ฟังผู้เฒ่าผู้แก่เล่าเรื่องการระดมทุน ไปซื้อรถแทรกเตอร์แล้ว สนุกมากจริงๆ
ระดมทุนทั้งอำเภอ ทุกตำบล ทุกครัวเรือน ไม่มียกเว้น
โดยกำหนดทุน(เงิน)จากครัวละ ๓๐๐ บาท
เงื่อนไขของกำนันทุกตำบลมีข้อตกลงกันว่า ตำบลใดระดมทุนได้มากที่สุด
ตำบลนั้น จะมีสิทธิ์ได้รถแทรกเตอร์ไปขุดสระน้ำทำถนนในตำบลนั้นก่อน
แล้วเรียงตามลำดับจากงบสูงไปหาต่ำ(สมัยนั้นมีแค่ ๕ ตำบล คือหนองบัว,หนองกลับ,ธารทหาร,ห้วยใหญ่,ห้วยร่วม)

ปรากฏว่าำกำนันผล แสงสว่าง กำนันตำบลธารทหาร ระดมทุนได้มากที่สุด เลยมีสิทธิ์ได้รถแทรกเตอร์ไปใช้ก่อน ขุดทำถนนตั้งแต่ วัดป่าเรไร ถึงห้วยด้วน จากห้วยด้วน ถึงวังบ่อ เสร็จแล้ว ทำถนนจากห้วยด้วย ถึงหนองบัว

ตำบลที่มีคนมากสุดคือหนองบัว หนองกลับ แต่ระดมทุนได้น้อยกว่าตำบลที่มีประชากรน้อยกว่า ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะตำบลที่มีคนมากแต่ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าจะต้องบริจาคครบตามที่ทางการกำหนด(สองร้อยบ้าง น้อยกว่านั้นบ้าง)

มีบางตำบลที่เคร่งครัดไม่มีผ่อนผันเลย คือขอร้องชาวบ้านว่าต้องให้ครบทุกบ้านและต้องได้ครบตามกำหนดด้วย

ความคิดของกำนันผล ที่กำนันทุกตำบลฟังแล้วต้องยอมโดยไม่โต้แย้งเลย เป็นเหตุผลง่ายๆ แต่ฟังแล้วไม่ใครเถียงท่านได้ คือกำนันผลบอกว่ารถแทรกเตอร์คันนี้ เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ก่อนจะถึงหนองบัว ต้องผ่านตำบลธารทหารก่อน ฉะนั้น ไม่ควรให้รถผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย ไหนๆผ่านบ้านแกแล้ว ก็ควรจะใช้ประโยชน์คือขุดสระทำถนนให้เสร็จไปเลย แล้วค่อยไปทำที่หนองบัวและที่อื่นๆต่อๆไป

พอได้รถแทรกเตอร์มาแล้ว กำนันผลก็ทำบุญรับขวัญรถแทรกเตอร์ที่ห้วยด้วนเลย หลังจากทำบุญเสร็จแล้ว ชาวบ้านอยากเห็นว่ารถแกทรเตอร์ที่ซื้อมานี้ มีพลังมากน้อยเพียงใด ท่านกำนันผล ก็ให้คนขับแทรกเตอร์ดันกอไผ่ใหญ่ๆ หมดไปหนึ่งกอ ชาวบ้านดูผลงานแล้วก็พอใจ