ตอนผมบวชพระ (๓ เดือน) เมื่อพศ. ๒๕๔๒ ยามว่างจากการทำวัตร ทำสมาธิ อ่านพระไตรปิฎก ก็เอาเวลาแต่งกลอนเล่น หนึ่งในนั้นคือกลอนนี้ครับ

 

ก to ฮ for พุทธบริษัท

ก เอ๋ย ก กรรม ทำแต่ดี
ข แขนขามี เร่งสร้างสรรค์
ฃ ฃวดใส่เหล้า อย่าเอามัน
ค ควายเขาชันจะดูแคลน

ฅ ฅนเกิดมานั้นก็เพื่อ
ฆ ฆ่าเชื้อกิเลสให้เป็นผุยผง
ง โง่โมหะทำให้บางลง
จ จิตทำให้โล่งเบาสบาย

ฉ ฉันเกิดแก่ต้อง     เจ็บตาย
ช ชีบวชใจกาย         ผ่องใส
ซ โซ่ผูกช้างพลาย  เพื่อฝึก
ฌ ฌาณฝึกต้องใช้  โซ่กรรม มะฐาน

ญ หญิงก็อาจเป็นอรหันต์ได้
ฎ ปิฎกท่องไว้หมั่นศึกษา
ฏ ปฏิบัติต้องคลานตามกันมา
ฐ สติปัฏฐานนาอย่างหลงลืม

ฑ มณโฑหน้าขาวไม่จีรัง
ฒ เฒ่าแก่มรณังแล้วหมดสวย
ณ เณรตัวเล็กเล็กหุ่นสำรวย
ด เด็กก็ต้องม้วยเข้าสักวัน

ต ตนตัวรู้ไว้           อนัตตา
ถ ถอดถอนอวิชชา  ให้พ้น
ท ทุกขังจักปรา-      ชัยแก่ เรานา
ธ  ธรรมจะมากล้น    ท่วมแคว้น แดนสยาม

น น้ำเหงื่อศักดิ์สิทธิ์กว่าน้ำมนต์
บ บำบัดความจนจนสุขศานติ์
ป ประสงค์ใดสำเร็จได้ด้วยการงาน
ผ ผู้เบิกบานอาบเหงื่อกาฬแทนนำมนต์

ฝ ฝนตกจนน้ำท่วมมิดนาคร
พ พายุกระหน่ำซ้อนล่มสลาย
ฟ ไฟไหม้โหมซ้ำจนวอดวาย
ภ ภัยหลาย นี้ไม่เท่า สังสารวัฎฎ์

ม มรรคมีแปดไซร้         พึงจำ
ย ยึดปฏิบัติทำ             แน่วแน่
ร รัตนะตรัยนำ              ทางส่อง แสงนา
ล โลกุตระแล้               ล่วงพ้น โลกีย์

ว วิมุติคือที่สุดแห่งมรรคา
ศ ศีลสมา ธิปัญญา เป็นรากฐาน
ษ พุทธบริษัทปฏิบัติธรรมในการงาน
ส สัมมโพธิญาณย่อมได้เอง

ห หูตาจมูกลิ้นแลกายใจ
ส สฬายตนะใดใฝ่ตัณหา
อ อุปาทานตัดด้วยภาวนมปัญญา
ฮ ฮวบฮาบหรือช้าช้าหมั่นฝึกเอยฯ

--โดยพระสติสัมปันโน ๒๕๔๒