สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ EADP รุ่น 8 ทุกท่าน
เช้าวันนี้ (วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม 2555) จะเป็นพิธีเปิดหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุ่นที่ 8 (ปี 2555) หรือEGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 2012
แม้ว่าจะเป็นการทำงานต่อเนื่องเรื่องคนให้กับ กฟผ. มาปีนี้เป็นปีที่ 8 แต่ผมก็ยังรู้สึกตื่นเต้น และพยายามจะแสวงหาความรู้ที่สด และทันสมัยมาแบ่งปันกับลูกศิษย์ของผมเสมอ
จากการพัฒนาผู้นำและผู้บริหารของ กฟผ. ในระดับผู้อำนวยการ 3 รุ่น และในระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอีก 4 รุ่นที่ผ่านมา ผมมีความภาคภูมิใจในลูกศิษย์ของผมที่วันนี้หลายคนเติบโต และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของสังคม
"ทุนมนุษย์" ใน กฟผ. นั้นเข้มแข็งและมีศักยภาพอยู่แล้ว ผมเป็นเพียงผู้ที่จะช่วยทำหน้าที่จุดประกาย สร้าง Inspiration ให้พวกเขามีพลัง มี Ideas ใหม่ ๆ มีความเข้าใจสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกและพยายามเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งการทิ้งผลงานหรือสิ่งที่มีคุณค่าไว้สำหรับสังคมไทยของเรา
สิ่งที่ผมและคน "กฟผ." ต้องระลึกถึงเสมอ คือ ผู้นำของเรา ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าการ กฟผ. และอดีตผู้ว่าการฯ อีก 2 ท่าน คือ ท่านไกรสีห์ กรรณสูต ท่านสมบัติ ศานติจารี และผู้ว่าฯ สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ท่านผู้ว่าคนปัจจุบันที่เป็นลูกศิษย์รุ่น 2 ของผม ทุกท่านน่าชื่นชมที่มีปรัชญาและความเชื่อว่า "คนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร" สูตรสำเร็จของการพัฒนาทุนมนุษย์ในองค์กรในยุคนี้ คือ ผู้นำหรือ CEO+SMART HR+ Non-HR และผมเชื่อว่าการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ใน กฟผ. อย่างต่อเนื่องจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้ กฟผ. เติบโตอย่างยั่งยืนได้แน่นอน
สำหรับการพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รุ่นที่ 8 ในปีนี้ ผมก็หวังว่าจะมีสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อประโยชน์ในการทำงานของ กฟผ. และเป็นการสร้างที่สร้างความสุขให้แก่คนไทยต่อไป และผมขอให้ทุกท่านใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเรา และแบ่งปันความรู้เหล่านี้ไปสู่สังคมของเราครับ
*หมายเหตุ กิจกรรมการเรียนรู้ช่วงที่ 2: CSR ติดตามและส่งความคิดเห็นได้ที่ Blog นี้ครับ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/483425
จีระ หงส์ลดารมภ์
..............................................................................................
ติดตามข้อมูลย้อนหลังได้ที่
รุ่น 7: http://www.gotoknow.org/blogs/posts/438578
รุ่น 6: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/339639
รุ่น 5: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/266888
รุ่น 4: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/179282?page=2
รุ่น 3: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/95849
http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/109820 (Study Tour in Sydney)
รุ่น 2: http://gotoknow.org/blog/chirakm/32392 (Study Tour in Melbourne)
อื่น ๆ http://gotoknow.org/blog/casestudies
สวัสดีครับ อจ. จีระ และทีมงาน รวมทั้งเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ EADP รุ่น 8 ทุกท่าน
แวะมาทักทายประเดิมกันก่อนเลยครับ
พรุ่งนี้(12 มีค) จะแวะไปเยี่ยมที่ห้องอบรมนะครับ
จิระศักดิ์
ประธานรุ่น EADP 7
สรุปโครงการพัฒนาผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่าของ กฟผ. รุ่นที่ 8 (EADP 2012)
12 มีนาคม 2555
