เปิดกะโหลกตัวเองอีกครั้ง... "วิจัย" ที่เป็นสัจธรรม “หวานเป็นลม ขมเป็นยา”...ของผู้เขียน

ผู้เขียนพูดบ่อยครั้งว่า วิจัยเป็นยาขมของผู้เขียน แต่ก็ยังงงๆ กับตัวเองอยู่เหมือนกันว่า ทั้ง ๆ ที่เป็นยาขม... ก็ยังแวะเวียนเข้าใกล้อยู่เรื่อย ทั้งโดยบังเอิญ...และโดยจงใจ โดยเฉพาะ “วิจัยเชิงคุณภาพ" ที่ผู้เขียนติดเสน่ห์ด้วยมองเห็นว่า...เป็นงานวิจัยคลาสสิค

ที่ผู้เขียนกล่าวเช่นนี้เพราะพื้นฐานผู้เขียนมอง “คน" ว่า “มีแต่ความไม่แน่นอน" ...ร้อยพ่อ พันแม่ จึงเกิด หมื่นแสนพฤติกรรมที่แตกต่าง ชนิด...จิตใจมนุษย์ไซร้ ยากแท้ หยั่งถึง

แล้วงานประจำที่ผู้เขียนปฏิบัตินั้นเกี่ยวข้องกับ “คน" โดยตรง อาศัยทีมที่ทำงานเป็น “คน" ซะเป็นส่วนใหญ่ การหาข้อตกลงร่วมระหว่างคนเก่ง ๆ ด้วยกันจึงเป็นเรื่องยาก ทำให้ผู้เขียน พลิกความคิดของการมองหาคำตอบเรื่องงานที่เกี่ยวกับคนได้เข้าใจมากขึ้น เมื่อได้เรียนรู้เรื่องวิจัยเชิงคุณภาพ...แม้จะยังทำวิจัยเชิงคุณภาพและวิจัยเชิงปฏิบัติการสำเร็จไม่ได้

สิ่งที่ผู้เขียนกำลังจะเล่าต่อไปนี้มิอาจเป็นตัวแทนคำพูดหรือเนื้อหาที่อ้างอิงได้ ต้นฉบับเนื้อแท้เป็นของอาจารย์ของผู้เขียนท่านนี้... ศาสตราจารย์ ดร.ศิริพร จิรวัฒน์กุล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งหาหนังสือของอาจารย์อ่านได้ค่ะ

ผู้เขียนเพียงนำบางส่วนที่ฟังในช่วงเวลาสั้นๆ ที่อาจารย์เน้นและอธิบายขยายความมาเล่าสู่กันฟังเท่าที่จดจำได้... และกัน (ตัวเอง) ลืม

เป็นการอบรมวิจัยเชิงปฏิบัติการ ในวันที่ 15-16 มีนาคม 2555 ณ ห้องกวี ทังสุบุตร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโดยหน่วยระบาดวิทยาคลินิก

...อยากแอบบอกว่า เวลาฟังอาจารย์สอนด้วยการยกตัวอย่างวิจัยเชิงปฏิบัติการของจริง ฟังอาจารย์อธิบาย ขยายความ เหมือนฟังนิยาย... มันเพลิน ชวนติดตามไปเรื่อย ๆ แล้วจดย่อไม่ค่อยได้... ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

คงคล้ายเราลึกซึ้งความงามในบางสิ่งบางอย่าง แต่ก็ยากเกินอธิบาย...ผู้ฟังต้องมาสัมผัสเอง

...ว่ากันสั้น ๆ เท่าที่เก็บได้นี่แหละ

วิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research : AR) เป็นหนึ่งในวิจัยเชิงคุณภาพ ที่ผู้เขียนเคยเข้าอบรมและเล่าไว้บ้างแล้ว ในบันทึกเก่า...

การอบรมคราวนี้เป็นภาคสองต่อจากคราวที่แล้ว ที่พวกเราอยากให้มีการจัดอีก เพราะรู้สึกว่าอยากรู้ลึกซึ้งขึ้น... หน่วยระบาดวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงจัดให้ผู้เข้าอบรมรับความรู้ต่อเนื่อง

อาจารย์ทบทวนกรอบแนวคิดเรื่องของพื้นฐานการวิจัย, การวิจัยเชิงคุณภาพก่อนนำสู่วิจัยเชิงปฏิบัติการ

