ตอนช่วงพศ. ๒๕๔๒ เมื่อออกบวช ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดป่านางเหริญ อ. ปักธงชัย จ. นม. ออกบาตรยามเช้า ตอนฟ้าสางส่องเห็นลายมือ ได้อาหารมาแล้ว เราจะเอามาเทรวมเป็นของกลางทั้งหมด มีโยมมาช่วยจัดเรียงอาหาร จากนั้นพระจะเดินแถวตักอาหารแบบบุฟเฟท์ เรียงตามลำดับอาวุโส จากนั้นมานั่งเรียงตามลำดับ ทำการสวดให้พรญาติโยม (สัพพีติโย....)
จากนั้นขั้นตอนสำคัญที่ผมชอบมากคือ บดทสวดพิจารณาอาหาร ก่อนที่จะฉันอาหาร
บทสวดพิจารณาอาหารมีด้งนี้ (ลอกมาจากเว็บ “ธรรมจักร” ...สาธุ)
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ,
เราย่อมพิจารณาโดยแยบคาย แล้วฉันบิณฑบาต (อาหาร),
เนวะทะวายะ,
ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน,
นะมะทายะ,
ไม่ให้เป็นเพื่อความเมามัน เกิดกำลังพลังทางกาย,
(สมัยผมสวด ท่านแปลว่า ..ไม่ได้เพื่อคะนองกายเล่น)
นะมัณฑะนายะ.
ไม่ให้เป็นไปเพื่อประดับ,
นะ วิภูสะนายะ,
ไม่ให้เป็นไปเพื่อตกแต่ง,
ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา,
แต่ให้เป็นไปเพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้,
ยาปะนายะ,
เพื่อความเป็นไปได้ของอัตภาพ,
วิหิงสุปะระติยา,
เพื่อความสิ้นไปแห่งความลำบากทางกาย,
พรัหมะจะริยานุคคะหายะ,
เพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์,
อิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ,
ด้วยการทำอย่างนี้, เราย่อมระงับเสียได้ ซึ่งทุกขเวทนาเก่า คือความหิว,
นะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ,
และไม่ทำทุกขเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น,
ยาตะรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ,
อนึ่ง ความเป็นไปโดยสะดวกแห่งอัตตภาพนี้ด้วย ความเป็นผู้หาโทษมิได้ด้วย,
และความเป็นอยู่โดยผาสุกด้วย, จักมีแก่เรา ดังนี้.
พอสวดเสร็จเราก็อุ้มบาตรแยกย้ายเอาอาหารไปฉันกันตามอัธยาศัยในกุฎิของตัว หรือ ตามโคนไม้ในป่า อาหารเพลไม่มีพิธีรีตอง ใครจะฉันมื้อเดียวก็ฉัน ส่วนใครจะฉันมื้อเพลก็ฉันอาหารในบาตรที่เหลือจากอาหารเช้านั่นแหละ
ส่วนใหญ่แล้ว ผมจะฉันมื้อเช้ามื้อเดียว ข้าวที่เหลือเอาไปโปรยให้ไก่ป่ากิน แต่บางที บางวันกิเลศมันรุมเร้าหนัก เห็นอาหารที่ถูกจริตก็เก็บเอาไว้ฉันมื้อเพลอีกเล็กน้อย (ประมาณครึ่งมื้อ) เช่น ลูกสลิด ผักป่านานาชนิด (จิ้มแจ่วปลาร้า) รวมถึงข้าวต้มมัด ข้าวเหนียวหน้ากลอย ข้างเม่าคลุก
เรื่องการพิจารณาอาหารนี้ ผมว่ามันดีมากๆ ฆราวาสเองก็สามารถนำไปใช้ได้ โดยผมเอามาเสริมว่า ให้มีการ “ขอบคุณธรรมชาติ” ด้วย ก็จะเป็นกุศโลบายที่ดีนักแล เรื่องนี้ต้องชื่นชมชาวคริสต์เขาที่มีการสวดขอบคุณพระเจ้าก่อนกินอาหาร
บทความที่เกี่ยวข้อง โปรดคลิกลิงค์ข้างล่างนี้
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/456212
...คนถางทาง (๔ เมษายน ๒๕๕๕)
We should say thanks/grace before meals. So that we realize that we (destroy and) eat lives to sustain our lives; So that we only eat just enough/sufficient to sustain our lives (and not to get obese); So that we can see food as they are -- sustenance not objects of tastes, indulgence and attachment;
metta is to our food and ourselves!