่เชื่อมโยงอิงอาศัยกันและกันจึงดำรงอยู่มองในมุมพุทธได้ดังนี้ 

 

1 . ร่างกาย  เทียบได้ในคัมภีร์พระไตรปิฎกคือ ส่วนของวินัยปีฎก เกี่ยวกับเรื่องศีลสิกขา  ถ้าจัดเข้าในศาสตร์ก็อยู่ในด้านสังคมศาสตร์  ร่างกายคนเรานี้มีเป้าหมายไปที่สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ  ความสมดุลของร่างกายทำให้เกิดความสุข  เชื่อมโยงถึงสังคมส่วนรวมเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมหรือสงฆ์นั้นอง

 

2 . จิตใจ  เทียบได้ในคัมภีร์พระไตรปิฎกคือ ส่วนของสุตตันตปีฎก เกี่ยวกับเรื่องจิตสิกขา  ถ้าจัดเข้าในศาสตร์ก็อยู่ในด้านมนุษย์ศาสตร์  จิตใจคนเรานี้มีเป้าหมายไปที่สุขภาพจิตใจสมบูรณ์แข็งแรง มีการออกกำลังจิตทำสมาธิอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ  ความสมดุลของจิตใจทำให้เกิดความสุข  เชื่อมโยงถึงสังคมส่วนรวมเพราะมนุษย์มีความสุขอยู่ที่จิตใจที่เทียบได้กับภาวะพุทธะนั้นอง

 

3 . วิญญาณ  เทียบได้ในคัมภีร์พระไตรปิฎกคือ ส่วนของอภิธรรมปีฎก เกี่ยวกับเรื่องปัญญาสิกขา  ถ้าจัดเข้าในศาสตร์ก็อยู่ในด้านธรรมชาติศาสตร์  วิญญาณคนเรานี้มีเป้าหมายไปที่สุขภาพวิญญาณมีพลังบุญสมบูรณ์แข็งแรง มีการสั่งสมบุญญาบารมีอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ  ความสมดุลของวิญญาณทำให้เกิดความสุข  เชื่อมโยงถึงสังคมส่วนรวมเพราะมนุษย์เป็นสัตว์มีวิญญาณที่ต้องการความสงบสุขในส่วนของธรรมะหรือธรรมชาตินั้นอง

 

        ดังนั้นคนเรานี้จึงตีความได้ว่ามีตาม 3 สิ่งดังกล่าวแล้วถือว่าพัฒนากลายมาเป็นเป็นมนุษย์ที่ล้วนแต่อิงอาศัยซึ่งกันและกัน ( Causality Dependent  Origination )เป็นไปตามเหตุปัจจัยหรือเหตุและผล  หรือตะถาตา  หรืออิทัปปัจจะยะตา  หรือปฏิจจะสมุปบาท  นั้นแล.