  • วิจัยต้องทำให้เกิดความรู้ใหม่ ใช้แก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
  • สิ่งที่สนับสนุนให้เกิดการวิจัย ได้แก่ แรงจูงใจ มีความรู้และมีการสนับสนุน
  • การทำวิจัยจะไม่ได้ผลหากเป็นการเลือกทำในเรื่องที่ไกลตัว ไม่รู้ปัญหาที่แท้จริง และไม่มีความรู้
  • การวิจัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะยากหรือง่าย... ต้องมีคุณภาพ
  • ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยแบบไหน จะต้องมี “กระบวนการวิจัย"

คุณสมบัติของ AR 9 ข้อ ได้แก่

1) เป็นการพัฒนากิจกรรมโดยเกิดการเปลี่ยนแปลง (improving by changing)

2) เป็นวิจัยที่ผู้ปฏิบัติงานมีส่วนร่วม

3) เป็นการลงมือปฏิบัติที่อาศัยการสะท้อนของผู้ปฏิบัติในวงจร PDCA หลายๆรอบ โดยให้ปฏิบัติในสถานการณ์ธรรมชาติ(เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในภายหลัง)

4) วิเคราะห์สถานการณ์อย่างมีวิจารณญาณ(critical analysis) เพื่อความเข้าใจสถานการณ์ธรรมชาติที่แท้จริง

5) มีกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ (ประกอบด้วย situation analysis, action และ evaluation)

6) ควรเป็นเรื่องที่เป็นนโยบาย หรือได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายเนื่องจากจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

7) มีการบันทึกความก้าวหน้าและสะท้อนการทำงานอย่างเป็นระบบ ตามกระบวนการวิจัย

8) ได้องค์ความรู้ใหม่จากการประมวลผลการศึกษา

9) เริ่มจากกลุ่มย่อยแล้วขยายวงกว้างขึ้น

ประเภทของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ

Type 1 : แก้ปัญหาอย่างนักเทคนิค ผู้วิจัยทราบวิธีการหรือเทคนิคที่จะใช้เป็นอย่างดี ผู้เกี่ยวข้องนำวิธีการหรือเทคนิคไปใช้

Type 2 : ผู้วิจัยและผู้ปฏิบัติร่วมกันวางแผนและปฏิบัติจนได้วิธีปฏิบัติที่เหมาะสมในหน่วยงาน

Type 3 : ทีมวิจัยเป็นเจ้าของพื้นที่ เป็นผู้ปฏิบัติ ผู้วิจัยเป็นเพียงผู้ประสาน(facillitator)ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่นั้นๆ

สิ่งที่จะปรากฏในหลักการและเหตุผล

- การทำงานเดิมต้องมีรูปแบบใด รูปแบบหนึ่งอยู่แล้ว

- สถานการณ์มีปัญหาอะไร มีปรากฏการณ์อะไร ทำสิ่งที่มีอยู่ให้ชัดเจน

- เป็นปัญหาเฉพาะที่ เฉพาะบริบท และโจทย์ปัญหานั้นนำมาซึ่งการแก้ปัญหา

- มีช่องว่างอะไรอยู่ ควรมีข้อมูลสนับสนุนอย่างเข้มแข็ง

- อาจเริ่มจาก descriptive study ก่อน

- บอกจุดยืนของตนเอง on phenomenology...เชื่อในอะไร หาจุดยืนในการเริ่มต้น มองให้ชัด มองให้คม

- เราต้องการแก้ปัญหาและพัฒนางาน ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร

- อย่าลืมทบทวนวรรณกรรม

- จะทำอย่างไรอยู่ที่ทบทวนวรรณกรรม

- อย่าลืมว่าต้องได้รับการเห็นชอบจากผู้นำ เพื่อให้เกิดการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงได้จริง

คำถามการวิจัยอาจได้จาก

- ปัญหาการทำงาน

- ความคิดของคนช่างคิด ช่างถามที่ไม่พอใจกับงานเดิม

- การอ่านหนังสือ

- การเสวนา เป็นต้น

ขั้นตอนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ

ขั้นที่ 1 ศึกษาสถานการณ์ (Situation Analysis): เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์งานเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลงเพื่อดูข้อขัดข้องต่างๆ

ขั้นที่ 2 ลงมือปฏิบัติและปรับเปลี่ยน (Action): โดยนำสิ่งที่เราคิดว่านำมาใช้แล้วจะเกิดสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิมมาลองใช้ ขั้นตอนนี้ของการวิจัยเป็นการใช้วงจร PDCA (ที่เราคุ้นเคย)หลายๆรอบ นั่นคือมีการวางแผน นำไปปฏิบัติ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ พบปัญหา วางแผนใหม่...นำไปปฏิบัติ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ ... ไปเรื่อยๆจนรู้สึกพอหรือได้คำตอบที่เราต้องการ

ขั้นที่ 3 สะท้อนปฏิบัติหรือประเมินผล (Evaluation): นำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ขั้นตอนที่ได้ปฏิบัติ(หลายๆรอบในขั้นที่ 2) มาวิเคราะห์ร่วมกัน ประเมินว่า มีอะไรที่เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงอย่างไร และทำไมจึงเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มี 2 ชนิด

1) เป็นคำบรรยายปรากฏการณ์ สถานการณ์ ความรู้สึก ค่านิยม ความสามารถ ความรู้ คุณค่าของคน สัตว์ สิ่งของหรือสภาพการณ์

2) เป็นข้อมูลแสดงลักษณะที่จัดกระทำเป็นรูปตัวเลข ข้อมูลประเภทนี้มักเป็นสากล เช่น ระดับสติปัญญา ความสูง เป็นต้น

อย่างไรก็ตามการตรวจสอบข้อมูลด้วยวิธีสามเส้า (Triangulation) ซึ่งเป็นเครื่องมือของงานวิจัยเชิงคุณภาพยังเป็นสิ่งสำคัญ เป็นการตรวจสอบความครบของมุมมองหลายๆมิติ หลายๆทฤษฏีได้แก่ การตรวจข้อมูลจากบุคคลต่างกัน จากต่างสถานที่ ในเวลาที่ต่างกัน ผู้เก็บข้อมูลต่างกัน ตรวจกับเจ้าของข้อมูลโดยตรง จากทฤษฎีที่ต่างกัน เป็นต้น

ในส่วนขั้นตอนเทคนิคการวิเคราะห์ ใช้แบบวิจัยเชิงคุณภาพซึ่งประกอบด้วย

  • อ่านข้อความทั้งหมด
  • สกัดข้อความที่สำคัญ
  • รวบรวมความหมายต่างๆ
  • จัดกลุ่ม แยกแยะ ประเด็นหลัก
  • สร้างข้อสรุป
  • สกัดความหมาย
  • ตรวจสอบ

โดยในขั้นตอนดังกล่าวสามารถทวนกลับไปมาได้ตามเนื้อหาที่ได้

... ที่สำคัญของการวิจัยเชิงปฏิบัติการคือ ผลการวิจัยต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดข้อสรุปใหม่ แนวทางใหม่ในบริบทเฉพาะตน

...อย่าลืมว่า

เป้าหมาย “เพื่อเปลี่ยน หรือปรับปรุง...สู่การเปลี่ยนแปลง (Change) ระดับความคิดและวิธีการ"

อย่าเอา Methodology เป็นตัวตั้ง ให้เอา คำถาม/ปรากฏการณ์/ วัตถุประสงค์เป็นตัวตั้ง แล้วจึงตามมาด้วยวิธีการสร้างเครื่องมือในภายหลัง

...

ขณะอบรม...

เวลามีคำถามเจาะลงลึกและพวกเรามักเมาวิชา อาจารย์ก็จะวกกลับมาที่พื้นฐานกระบวนการวิจัย และหากเราเมาในวิจัยเชิงปริมาณ อาจารย์ก็จะดึงเรากลับมาตั้งต้นใหม่ในแนวคิดวิจัยเชิงคุณภาพอยู่เสมอๆ (ซึ่งผู้เขียนมักเตือนตนเองด้วยคำสอนของอาจารย์บ่อยๆว่า...จะใช้วิจัยเชิงคุณภาพ เมื่อปัญหาหรือข้อสงสัยนั้นไม่สามารถตอบได้ด้วยวิจัยเชิงปริมาณ)

...

สิ่งที่ผู้เขียนประทับใจในตัวอาจารย์ก็คือ อาจารย์ไม่เคยปฏิเสธที่จะอธิบายขยายความในงานที่เรานำมาเป็นตัวอย่าง...แม้มันจะไม่ใช่วิจัยเชิงคุณภาพ แต่อาจารย์ก็จะช่วยตบแต่งให้งานที่พวกเราติดไม้ติดมือมาสมบูรณ์มากขึ้นได้

ท้ายที่สุดนี้ขอขอบพระคุณหน่วยระบาดวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ทำให้พวกเราได้มีความรู้เรื่องการวิจัยเชิงปฏิบัติการและมากกว่านั้นคือความรู้การนำวิจัยทุกรูปแบบสู่การแก้ปัญหางานประจำ จาก ศาสตราจารย์ ดร.ศิริพร จิรวัฒน์กุล ซึ่งมีคุณค่าต่อการบริการ(รักษาพยาบาล)เป็นอย่างยิ่ง