วันหนึ่ง นานมาแล้วยืนเข้าคิวรอขึ้นลิฟต์ คุณแม่สองคนยืนอยู่ข้าง ๆ หนึ่งคนยืนกอดคอลูกประมาณสี่ห้าขวบอยู่ด้วย เธอคุยกันเรื่องการกินผักของลูก
ฝ่ายที่มีลูกมาด้วย
“เจ้าคนนี้ก็เหมือนกัน ชอบกินแต่เนื้อ ๆ สอนยังไงก็ไม่ฟัง บอกแล้วว่าผักช่วยให้ผิวพรรณดี เห็นไหม ๆ น้องคนนี้ ผิวสวย ๆ คงชอบกินผักใช่ไหมลูก” เธอชี้ไปยังหนูน้อยที่มากับคุณแม่อีกคน ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
ผมไม่ได้บอกเธอว่า ภรรยาของผมทำอย่างนี้….นำผักมาสับกับหมู น้ำปลานิดหน่อย พูดถึงตรงนี้ก็ขอเข้าซอยหน่อย… คือการสอนลิ้นลูกให้เป็นลิ้นจระเข้ ที่ไม่ติดของเค็ม ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งของโรคไตในอนาคต อาหารลูกเล็ก ๆ จึงต้องจืดเข้าไว้ก่อน
เข้าถนนใหญ่ต่อ….แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปทอดบ้าง นึ่งบ้าง ปิ้งบ้าง จะได้ไม่มีน้ำมันมากเกิน วันต่อ ๆ ไปเปลี่ยนผัก เปลี่ยนเนื้อ เป็นกุ้งบ้าง ปลาบ้าง โตขึ้นหน่อย ก็ค่อย ๆ กินผัก ชอบผักไปเอง
กลับไปที่คุณแม่ ที่แกพูดว่า “เจ้าคนนี้ก็เหมือนกัน ชอบกินแต่เนื้อฯ” ผมคิดว่าเด็ก ๆ น่าจะรับรู้ว่าแม่กำลังชมแกเสียมากกว่า เพราะแกคงจะพูดทุกวี่ทุกวัน จนลูกเกิดความมั่นใจว่าดีแล้วที่ไม่กินผัก พบบ่อยๆ ที่คุณแม่พูดกับลูกเล็ก ๆ ในลักษณะต่อว่า แต่ลูกน่าจะเข้าใจว่า แม่กำลังชม ลูกจึงต้องจมอยู่กับสิ่งที่พ่อแม่ไม่ต้องการไปจนกว่าจะโต และอาจไม่เปลี่ยนแปลงแปลงเลย หากพ่อแม่สอนแต่สิ่งดี ๆ ที่พ่อแม่ก็ยังทำไม่ได้