แม่น้ำสาละวิน ชนเผ่า นักเดินทาง

จากเขา อ.บางขัน นครศรี สู่ ลุ่มแม่น้ำสาละวินชายแดนไทย-พม่า แม่ฮ่องสอน

------------------------------------------------------

ฉันอยู่ในกระท่อม ที่มีแสงสว่าง

ส่องมาทางซอก รู ฉันตื่นแล้วตื่นเก้าโมงเช้าเสาร์

นอนกันให้ตัย กันไปข้างหนึ่ง ฮ่าๆ แต่ยังไม่เปิดหน้าต่าง

ฉันอยู่ในชุดมูมู่ ชุดเดียวติดกัน

มือหนึ่งถือไดอารี่ อีกมือถือแก้วกาแฟ เดินว่อนไปมาเป็นผีบ้า ในกระท่อมไม้สัก

ฉัน กำลังคิดถึงจอบเสียม นิ้วมือที่กร้านแตก หนาใหญ่ ดูแข็งแรง

ภายใต้ดวงอาทิตย์ที่แผดจ้า ตลอดวัน มันช่างสวยงาม

แสงแดดร้อนๆ ที่ต้องผิว การดายหญ้า

รอบโคนต้นยางพาราที่แตกใบอ่อน

 ในป่าบนยอดเขา ในที่ดิน สปก. 15 ไร่ มีลำธารน้ำใส ไหลตลอดปี

มีปลิง อ่ะจ๊าก!!...ไม่ใช่...แต่ก็มีค่ะ...ฉันไปนั่งจ้องมาล่ะ...มันว่ายน้ำ

กระดึ๊บ กระดึ๊บ ยี๊!!!...หยะแหยง...

ฉันตื่นมาตอนเช้าทุกเช้า พร้อมเสียงไก่เถื่อนขัน ฉันโหยหามัน

... กลับป่าดีกว่านะตัวเรา

กลับไปซบภูเขาสายธารใส

ฟังเสียงไก่เถื่อนขันขับลำนำไพร

ฟังจั๊กจั่นเรไรกล่อมให้นอน.......

วันวัน ฉันอยุ่กับพ่อแม่ทำกับข้าว แบบบ้านๆ ง่ายๆ

ตัดไม้ไผ่ในป่า แล้วแบกเอามาทำรั้ว ขุดดิน รดน้ำผักสวนครัว

หาหน่อไม้ หาปลีกล้วยป่าเอามาแกง ดูแลต้นอ่อนของยางพารา

ตอนนั้น ฉันแข็งแรงมาก ด้วยสาวเต็มวัย อายุ 24 ปี

พอค่ำก็หลับเป็นตายเนื่องจากใช้แรงกายทั้งวัน

ฉันเพิ่งจะรู้ว่า...ณ ช่วงเวลานั้น ช่วงที่ฉันอยู่กับ พ่อแม่ บนเขา

ทำสวน อาบน้ำห้วยลำธาร อยู่กับป่ากับดง ไม่มีอะไรซักอย่าง

เป็นช่วงเวลาที่ฉัน...มีความสุขมากที่สุดในชีวิต

ฉันไม่เคยบอกพ่อ แต่ถ้าวันหนึ่ง

 ฉันกลับใต้เจอพ่อ ฉันจะบอกพ่อ

ว่าฉันมีความสุขมาก ช่วงที่เราอยู่บนเขาทำสวนยาง ฉันจะกอดพ่อ

ที่นั่นมันไร้ร้างความวุ่นวาย การแก่งแย่งชิงดี

และคนโรคจิตอันเกิดจากความไม่รู้

ฉันก็คงขอบคุณพ่อ ที่ทำให้ฉันรักป่า รักต้นไม้ ฝังอยู่ในจิตวิญญาณ

ทุกวันนี้

หากมีเวลา (ฉันมักจะหาเวลา)  ฉันจะท่องป่าบนเขา

เป็นประจำ ทุกเสาร์อาทิตย์

ป่าดอยแม่เหาะ น้ำตกเจ็ดชั้น อันหนาวเย็นตลอดปี

ไม่ว่าหน้าไหน ด้วยป่าไม้ใหญ่เยอะ เขียวชะอุ่ม

อีกที่ ก็ป่าดอยแม่สามแล่บ ลุ่มน้ำแม่น้ำสาละวิน

อันไหลมาจากหิมะที่ละลายมาจากทิเบต ไหลมาจนถึง อ.สบเมย

กั้นชายแดน  ไทย-พม่า เรายืนอยู่ฝั่งไทย ฝั่งพม่าอยู่ตรงกันข้าม

เสน่ห์แห่ง เหล่าชนกลุ่มน้อย

เผ่าต่างๆริมชายแดน  อันสกปรกมอมแมม

แต่รอยยิ้ม กว้างกว่า ท้องฟ้า

ฉันเพิ่งรู้ว่า เสื้อผ้าดีดี เสื้อผ้าสกปรก ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญ

คือ ความคิด และจิตใจ การเข้าใจชีวิต-บรรลุในตัวตน

ย่อมบรรลุในธรรมชาติ....

ฉันกำลังแสวงหา คำตอบของการเกิด

แต่สิ่งหนึ่งคือ หากมีอะไรมากระทบ ที่แรงๆ 

ฉันมักจะวกกลับลงไปที่ตัวเอง ดูตัวเอง พิจารณา และรักษาใจ

ใจ ย่อมสำคัญที่สุด ในการมีชีวิตอยู่

ไม่ว่าร่างกาย จะพิการหนักอย่างไร

หรือกายถูกคุมขังติดคุกอย่างไร

แต่ ใจ จะต้องคงอยู่

และ เบิกบาน นั่นคือ สัจธรรม

พูดไป พูดมา ...

ฉันอยากจะ เข้าป่าสาละวินอีกแล้ว ที่นั่น สงบงาม

ด้วยธรรมชาติ ยังคงเป็นป่า เกือบสมบูรณ์ แห่งดงดิบ

ฉันคิดถึง รอยยิ้มกว้าง ในเนื้อตัว สกปรกรกรุงรัง

..........................

พิมพ์ปภัสสร

แม่สะเรียง

แม่ฮ่องสอน