ช่วงงานงิ้วที่ผ่านมาได้ไปเยี่ยมบ้านท่านสท.หนองบัวคนปัจจุบัน(สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหนองบัว)
ซึ่งในอดีตท่านเป็นสจ.เขตหนองบัวและเคยดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะสมัยนายก อำนาจ ศิริชัย

ท่านบอกให้ทราบว่าก่อนงานงิ้วได้ไปเยี่ยมลูกที่กรุงเทพฯ ได้เจอโยมสุทัศน์ คำศรีจันทร์
สท.บอกว่าพี่สุทัศน์ บอกผมให้ทราบเหมือนกันว่าน้องชายเป็นดร.ไปจัดนิทรรศการในงานงิ้วด้วย แกบอกว่าครอบคำศรีจันทร์นี้ ผมรู้จักดีมีสองคนคือพี่สุทัศน์ กับพีระ คำศรีจันทร์ ส่วนคนเป็นดร.ผมยังไม่รู้จัก

สท.ท่านนี้พูดสไตล์ท่านกำนันวิรัตน์ บัวมหกุล กำนันตำบลธารทหาร คณะกรรมการจัดงานงิ้วที่กล่าวในเวทีคนหนองบัวคืนวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่กล่าวแนะนำตนเองต่อชาวบ้านว่ารู้จักเจ๊กใหญ่ไหม ผมนี่แหละคือลูกเจ๊กใหญ่ละ ที่สมัยเป็นเด็กนั้น พอมีเกวียนชาวบ้านไปนาไปไร่ผ่านหน้าบ้านครั้งใด ก็จะชอบวิ่งไปเกาะท้ายเกวียนห้อยต๋องแต๋งเป็นประจำ

พอกำนันแนะนำตัวว่าเป็นลูกใครแบบนั้น ชาวบ้านก็ร้องอ๋อกันทั้งหมดเลย เมื่อรู้ว่าใครเป็นใครแล้ว หลังจากนั้นการพูดคุยก็เสมือนเป็นดุจดังญาติพี่น้องกันเวที

ที่แปลกใจและประทับใจในการพูดคุยกับสท.วันนั้น ก็คือท่านนั้นถือว่าคนตลาดเป็นลูกเจ๊กอาชีพค้าขาย แต่ท่านรู้จักวิถีชาวบ้านได้รอบด้าน เช่น ท่านบอกว่าคนหนองบัวเมื่อก่อน กว่าจะสร้างบ้านเรือนให้ลูกได้แต่ละหลังแต่ละนั้น ต้องไปนอนจักไม้(ไปนอนจักไม้นี้ต้องเป็นชาวบ้านถึงจะเข้าใจคำนี้) เลื่อยไม้ในดงในป่า เป็นการวางแผนสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ที่หาไ้ด้ยาก ต่างจากชุมชนอื่นๆ(ท่านไม่ใช่คนรุ่นเก่า แต่ว่ามีวิถีชีวิตที่สัมผัสและเข้าถึงชาวบ้านได้ เหมือนคนรุ่นเีตี่ยของท่านที่คลุกคลีชาวบ้านได้ทั้งชุมชน)

ไม่ค่อยได้ยินความทรงจำวิถีชาวบ้านอย่างนี้บ่อยนักจากคนในตัวเมือง อีกอย่างท่านสามารถเชื่อมโยงคนหลายกลุ่มได้ดีทั้งคนในเมืองและชาวบ้าน
เมื่อได้ฟังทัศนะสท.แล้วมีความหวังและัเห็นโอกาสแนวทางในการพัฒนาชุมชนดีๆอีกหลายอย่างในอนาคต