คนที่เข้ามาทำการเมืองต้องการอะไร? ทั้ง ๆ ที่เงินเดือนไม่มาก แต่ทำไมเขาต้องการอำนาจ ? นี้ต้องคิด รู้หรือไม่จึงสรุปได้เลยว่า การจะเป็นผู้นำ ต้องคิดจะได้ประโยชน์ใช่หรือไม่? จึงแย่งกันเป็น ดังนั้น ผู้นำที่ดีต้องคิดว่าจะเอาอะไรนำสังคม ชุมชนให้เกิดสุขว่าคนที่เงินเดือนมากที่สุดในโลกนี้คือโค๊ชฟุตบอล ไม่ใช่ผู้นำ

 

     ในช่วงที่ ๒ นี้ ดร.ปรีดี โชติช่วง รองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง จากสถาบันพระปกเกล้า ได้อธิบายถึงเทคนิคการทำงานที่เรียกว่า "๓ ประสาน" อันได้แก่ ท้องถิ่น(อบต.,เทศบาล)+ท้องที่(กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน)+ศอช.(ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรชุมชน) โดยได้ถอดบทเรียนออกมาให้เห็น ดังนี้

     ๑)ผู้นำต้องรู้องค์ประกอบของชุมชน   ๒)ผู้นำเป็นประชาธิปไตย   ๓)สื่อสารให้รู้=แผนชุมชน=ผู้นำมีบารมีและศรัทธา    ๔)ประโยชน์สาธารณะ หรือจิตอาสา    ๕)การมีส่วนร่วม  ๖)ผู้นำต้องสร้างเอกภาพ สิทธิตามกฏหมาย   ๗)ยุติธรรมต้องเกิดขึ้น   ๘)ผู้นำต้องบริหารจัดการและควบคุม

     และยังสรุปอีกว่า การเมืองเป็นเรื่องมายา ไม่ใช่ชีวิตจริง ส่วนการเมืองความเป็นจริง คือบ้านเกิด หรือชุมชน ของแต่ละคน  ดังนั้นต้องทำการเมืองระดับพื้นที่ ไม่ใช่ระดับชาติ

     ดร.ปรีดี ยังได้หันหน้ามาทางผู้เขียนว่า เมื่อกี้ได้คุยกับพระคุณเจ้าว่า สมัยก่อนเรามี "สุขศาลา" ซึ่งหมายถึงสุขภาพกาย และสุขภาพของชุมชน ตอนนี้คำเหล่านี้หายไปไหน? กลายเป็นสถานีอนามัย และเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปแล้ว

     ดังนั้น ผู้นำก็เหมือนคนขับรถเมล์ ที่ต้องพาผู้โดยสารไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้ ถ้าได้ผู้นำดี การสัญจรก็ปลอดภัย แต่หากไม่ดี อะไรจะเกิดขึ้น?

     ดร.อนุสรณ์ คุณานุสรณ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยพะเยา ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ความเป็นมาของผู้นำนั้นแตกต่างกัน (ภูมิหลัง) บางคนเกิดมาได้อภิสิทธิ์ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้ว ยิ่งบางคนได้อภิสิทธิ์ยาวไปถึงเชิงตะกอน ดังนั้น คนไทยต้องคิดหนักว่าเราจะทำอะไรให้คนรุ่นหลังได้บ้าง?

     คนที่เข้ามาทำการเมืองต้องการอะไร? ทั้ง ๆ ที่เงินเดือนไม่มาก แต่ทำไมเขาต้องการอำนาจ ? นี้ต้องคิด รู้หรือไม่ว่าคนที่เงินเดือนมากที่สุดในโลกนี้คือโค๊ชฟุตบอล ไม่ใช่ผู้นำ

     จึงสรุปได้เลยว่า การจะเป็นผู้นำ ต้องคิดจะได้ประโยชน์ใช่หรือไม่? จึงแย่งกันเป็น   ดังนั้น ผู้นำที่ดีต้องคิดว่าจะเอาอะไรนำสังคม ชุมชนให้เกิดสุข

     ด.ต.มนตรี วงศ์อภิสิทธิ์ นายกเทศมนตรีตำบลต๋อม การบริหารจัดการต้องใช้หลักธรรมาภิบาล คือโปร่งใส มีส่วนร่วม ตรวจสอบได้ เป็นต้น

     ตำบลต๋อม เป็นตำบลลักษณะพิเศษ คือ มี ๒ ส่วนที่ไม่เหมือนกัน คือคนในเมืองและคนชนบท การพัฒนาต้องรู้ทิศทาง คือ

     ๑)คนทิศตะวันออกของกว๊านพะเยา เป็นคนในเมือง ต้องจัดทำโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า ระบบปะปา เป็นต้น ส่วน

     ๒)คนทิศตะวันตกของกว๊านพะเยา เป็นคนชนบท ต้องจัดทำระบบเกษตรกรรมสนองเขา

     การจัดกิจกรรมร่วมของคนทั้งสองฟากจะมีความลำบากมาก เช่น ถ้าจัดกิจกรรมฟากทิศตะวันตก คนทิศตะวันออกจะไม่มา กรณีเดียวกันหากจัดกิจกรรมทางทิศตะวันออกคนทิศตะวันตกจะไม่มา

     แต่ก็แก้ด้วยการนำเอาผู้นำท้องที่มาประชุมกันก่อน ถามความต้องการชาวบ้านเป็นหลัก ซึ่งนำมาวางแผนระยะ ๓-๕ ปี เชิญ ผู้นำท้องถิ่น-ท้องที่มาประชุมกันนอกวาระก่อนที่จะนำเข้าสู่สภาอนุมัติ คือมีการตกลงกันก่อน เพราะคนที่ตัดสินใจอนุมัติคือประธานสภาและสมาชิกสภา ไม่ใช่นายกฯ หรือฝ่ายบริหาร

     อีกประการหนึ่งใช้วิธีการประชุมแบบสัญจรไปทุกหมู่บ้าน โดยล้อมาจากจังหวัดที่ใช้สภากาแฟเข้ามาแก้ไขข้อขัดแย้ง

     เมื่อถึงเวลา ฝ่ายผู้จัดงานและที่ประชุม ได้ขอให้ผู้เขียนได้ปิดงานสัมมนาในครั้งนั้น เป็นอันว่า "บทบาทภาวะผู้นำต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง" จากวิทยากรทั้ง ๔ ท่านคือ ดร.ปรีดี, ดร.อนุสรณ์, ด.ต.มนตรี และผู้เขียน

     แม้จะไม่ได้เป็นมติว่าจะยึดแนวทางใดในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของบทบาทผู้นำ แต่ผู้เขียนกลับเห็นว่า เวทีเล็ก ๆ แห่งนี้อาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับใคร ๆ อีกหลาย ๆ คน ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สุขแก่คนในชุมชนนั้น ๆ