ประสบการณ์จากคุณจิระศักดิ์ มัณฑางกูร ประธานรุ่นที่ 7
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กล่าวรายงาน โดย คุณภาวนา อังคณานุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบุคลากร
1.ผู้นำแห่งทศวรรษใหม่
2.รักษ์ใจ รักษ์กาย
3.EGAT Learning Society
4.แลกเปลี่ยนเรียนรู้ดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม
พิธีเปิด โดย คุณวิรัช กาญจนพิบูลย์ รวห
ปฐมนิเทศ โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
Workshop แสดงความเห็นเกี่ยวกับหลักสูตรนี้
กลุ่ม 1 นำเสนอโดย อมรพันธ์
กลุ่ม 2 นำเสนอโดย วรวิทย์
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กลุ่ม 3 นำเสนอโดย ประเสริฐศักดิ์
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กลุ่ม 3 นำเสนอโดย ประเสริฐศักดิ์
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กลุ่ม 4
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กลุ่ม 5 นำเสนอโดย ณรงค์ศักดิ์
พิธีเปิด โดย คุณวิรัช กาญจนพิบูลย์ รวห
ปฐมนิเทศและ Learning Forum หัวข้อ การพัฒนาภาวะผู้นำและการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่กฟผ. โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
สรุปการบรรยายโดยทีมงาน ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
12 มีนาคม 2555
กล่าวเปิดโดย คุณวิรัช กาญจนพิบูลย์
รองผู้ว่าการบริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
- กล่าวถึงการเรียนกับ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และกล่าวในฐานะศิษย์เก่ารุ่นที่ 1 กล่าวต้อนรับรุ่นน้องรุ่นที่ 8
- แสดงมุมมองเรื่องการพัฒนาบุคลากรว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ สอดรับกับวิสัยทัศน์ของกฟผ.คือเป็นองค์กรกิจการไฟฟ้าระดับสังคมที่จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยสำคัญที่สุดคือคน ทั้งผู้บังคับบัญชา และชั้นนำในผู้ปฏิบัติงาน
- คุณวิรัช...กล่าวว่าปัจจุบันได้ทำงานในส่วนด้านการพัฒนาคนของกฟผ. จึงได้คิดวิสัยทัศน์พัฒนาคนเพื่อตอบรับวิสัยทัศน์กฟผ. ได้ตั้งวิสัยทัศน์ว่าคนของกฟผ.ว่าต้องเป็นคนเก่งและคนดีที่สอดคล้องกับภารกิจกฟผ.ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความสุขและความปลอดภัยในการทำงาน ให้ กฟผ.มุ่งสู่วิสัยทัศน์ที่วางไว้ ดังนั้นการพัฒนาคนจึงมีหลักสูตรที่พัฒนาหลายระดับมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเป็นหลักสูตรรวม และหลักสูตรเฉพาะ
- คุณวิรัชบอกว่าอยากเห็นผู้ว่าการที่เป็น CEO ตั้งแต่อายุ 50 ปี แต่คงต้องค่อยเป็นค่อยไปดังนั้นการพัฒนาผู้บริหารจึงมีหลายรูปแบบอย่างหลักสูตรนี้พัฒนาระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไป
- ข้อดีของหลังสูตรอาจารย์จีระ คือคัดสรรวิทยากรชั้นนำ และเป็นชั้นแนวหน้าของประเทศ ได้วิทยากรที่มีคุณภาพมาพูดคุยให้ฟัง มีลักษณะการบรรยายที่กระตุ้นให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมและมี Assignment มากมาย
หัวข้อ ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ และ ประธาน Chira Academy
- K มาจาก Capital ที่เป็นภาษาเยอรมัน ในความหมายคือทุนมนุษย์
- สิ่งที่เป็นอุปสรรคในผู้นำคือ ทัศนคติที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมองค์กร แล้วในฐานะที่เป็นวิศวะจะดื้อ
- แจกหนังสือ 8K’s 5K’s ,ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ และเรื่อง Mindset เป็นหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยา ที่จะมีอาจารย์มาสอนแล้วมาคุยกัน
- แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับดร.จีระ และทีมงานเพื่อให้เกิดความคิดใหม่ ๆ เกิดขึ้น
- พร้อมที่จะเรียนรู้ อย่ามองอาจารย์จีระ เป็นแค่สอนหนังสือ ให้มองให้ทะลุ
ทฤษฏี 4 L’s
