แต่เดิมนั้น อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ในบริเวณที่เป็นตัวเมืองดังที่เห็นในปัจจุบัน เป็นพื้นที่อยู่ชายขอบของป่าหนาแน่น มีสภาพเป็นพื้นที่ป่าโปร่ง และมีความเป็นพื้นที่ดินดอน พ้นจากน้ำท่วม สามารถปลูกบ้านเรือน ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และทำคอกให้วัวควายอยู่ได้ดีที่สุด ในขณะที่พื้นที่โดยรอบจะเป็นหนองน้ำและที่ลุ่มน้ำท่วมถึง อีกทั้งเป็นพื้นที่ป่าดงหนาแน่น เต็มไปด้วยสัตว์ป่าและภยันตราย ดังชาวบ้านเกาะลอยได้ถ่ายทอดสภาพของป่าและชุมชนรอบเกาะลอยในอดีตเมื่อ ๕๐-๗๐ ปีท่านผ่านไปว่า ตกกลางคืนก็มีเสียงเสือ ช้าง และสัตว์ป่าออกหากิน ส่งเสียงร้องน่ากลัวและเป็นอันตรายทั้งต่อคน วัวควาย และสัตว์เลี้ยง ดังนั้น ที่ดินดอนตรงที่พัฒนาการมาเป็นตัวเมืองของหนองบัวในปัจจุบัน จึงเหมาะที่สุดสำหรับตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนเพื่ออยู่ร่วมกันสำหรับยุคนั้น กระทั่งรวมพื้นที่จากหลายเขตตั้งเป็นกิ่งอำเภอและเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๓

ต่อมา เมื่อชุมชนขยายตัว อีกทั้งสภาพแวดล้อมต่างๆได้เปลี่ยนแปลงไป สภาพความเป็นที่ดินดอนที่อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมและหมดความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นเป็นลำดับ ก็ทำให้ความเป็นที่ดอนมาแต่เดิมของหนองบัว กลายเป็นทำเลที่มีความแห้งแล้งและกันดารมาก คนท้องถิ่นมักกล่าวกันว่า อำเภอหนองบัว อำเภอไพสาลี และอำเภอตากฟ้า เป็นพื้นที่กันดารและแห้งแล้งมากที่สุดของจังหวัดนครสวรรค์ และในจำนวนนี้ อำเภอหนองบัวจัดว่าขาดแคลนแหล่งน้ำและกันดารแห้งแล้งมากกว่าใคร

ประมาณทศวรรษ ๒๕๑๐ นายอรุณ วิไลรัตน์ นายอำเภอหนองบัว จึงได้นำชาวบ้านระดมทุนไปจ้างรถแทรกเตอร์มาขุดสระข้างอำเภอหนองบัว พร้อมกับขุดลอกหนองน้ำที่เกาะลอย และอีกหลายแห่งในหนองบัว จึงได้ชื่อว่าเป็นนายอำเภอนักพัฒนา ที่ชาวอำเภอหนองบัวรักและรำลึกถึงความริเริ่มและฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับชาวหนองบัวหลายประการด้วยกัน

ต่อมา ประมาณปี ๒๕๒๕ นายสมหมาย ฉัตรทอง คนลพบุรีและในยุคนายอำเภออรุณ วิไลรัตน์นั้น ท่านเป็นปลัดอำเภอ ได้มาเป็นนายอำเภอของหนองบัวในรุ่นต่อมา จึงได้นำชาวหนองบัวร่วมกันพัฒนาทางด้านต่างๆ รวมทั้งมุ่งหลอมรวมใจและระดมพลังความสามัคคีผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆในหนองบัว เช่น การจัดมวยระดมทุน และการจัดกีฬาฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน

นอกจากนี้ ก็ได้รณรงค์และระดมทุนชักชวนประชาชนและพ่อค้าในหนองบัวไปตามหารถแทรกเตอร์คันที่นายอำเภออรุณ วิไลรัตน์ได้จ้างให้มาขุดแหล่งน้ำต่างๆในหนองบัว ซึ่งในที่สุดก็ได้พบขณะเจ้าของเดิมกำลังจะขายทอดตลาดเป็นเศษเหล็ก จึงได้ร่วมกันรวบรวมเงินไปขอซื้อ ซึ่งเจ้าของเมื่อได้ทราบแล้วก็เกิดความซาบซึ้งใจ จึงขออาสาใช้รถบรรทุกของตนเองขนส่งรถแทรกเตอร์คันดังกล่าวมาให้ชาวหนองบัวโดยไม่คิดเงิน

นายอำเภอสมหมาย ฉัตรทอง ได้ร่วมกับข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวหนองบัว ปั้นรูปเหมือนครึ่งตัวของนายอำเภออรุณ วิไลรัตน์ พร้อมกับสร้างแท่นคอนกรีต นำเอารถแทรกเตอร์ที่ได้รับมาตั้งขึ้นเป็นอนุสรณ์แห่งความสมัครสมานสามัคคีของชาวหนองบัว และประดิษฐานรูปปั้นครึ่งตัวนายอำเภออรุณ วิไลรัตน์ไว้คู่กับรถแทรกเตอร์ หน้าที่ว่าการอำเภอหนองบัวกระทั่งปัจจุบัน เพื่อเป็นเครื่องน้อมรำลึกถึงนายอำเภอนักพัฒนาในอดีตของหนองบัว ก่อนที่ชาวหนองบัวรุ่นต่อมาจะได้มีความสงบสุขอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำท่า ดังเช่นทุกวันนี้.

 

 

ถ่ายภาพและเขียนเรื่อง : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ 

แหล่งข้อมูล : จากการสนทนาเมื่อปี ๒๕๕๔ กับนายสมหมาย ฉัตรทอง อดีตนายอำเภอหนองบัว รองผู้ว่าราชการหลายจังหวัด และผู้ตรวจราชการของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย