Reflection ตอนที่ 5 ว่าด้วยการพัฒนาแนวคิด Appreciative Inquiry ด้วย Kolb's Experiential Learning

1. ผมเองตั้งแต่สมัยเป็นอาจารย์แล้ว..น่าเบื่อมากๆ..ประชุมน่าเบื่อ..สอนนักศึกษาก็น่าเบื่อ...เพราะสอน MBA ต้องให้ประชุมระดมสมองกัน...เอ๊า นักศึกษา ประชุมกลุ่ม...ระดมสมองกันน๊า...ภาพที่มองไปคือ...คนหลับๆ..เริ่มขยับตัวบ้าง..บางคนไม่ทำอะไรเลย..กระตุ้นก็ยาก...พอประชุมเสร็จ..กว่าจะอรัมภบท..ตีโจทย์...ก็แทบหมดเวลา...ประชุมเป็นอะไรที่น่าเบื่อ ไม่ว่าจะทำเอง หรือคนอื่นทำ เป็นอะไรถ้าโดดได้อยากโดดมากๆ..

2. ผมนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่ง "กำจัดเก้าอี้ ถึงจะมีกำไร" เป็นหนังสือประหลาด..แต่งโดยผู้บริหารสูงสุดของบริษัท Cannon ประเทศญี่ปุ่น..

ท่านเล่าว่า..บริษัท Cannon ญี่ปุ่น เจอภัยคุกคาม ต่อความอยู่รอดของบริษัท..ค่าแรงคนงานของคนงานญี่ปุ่น 1 คน เทียบเท่ากับค่าแรงคนงานจีนถึง 25 คน...แพงไหมครับ..ไอ้ 300 บาทบ้านเรานี้สิวไปเลย..แกปวดตับอยู่พักหนึ่ง..ก็เริ่มสังเกต ตั้งสติ ก็เริ่มเจอข้อเท็จจริงอย่างที่เราเจอกันในการประชุมทั่วไปคือ..เข้าก็สาย..พูดก็นาน..เถียงเรื่องไร้สาระเยอะ...ไม่จบสักที..วันๆ เอาแต่ประชุม.แต่แทบตัดสินใจอะไรไม่ได้เลย...เอาหล่ะ..ท่านลองทำอะไรบ้าๆ..ดู..ท่านสั่งเอาเก้าอี้ออกจากห้องประชุมให้หมด..ยืนคุยกันเลย...เจอเหตุการณ์ประหลาด..อยู่ดีๆ..ก็ประชุมเสร็จกันเร็ว...ไม่เสียเวลาอีกต่อไป...หลายเรื่องเคยใช้เวลาสองสามชั่วโมง..ยืนคุยกันกลับตกลงกันได้ในสิบนาที..และนี่เป็นที่มาของการตัดสินใจ ที่รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และเป็นสาเหตุหลักหนึ่งที่ทำให้ Cannon กลับมาทำกำไรได้ครับ..

3. ผมเห็นทางสว่างแล้วครับ..ผมเอามาผสมผสานกับการทำ Appreciative Inquiry ของผม..ไม่นั่งอีกต่อไปครับ..ผมสร้างแนวคิดใหม่เป็น Standing (ยืน) + Appreciative Inquiry เกิดเป็นแนวคิด Standing Appreciative Inquiry หรือเรียกชื่อย่อว่า SAI...ยืนทำ AI ซะเลย

4. ผมเอาไปใช้ในชั้นเรียนของผม..เห็นผลดีมากๆครับ..คนยืนกันคุยกันตกลงกันได้ดีกว่าจริงๆ..ล่าสุดผมไปทำ AI workshop ให้โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง..ถูกบีบเวลาจากหนึ่งวัน เหลือครึ่งวัน..นี่คือ AI Workshop ทีี่ท้าทายที่สุดในชีวิต..แถมต้องทำให้เกิดโครงการจริงๆ..ไม่ใช่แค่สอนครับ.. SAI นี่แหละทำให้เกิดขึ้นได้..3 ชั่วโมง ได้โครงการ Appreciative Inquiry แบบ R2R ไปเกือบ 20 โครงการ สองสามสัปดาห์ถัดมา หนึ่งโครงการประสบความสำเร็จ..นี่ครับการยืน มันขับเคลื่อนได้จริง..ตอนหลังผมเอาไปผสมผสานกับเครื่องมืออื่นๆเช่น KM ก็เป็น Standing Kknowledge Management  (SKM) ยืนทำ KM กันซะเลย..

ครับค่าแรง 300 บาท ต้องทำอะไรบางอย่างครับ..เรื่องนี้เป็นทางออกอย่างหนึ่ง..ส่วนใครสนใจ Lean, R2R และ KM ก็ทำอย่างนี้ได้ครับ..เร็วครับ..ได้ผลกว่าด้วย...

คุณล่ะว่าอย่างไร...

....

สำหรับนักศึกษา MBA ที่ม.ขอนแก่น..ที่ลงวิชา Positive Organization Development นี่เป็นการทำ Reflection ครั้งที่ 5 ของอาจารย์นะครับ...ส่วนที่ 1 เป็น Concrete Experience, ส่วนที่ 2 เป็น Reflection ส่วนที่สาม เป็น Conceptualization ส่วนที่สี่เป็น Experimentation ครับ..