- Learning Methodology วิธีการเรียนรู้ เรียนแล้ว พร้อมที่จะเป็นผู้นำได้หรือไม่ มีความยั่งยืนหรือไม่ การเรียนเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเรียนเพื่อที่จะหาความรู้ไปด้วย
- Learning Environment การสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ ให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
ข้อดีคือ การสร้างทุนมนุษย์ให้มีประโยชน์ได้ ต้องเน้นคุณภาพ ไม่ได้เน้นปริมาณ
คนเรียนเยอะ กับคนเรียนน้อย โดยเฉลี่ยคนเรียนเยอะจะได้รายได้มากกว่าจริงหรือไม่
- Learning Opportunity กระตุ้นให้ใช้ความคิด สร้างโอกาสในการปะทะกันทางปัญญา
- Learning Community สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
ทฤษฎี 2 R’s
- ไปปะทะกับความจริง (Reality)
- อย่าเรียนแบบดาวกระจาย จับประเด็นให้ได้ (Relevance)
** หลักสูตร กฟผ. รุ่นนี้ ต้องจัดการ 2 เรื่อง คือ แผ่นดินไหว และน้ำท่วม
- ผู้นำในห้องนี้อีก 10 ปีข้างหน้าคนต้องเตรียมตัวอย่างไร
ทฤษฎี 3 L’s
- Learning from Pain เรียนจากความเจ็บปวด
- Learning from Experience เรียนจากประสบการณ์
- Learning from Listening เรียนจากการฟัง
• การเรียนหนังสือร่วมกัน ไอเดียดี ๆ อาจเกิดขึ้นในห้องเรียนก็ได้
• การสร้างไอเดียดี ๆ ในวัฒนธรรมองค์กร นั้น องค์กรไม่ควรแข็งเกินไป ต้องพยายามค่อย ๆ เปลี่ยน
• การสร้างผู้นำ สามารถสร้างได้ ให้เรียนรู้ที่จะค้นหาตนเอง
• การสร้าง Networking ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
• Self Study & Assignment 1 (17 – 26 มีนาคม 2555) อ่านหนังสือ 8K’s 5K’s และหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้
- เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่าง
- มีสิ่งใดบ้างที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับ EGAT และการทำงานใน EGAT
- นำเสนอในวันที่ 27 มีนาคม 2555
• Self Study & Assignment 2 (30 มีนาคม – 23 เมษายน 2555) อ่านหนังสือ Mindset
- ทำไมคนในโลกมีพฤติกรรมแตกต่างกัน คนหนึ่งพร้อมที่จะเรียนรู้ อีกคนหยุดการเรียนรู้
- ทำอย่างไรถึงเปลี่ยน Mindset ของคน EGAT ให้บ้าคลั่งความรู้ พร้อมทำงานมุ่งสู่วิสัยทัศน์
- แบ่งกันอ่าน Chapterที่สำคัญสุดคือ Chapter 1,5
- 1,2 พูดเรื่องทฤษฎี Mindset
- วันที่ 24 เมษายน ก่อนคุณหญิงเบญจาภามา ให้ผู้เข้ารับการอบรม Present เรื่อง Mindset … Rank 1-5 เชิญคุณอนุรัตน์มา Comment
- หลังจากเรื่องนี้แล้วให้สลับกลุ่ม
• Self Study & Assignment 3 (26 เมษายน – 14 พฤษภาคม 2555) อ่านหนังสือเรื่อง Mojo
• ต้องเข้าใจ GMS ,พม่า,ลาว
• ตอนใกล้จบจะพูดเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้เป็นหลัก อยากให้ EGAT เป็น Leaning Organization
• ความคล่องตัวใน EGAT น้อยมาก ส่วนใหญ่ยังเป็นลักษณะ Silo สูง
• วันพุธเสนอ 3 คนเพื่อคัดเลือกเป็นประธาน 1 คน (เลือกคนที่ทำงานร่วมกับ ดร.จีระได้)
ให้ผู้เข้ารับการอบรมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักสูตรนี้
• กลุ่ม 1 มองว่าทำไมถึง Focus ใน 4 มุมมอง อะไรสำคัญที่สุดใน กฟผ. ให้กฟผ.อยู่ได้ มาจากการไฟฟ้าบางปะกง ถ้าประชาชนไม่เอาเราก็อยู่ไม่ได้ ประเด็นคือต้อง Focus
• กลุ่ม 2 คุณวรวิทย์ อยากให้มีเรื่องของการสื่อสารกับสื่อมวลชน ซึ่งประสบปัญหาโดยตรง อยากเพิ่มเทคนิคการสื่อสารกับสื่อมวลชน การพัฒนาบุคลิกภาพ การวางตัว และการสื่อเพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเรา
• กลุ่ม 3 คุณประเสริฐศักดิ์ หลักสูตรเท่าที่เห็นคือพยายามให้เรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งหลายของคนที่ดี ๆ แล้ว เอามาให้คนของ กฟผ. เน้นเรื่องให้คนในกฟผ. มองนอกกะลา และขุดลอกสันดอนออกมา
การหา Connection ของแต่ละบุคคล
ดร.จีระ บอกว่า โอกาสที่จะเปลี่ยนอยู่ที่ตัวคุณ และต้องค้นหาตัวเองให้เจอ
