จุดประสงค์ทางการศึกษาฉบับปรับปรุงตอนที่ 1: ที่มา ข้อจำกัด และประโยขน์

ท่านผู้อ่านที่รัก

                ในขณะที่หลักสูตรที่เราใช้อยู่เป็นหลักสูตรปีพุทธศักราช 2551 ซึ่งเป็นหลักสูตรที่อิงมาตรฐาน หลักสูตรฉบับนี้มีความชัดเจนขึ้นเพราะกำหนดกริยาไว้ให้เราในฐานะครูผู้สอนไว้อย่างชัดเจนแต่ประเด็นปัญหาอยู่ที่เราที่เป็นครูผู้สอนสามารถกำหนดจุดประสงค์ทางการเรียนไว้ชัดเจนหรือไม่ ในวันนี้ผมจะได้นำเสนอจุดประสงค์ทางการศึกษาฉบับปรุงของ Krathwohl และคณะมาให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้พิจารณากันครับ

             จุดประสงค์ทางการศึกษา (Taxonomy of Educational Objectives)ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้เป็นผลงานของ Benjamin S. Bloom และคณะ จุดประสงค์ทางการศึกษา (Taxonomy of Educational Objectives) เกิดขึ้นเมื่อปี 1949 Bloom ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญทางการวัดผลทั่วสหรัฐอเมริกา มาประชุมกันเพื่อคิดจุดประสงค์ทางการศึกษา ในปี 1956 ก็สำเร็จเป็นจุดประสงค์ทางการศึกษา 3 กลุ่ม ได้แก่ พุทธิพิสัย, จิตพิสัย, และทักษะพิสัย หลังจากนั้นอีก 45 ปี ก็มีการปรับปรุงจุดประสงค์ทางาการศึกษาของ Bloom อีกครั้งโดย Krathwohl และคณะเรียกว่า จุดประสงค์ทางการศึกษาฉบับปรับปรุง (The Revised Taxonomy) โดยที่ Krathwohl ก็ทำอย่างเดียวกับที่Bloom ทำนั่นคือรวบรวมผู้เชี่ยวชาญทางการวัดผล นักพัฒนาหลักสูตร ครู และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดมาเข้าประชุมกันเพื่อกำหนดปัญหาและแก้ปัญหาที่เกิดจากจุดประสงค์ทางการศึกษาแบบเก่า

                จุดประสงค์ทางาการศึกษาแบบเดิมมีข้อเสียหลายประการ โลริน แอนเดอร์สัน (อ้างถึงใน วิทวัฒน์ และฉัตรศิริ)ได้กล่าวว่ากระบวนการทางปัญญาที่มี 6 ขั้น แยกกันออกมาอย่างชัดเจน และต้องเข้าถึงกระบวนการทางปัญญาอันดับแรกก่อนจึงจะเข้าถึงกระบวนการทางปัญญาในขั้นที่สูงกว่าได้ ก็เป็นข้อจำกันที่เข็มงวดเกินไป เออร์เมล (อ้างถึงใน วิทวัฒน์ และฉัตรศิริ) กล่าวว่าบางครั้งสิ่งที่เราต้องการกระบวนการทางปัญญาขั้นความรู้ความจำก็ยังมีความซับซ้อนมากกว่ากระบวนการทางปัญญาขั้นวิเคราะห์หรือประเมินค่า และไครเซอร์อ้างว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาแบบเก่านี้ได้ยอมรับว่าพวกเขาเองยังไม่สามารถให้คำจำกัดความเพื่อจำแนกความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมในกระบวนการทางปัญญาของระดับต่างๆได้อย่างชัดเจน และตัวไครเซอร์เองก็กล่าวว่ากระบวนการทางปัญญาในขั้นประเมินค่าก็ไม่ได้มีความซับซ้อนกว่ากระบวนการทางปัญญาขั้นสังเคราะห์ และกระบวนการขั้นสังเคราะห์ก็มีความเกี่ยวเนื่องกับขั้นประเมินค่าด้วย

                Bloom ได้กล่าวถึงประโยชน์จุดประสงค์ทางการศึกษาแบบเก่าไว้มากมาย แต่Krathwohl ก็กล่าวว่าเพื่อให้จุดหมายของจุดประสงค์ทางการศึกษาเกิดประโยชน์สูงสุดจึงได้ทำฉบับปรับปรุงเพื่อเสริมประโยชน์ที่ Bloom ตั้งใจไว้นั้นเอง          

  1. ก่อให้เกิดภาษาที่เป็นที่เข้าใจได้ของครู ผู้ปกครอง นักเขียนหลักสูตร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  2. เป็นพื้นฐานในการกำหนดหลักสูตรให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยการกำหนดกริยาในหลักสูตรให้ชัดเจนขึ้น
  3. เพื่อเป็นเกณฑ์เทียบระหว่างมาตรฐานชาติ มาตรฐานของรัฐ และมาตรฐานของท้องถิ่น
  4. เพื่อเป็นการกำหนดความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์ กิจกรรมการเรียนการสอน และการวัดผล

หนังสืออ้างอิง

วิทวัฒน์ ขัตติยะมาน และฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ์. การปรับปรุงจุดมุ่งหมายทางการศึกษาของบลูม. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก www.watpon.com/journal/bloom.pdf วันที่ค้นข้อมูลได้ 1 เมษายน 2555)

David R. Krathwohl. A Revision of Bloom’s Taxonomy: An Overview. (ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก www.unco.edu/cetl/sir/stating/Krathwohl.pdf วันที่ค้นข้อมูลได้ 1 เมษายน 2555