อ่านหนังสือ กระตุ้นให้คิดว่ามีกี่เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ให้ Maximize Quality ไม่ใช่ Maximize Quantity
• กลุ่ม 4 หัวข้อน่าสนใจทั้งหมด ในเรื่องการทำงานเป็นทีม ยังน้อยอยู่ ยังไม่แน่ใจในเรื่องผู้นำในทศวรรษใหม่ภายใน 15 วัน
• กลุ่ม 5 พูดเรื่องบริบทในตัว Context ที่เปลี่ยนแปลง พูดเรื่อง Input เนื้อหาเข้าไป เอาอาจารย์ดี ๆ ต่าง ๆ เข้ามา เอาหนังสือมา เป็น Process ในการเปลี่ยนผู้อบรมอย่างไร และเปลี่ยนการเปลี่ยนแปลงผู้นำในทศวรรษหน้า อาจารย์จีระ เป็นตัวกระตุ้น Motivator คำพูดที่แรง ๆ และท้าทาย มองว่าจะระเบิดจากข้างในออกมาอย่างไรเพื่อก้าวสู่การเป็น Leadership
หัวข้อ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• ผู้นำ เรื่องศรัทธาเป็นสิ่งสำคัญ มี 3 อย่างคือ สร้าง ขยาย และหายไปจะดึงกลับมา
• Trust ตัวเอง ความสัมพันธ์ องค์กร และคนที่ยอมรับเรา
• ปัญหาการเรียนผู้นำในเมืองไทย ไม่มีวิจัย มีวิจัยน้อยมาก
• มี Role Model
• ดูตัวอย่างผู้นำของ Nelson Mandola, Obama, Hillary Clinton, คุณอภิสิทธิ์ , คุณเกษม จาติกวณิช เป็นต้น
• ทฤษฏีล่าสุดของ Jack Welch ศึกษาองค์กรที่ขาดการแบ่งปันความรู้
• สร้างระบบให้แน่น เติ้ง เสี่ยว ผิง (Country คุม System) ให้ EGAT ดูตัวอย่าง ต้องมี Practical Mind , รวยแล้วเอาประเทศจีนไปสู่โลกภายนอก
• เปิดประเทศจีนให้โลกยอมรับ มีสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ผู้นำของจีนต้องจบวิศวะ เป็นต้น
• ทฤษฎี 5 E’s
1. Example เป็นและสร้างตัวอย่างที่ดี
2. Experience ความล้มเหลวสามารถยอมรับได้ สะสม / ถ่ายทอดประสบการณ์
3. Education จัดสัมมนาสร้างผู้นำไม่พอ
4. Environment ต้องสร้างบรรยากาศให้ผู้นำเกิดขึ้นในองค์กรอย่างแท้จริง ในอนาคตกลัวหรือไม่ที่สร้างโรงไฟฟ้าไม่ได้
5. Evaluation ประเมินผล การประเมินผลแบบผลประกอบการหรือ แววการเป็นผู้นำ มีวิสัยทัศน์ แนวคิดใหม่ ๆ ผลงานที่ไปสร้างอนาคตของเราเป็นต้น เช่นเด็กบางคนอาจเก่งเรื่องชุมชนก็สามารถสร้างได้เป็นต้น
• การสร้างผู้นำแบบ Ram Charan คือการสร้างดาวรุ่ง จะไม่จัดฝึกอบรมทุกรุ่น จะจัดเฉพาะดาวรุ่ง แล้วทำการคัดเลือกจากผู้นำที่มีแวว อายุ 35 ปีลงไปเป็นต้น
• การแบ่งผู้นำ เป็น Character ,Skill,Process, Value ให้ลองคิด Character ภาวะผู้นำที่เหมาะสมของ กฟผ.แล้วเปรียบเทียบกับอันนี้ อย่าง Value ก็คือ ความศรัทธาหรือ Trust
Workshop (20 นาที)
ใช้ทฤษฏีผู้นำ 5 รุ่น ของจีนเป็นแบบอย่างวิเคราะห์ว่า
1. ผู้ว่าการ ของ กฟผ.ที่ผ่านมาจะแบ่งเป็นกี่รุ่น? เหตุผลในการแบ่งคืออะไร? อธิบาย
2. ท่านกำลังจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า..
ปัจจัยที่เป็นทั้ง + และ – ทั้งโอกาสและอุปสรรค คืออะไร?
3. ผู้นำรุ่นใหม่ของกฟผ. ใน 10 ปีข้างหน้าต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
โดยเน้น 4 คุณลักษณะ คือ
Character – ความเป็นตัวตน
Skill – ทักษะที่จำเป็น
Process – ขบวนการผู้นำ
Value – คุณค่าของการเป็นผู้นำ
4. เสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรมว่าจะสร้างผู้นำในอนาคตของกฟผ.ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
กลุ่ม 2
ใช้ทฤษฏีผู้นำ 5 รุ่น ของจีนเป็นแบบอย่างวิเคราะห์ว่า
1. ผู้ว่าการ ของ กฟผ.ที่ผ่านมาจะแบ่งเป็นกี่รุ่น? เหตุผลในการแบ่งคืออะไร? อธิบาย
น่าจะมี 4 ยุค คือ 1. ยุคแรก ยุคบุกเบิก เริ่มจากพลังงานมีไม่พอ ตั้งแต่ท่านผู้ว่าฯ เกษม พอลงทุนมาก ๆ รัฐบาลเริ่มอึดอัด กู้เงินจาก World Bank มา ยุคที่ 2. ให้เอกชนเริ่มเข้ามาลงทุนมากขึ้น รุ่นคุณสมบูรณ์ ยุคที่ 3 ยุคแปรรูป เริ่มขายเข้าตลาด ยุคผู้ว่าฯ สิทธิพร ผู้ว่าฯไกรสีห์ ยุคที่ 4 ยุคปัจจุบัน ยุคคุณสมบัติถึงผู้ว่าฯปัจจุบัน ยุคความอยู่รอด หาแหล่งผลิตและเพิ่มการเจริญเติบโต
2. ท่านกำลังจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า..
ปัจจัยที่เป็นทั้ง + และ – ทั้งโอกาสและอุปสรรค คืออะไร?
ปัจจัยลบ ทำไม่ค่อยต่อเนื่องขาดการปะติดปะต่อ
โอกาสเนื่องจากมีการเกษียณ ดังนั้นคนห้องนี้มีโอกาสท้าทาย
3. ผู้นำรุ่นใหม่ของกฟผ. ใน 10 ปีข้างหน้าต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
1. ความเป็นตัวตนคือ เป็นคนดี มีคุณธรรรม ใฝ่เรียนรู้ อ่อนน้อมถ่อมตน
2. ทักษะที่จำเป็น มีทักษะเรื่องปรานีปรานอม ภาษา วัฒนธรรม และบริหารความหลากหลาย การเรียนรู้ ต่าง ๆ แม้กระทั่งกลไก NGO
3. ขบวนการผู้นำ อบรมพัฒนาให้สอดคล้อง ให้มีการผ่านงานหลาย ๆ ด้านให้เพียงพอ
อาจารย์จีระ ให้คิดเรื่องทุนมนุษย์อย่างน้อย 40 % อยากให้ผู้นำในห้องนี้เอาจริงเรื่องคน และถึงเวลาที่ต้องปฏิรูป HR Department
4. คุณค่าความเป็นผู้นำต้องได้รับทั้งภายในและภายนอก
อาจารย์จีระ อยากให้มี Social Trust มากขึ้น
4. เสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรมว่าจะสร้างผู้นำในอนาคตของกฟผ.ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
เริ่มที่กลุ่มเป้าหมายแล้วพัฒนาให้ต่อเนื่อง มีการติดตามประเมินผลต่อเนื่อง มีคณะกรรมการกลางทำการคัดกรองอีกทีหนึ่ง
อาจารย์จีระบอกว่าอยากให้ผู้นำในห้องนี้วางแนวไว้ แล้วมีการประคับประคองให้ได้
กลุ่ม 3
ใช้ทฤษฏีผู้นำ 5 รุ่น ของจีนเป็นแบบอย่างวิเคราะห์ว่า
1. ผู้ว่าการ ของ กฟผ.ที่ผ่านมาจะแบ่งเป็นกี่รุ่น? เหตุผลในการแบ่งคืออะไร? อธิบาย
ยุค 1 ยุคกู้เงินมาลงทุน
ยุค 2 ลดเพดานหนี้
ยุค 3 ระดมทุน และลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ แปรรูปจากตลาดหลักทรัพย์
ยุค 4 การสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง เป็นการนำรายได้มาขาย
2. ท่านกำลังจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า..
ปัจจัยที่เป็นทั้ง + และ – ทั้งโอกาสและอุปสรรค คืออะไร?
+ คือ ความเชี่ยวชาญทาง Operation สูง วัฒนธรรมสูง
- คือ บุคลากรมีความต่อเนื่องของผู้นำลดลง
โอกาส มี EGAT Inter เกิด AEC 2015 มีทีมงานที่เข้มแข็งมาก
อุปสรรค คือการเมืองการประท้วง กฏหมายมาคุมมากขึ้น ทั้งสายส่ง การค้า ความปลอดภัย
3. ผู้นำรุ่นใหม่ของกฟผ. ใน 10 ปีข้างหน้าต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
โดยเน้น 4 คุณลักษณะ คือ
Character – ความเป็นตัวตน กล้าตัดสินใจว่าจะเป็นอย่างไร มีความเป็นผู้นำสูง มี Connector กับการเมือง วิสัยทัศน์กว้าง มีคุณธรรม
Skill – ทักษะที่จำเป็น พื้นฐานด้านวิศวะ แล้วเติมเต็มด้านการเงิน การบริหาร CSR
Process – ขบวนการผู้นำ Networking ทั้งหลายที่ต้องมี ทุกคนต้องยอมรับทั้งภายใน ภายนอก ต่างประเทศ การยอมรับในประชาคมโลก
Value – คุณค่าของการเป็นผู้นำ ไม่มีเงินทุกอย่างก็ไปไม่ได้ ดังนั้นงบต้องมา
4. เสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรมว่าจะสร้างผู้นำในอนาคตของกฟผ.ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
เริ่มตั้งแต่ระบบการสรรหาคนเข้ามา พัฒนาต่อยอดในการเรียนรู้ ให้สิ่งจำเป็นสำหรับเขาจริง ๆ ไม่มั่ว กลุ่มที่จะให้เรียนรู้ในภาพกว้าง ต้องไป ให้โอกาสรุ่นใหม่ มีการทำ Fast Track มีโควต้าในอนาคตบนพื้นฐานที่พัฒนา การสร้าง Career Path ในอนาคต ผู้นำ ผู้บริหารมาทำแผนเอง
(ดร.จีระ เสนอว่าขาด Execution)
กลุ่ม 4
ใช้ทฤษฏีผู้นำ 5 รุ่น ของจีนเป็นแบบอย่างวิเคราะห์ว่า
1. ผู้ว่าการ ของ กฟผ.ที่ผ่านมาจะแบ่งเป็นกี่รุ่น? เหตุผลในการแบ่งคืออะไร? อธิบาย
ยุคที่ 1 ยุคบุกเบิก สร้างกฏเกณฑ์มีกฏเกณฑ์มากขึ้น
ยุค 2 ขยายกำลังการผลิต เร่งสร้างโรงไฟฟ้า
ยุค 3 วิกฤตนโยบาย รัฐให้เอกชนร่วมลงทุน
ยุค 4 รุ่นปรับสมดุล ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
2. ท่านกำลังจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า..
ปัจจัยที่เป็นทั้ง + และ – ทั้งโอกาสและอุปสรรค คืออะไร?
- โอกาส มีโอกาสไปลงทุนต่างประเทศ เช่นพม่า ลาว แต่น่าจะทำมานานแล้ว , มีทรัพยากรบุคคล มีความรู้ เช่น OM กฟผ.เก่งมาก บริษัทเอกชนคงสู้ไม่ได้
- อุปสรรค คือ ขยายกำลังการผลิตลำบาก เผชิญกับการต่อต้านของมวลชน , ถูกลดบทบาทของกิจการพลังงาน ต้องรักษากำลังผลิตให้ได้ 15%
3. ผู้นำรุ่นใหม่ของกฟผ. ใน 10 ปีข้างหน้าต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
โดยเน้น 4 คุณลักษณะ คือ
Character – มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส มีคุณธรรม
Skill – ประสานกับผลประโยชน์ชาวบ้าน
Process – มีวิสัยทัศน์ในการคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคตได้ดี
Value – เป็นตัวอย่างที่ดีเป็นที่ยอมรับของคนในองค์กร
4. เสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรมว่าจะสร้างผู้นำในอนาคตของกฟผ.ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
แนวคิดในการสร้างผู้นำ ต้องมี Succession Plan อย่างใน กฟผ.ลำบากเนื่องจากมีระบบ Senior เข้ามา ต้องหาดาวรุ่งโดยให้โอกาสดาวรุ่งไม่สนใจ Seniority มากมาย
กลุ่ม 1
ใช้ทฤษฏีผู้นำ 5 รุ่น ของจีนเป็นแบบอย่างวิเคราะห์ว่า
1. ผู้ว่าการ ของ กฟผ.ที่ผ่านมาจะแบ่งเป็นกี่รุ่น? เหตุผลในการแบ่งคืออะไร? อธิบาย
ยุค 1 มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามากมายไม่พอ
ยุค 2 การพัฒนาตามแผนการผลิตไฟฟ้า รุ่นผู้ว่าฯ สมบูรณ์
ยุค 3 ปัญหาการเงิน การก่อหนี้เริ่มมีปัญหา การแปรรูปกฟผ. ผู้ว่าฯ วีรวัฒน์ และผู้ว่าไกรสีห์
ยุค 4 ปัญหาเรื่องชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผู้ว่าสมบัติ และสุทัศน์
2. ท่านกำลังจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า..
ปัจจัยที่เป็นทั้ง + และ – ทั้งโอกาสและอุปสรรค คืออะไร?
- บวกคือ ด้านรายได้ มีเงินทุนเหลืออยู่ มีบุคลากรมีประสิทธิภาพ
- ลบ การขยายตัวลำบาก มี Tax 50%
- โอกาส คือการลงทุนตลาดเปิดกว้าง ขยายเพียงพอ
- อุปสรรค คือ การต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้ามาก กรอบความคิดของคนรุ่นเก่าในกฟผ.ยึดติดกรอบเดิมอยู่ แนวการทำธุรกิจมีความขัดแย้งในตัวเอง ธุรกิจเดินรูปแบบไหนไม่มีความชัดเจน
3. ผู้นำรุ่นใหม่ของกฟผ. ใน 10 ปีข้างหน้าต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
โดยเน้น 4 คุณลักษณะ คือ
- Character – รอบรู้กว้างขวาง กล้าตัดสินใจ
- Skill – บริหารการเปลี่ยนแปลง ความรู้ในการเจรจาต่อรอง
- Process – มีวิสัยทัศน์ และมีความคิดอย่างเป็นระบบ มีแนวคิดเรื่องการบริหารความเสี่ยงตลอดเวลา
- Value – สร้างศรัทธาให้ผู้ใต้บังคับบัญชา มีความเชื่อมั่น ซื่อสัตย์ ยุติธรรม
4. เสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรมว่าจะสร้างผู้นำในอนาคตของกฟผ.ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
สร้างผู้นำ เน้นเรื่อง Job Rotation ให้มีการผ่านงานหลายด้านเพื่อการทำงานในอนาคต
กลุ่ม 5
ใช้ทฤษฏีผู้นำ 5 รุ่น ของจีนเป็นแบบอย่างวิเคราะห์ว่า
1. ผู้ว่าการ ของ กฟผ.ที่ผ่านมาจะแบ่งเป็นกี่รุ่น? เหตุผลในการแบ่งคืออะไร? อธิบาย
ยุค 1 ผู้ว่าเกษมฯ มองว่าท่านให้ความสำคัญทุกคน
ยุค 2 รุ่นเปลี่ยนแปลง เหมือนกัน
ยุค 3 สังคมและความอยู่รอดของกฟผ. ผู้ว่าไกรสีห์ สร้างความเข้มแข็งให้ได้ 50% อย่างไร ในประเทศไทยจะทำอย่างไร
ยุค 4 นโยบายเร่งด่วนเรื่อง CSR สร้างองค์กรให้เป็นที่ยอมรับต่อชุมชน ผู้นำถอดแบบผู้ว่าฯ 11 ท่าน
2. ท่านกำลังจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า..
ปัจจัยที่เป็นทั้ง + และ – ทั้งโอกาสและอุปสรรค คืออะไร?
ผู้นำรุ่นใหม่ ใน 10 ปีข้างหน้า เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี
ปัจจัยบวก คือมีการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทำในบทบาทไหนทำบทบาทนั้น
องค์กรมีการเปลี่ยนแปลง
ปัญหาอุปสรรค คือเรื่อง Mindset Attitude จากองค์กรภายใน
3. ผู้นำรุ่นใหม่ของกฟผ. ใน 10 ปีข้างหน้าต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
โดยเน้น 4 คุณลักษณะ คือ
- ผู้นำรุ่นใหม่มีคุณสมบัติอย่างไร อ่อนนอก แข็งใน มีความเข้มแข็งทางวิชาการ คน สังคม
- ทักษะที่จำเป็น ภาษากาย ใจ สื่อสาร ความหลากหลาย
- ขบวนการ มองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ มี Role Model จากผู้ว่าฯ เปรียบเทียมกับองค์กรอื่นเช่น ปตท.
- Value ความศรัทธา สร้างผู้นำ และถ่ายทอดเป็นสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็ง
4. เสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรมว่าจะสร้างผู้นำในอนาคตของกฟผ.ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ทุนของทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างหรือ Career Path ทำอย่างไรให้มีทีมเวอร์ก เป็นผู้ตามที่ดี มีเรื่องชุมชนสังคม สิ่งแวดล้อม CSR in Process และ CSR after Process
• ดร.จีระ เสนอว่าสิ่งที่ผู้นำต้องมีคือ เอาชนะอุปสรรค ความเจ็บปวด ไม่ท้อถอยต่อปัญหา มีความสามารถในการเอาชนะอุปสรรคในหลาย ๆ เรื่อง
สรุปการบรรยายโดยทีมงาน ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
หัวข้อ บุคลิกภาพของนักบริหารยุคใหม่ (2)
ศิลปะการแต่งกายสไตล์ นักบริหารยุคใหม่ เทคนิคการดูแลใบหน้าและแต่งหน้าให้ดูดีมีสไตล
การเลือกทรงผมกับบุคลิกคนทางานรุ่นใหม่ มาดและท่วงท่าอิริยาบถของคนทันสมัย
โดย อาจารย์ ณภัสวรรณ จิลลานนท์
• อย่าคิดว่าตัวเองแก่ ทำใจให้หนุ่มสาว แล้วปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นคนรุ่นใหม่ให้ได้
• วิเคราะห์บุคลิกภาพแต่ละท่าน
• Image คือการดูภาพลักษณ์ภายนอกโดยยังไม่ได้สื่อออกมาว่าจริง ๆ เป็นอย่างไร
• เราสามารถสร้าง Image ได้ โดยการแต่งกายหรือเครื่องใช้ที่แสดงถึงรสนิยมที่ดี
- เริ่มต้นด้วยทรงผม ตัดให้ดูเรียบร้อย
- ความสะอาด ก็ต้องสำคัญ
- อุปกรณ์ที่ใช้เหมาะกับวัยหรือไม่ หน้าที่การงานหรือไม่ เช่นสายสินญจน์
- สีเสื้อ เวลาใส่ให้ดูสีผิวตัวเอง ถ้าเป็นคนผิวสองสี ให้ใส่สีขาวเป็นขาว ฟ้าเป็นฟ้า อย่าใส่สีผสมอมเทาจะทำให้ดูดำมากและไม่สะอาด
- กางเกงไม่ต้องมีจีบ
- ผู้หญิงถ้าผมยาวเวลาไปงานให้รวบผม
- ให้ใส่รองเท้าส้นสูง
- ผู้หญิงต้องแต่งหน้าด้วย ผู้ชายต้องรู้จักใช้มอยส์เจอไรเซอร์ด้วย
- เวลา Promote ใคร Promote ที่บุคลิกภาพ
• First Impression 55% เสียงที่ใช้ 33 % ความฉลาด 7%
• บุคลิกภาพ ขึ้นอยู่กับ 5 ห่วง
1.แต่งตัว ขึ้นอยู่กับกาลเทศะ ให้เปลี่ยนลุกส์ไปด้วย อย่าน่าเบื่อ ทำให้ตัวเองมีสีสัน แล้วคนจะอยากติดตามตอนต่อไป
2. มาด ทำอย่างไรให้มีมาดขึ้น
3. อารมณ์ดี อารมณ์ไม่ดีเก็บไว้ที่บ้าน
4. พูดจาดี หัดพูดจาให้เป็น พูดอย่างไรให้คนอยากสื่อสารกับเรา
5. กาลเทศะ แต่งตัวให้เป็น
• บุคลิกต่าง ๆ ที่จำเป็นมาก ๆ
• การนั่ง มือขวาจับเก้าอี้ แล้ววางตัวลงด้านซ้ายของเก้าอี้เสมอ
- ผู้หญิงให้นั่งเก้าอี้ครึ่งเดียว แล้ววางขาให้ซ้อนกัน คือ 10 นาฬิกา กับ บ่ายสองโมง
- ผู้ชายนั่งเต็มเก้าอี้ แต่อย่านั่งพิงเต็มที่ อย่านั่งไขว่ห้าง
• การยืน
- ผู้หญิง เวลายืนตรงให้ยืนซ้อนกันเป็น 10 นาฬิกากับบ่ายสองโมง
- ผู้ชายเวลายืนให้ยืนตรงทิ้งมือลงเหมือนยืนปกติ แล้วหายใจลึก ๆ
• การเดิน ให้เอาส้นลงก่อนแล้วหน้าตาม มือแกว่งคนละข้างกับขา
• การไหว้ ต้องรู้จักวิธีการไหว้ให้สวยงามและถูกต้อง
• เสื้อผ้า สูท เลือกผ้าที่ดี ไม่ยับ มีอะไร พอดีตัว
• กางเกงขาตรง ไม่มีจีบ
• ภาพลักษณ์ผู้บริหารดูมีมาด เคารพ ทันสมัย
• หัวเข็มขัดต้องเหมาะกับหน้า
• ลวดลายเนคไท ให้เหมาะกับหน้าที่การงาน
• สูทกับกางเกงใช้เนื้อผ้าสีเดียวกัน
• เสื้อข้างใน สีฟ้าอ่อน เหลืองอ่อน ไม่จำเป็นต้องขาวเสมอไป แล้วคอปกเสื้อเอานิ้วสอดได้ 2 นิ้ว
• ทรงผม ถ้าเสื้อหลวมเกินไปดูไม่ดี ต้องเลือกให้พอดี
• ผู้หญิงความยาวไม่สั้นเกินไป
• ถ้าตัวเตี้ยใส่กระโปรงทรงตรงทำให้ดูสูงขึ้น
• ถ้ารองเท้าต้องใส่คัทชูคือปิดหัวปิดท้าย ไม่อย่างนั้นจะเหมือนรองเท้าแตะ
• กระโปรงคนทำงานจะประมาณเข่า
• ที่นั่ง ใครจะนั่งตรงไหน ถ้าเป็นแขก
• ผู้อาวุโส สุภาพสตรี เน้นเรื่องความปลอดภัย ความสะดวกสบาย การให้เกียรติ อัธยาศัย ไมตรี ต้องให้ผู้อาวุโสกับสุภาพสตรีนั่งไกลประตูที่สุด ที่ใกล้ประตูคือที่เจ้าของบ้านเท่านั้น โซฟาคือที่ของแขก ถ้าสุภาพสตรีมาคนเดียวให้นั่งตรงเก้าอี้คนเดียว
• โต๊ะประชุมเวลามานำเสนองาน
ผู้มาเยือนจะไม่นั่งหันหลังให้ประตูเด็ดขาด เบอร์หนึ่งต้องนั่งใกล้คนเป็นประธานซึ่งนั่งหัวโต๊ะ อยู่ตรงข้ามจอสไลด์
• นั่งรถ เวลามีคนขับรถให้นั่งข้างหลังคนขับ แต่ถ้าออกงานกับผู้หญิงให้ผู้หญิงนั่งหลังคนขับ แล้วตัวเองเขยิบมา
• รถตู้ ผู้ใหญ่ จะนั่งแถวหลังจากคนขับ นั่งตรงกลางเบาะ แล้วคนมารับนั่งแถวที่สองถัดไป
• ถ้าไปกันหลายคน ให้เด็กขึ้นก่อน ผู้ใหญ่ขึ้นที่หลัง
• ขึ้นบันไดไปกับสุภาพสตรี ให้ผู้หญิงขึ้นบันไดก่อน ถ้าลงบันได้ให้ผู้ชายขึ้นก่อน
• เข้าออกลิฟต์ ลิฟต์ว่างผู้ชายเข้าก่อนเนื่องจากไปกดลิฟต์ ถ้าลิฟต์เต็มให้ผู้หญิงเข้าก่อน
• เวลาออกให้ผู้หญิงออกก่อน
• ถ่อมตัวให้เขาก่อน
• ประตูผลักให้ผู้ชายผลักก่อน ผู้ใหญ่ตาม
• เวลาเดินตามผู้ใหญ่ ต้องเดินหลังฝั่งซ้ายของผู้ใหญ่
• เวลาเดินนำผู้ใหญ่ ให้เดินข้างหน้าฝั่งขวาของผู้ใหญ่ ผายมือและเดินเอียง มือขวาจะเปิดทางเสมอ จะไม่ปาดผ่านหน้าเขา เวลาเปิดประตูก็จะเปิดประตูมือขวา
• ผู้หญิงห้ามติดพวกกิ๊ฟ โบว์ สีแดง เหลือง ส้ม และอย่าคาดผม
• กระเป๋าใช้สีสุภาพ ๆ แต่ต้องดูสถานที่และองค์กรด้วยว่าใช่หรือไม่
• ตุ้มหู จะไม่ใส่พวกที่ห้อย ๆ ให้ใส่พอดีอย่าติดหู
• ทาเล็บให้ทาสีเรียบ ๆ พื้น ๆ
• ใส่รองเท้าอย่าใส่ตามแฟชั่น
• รองเท้าเปิดหัว ถ้านิ้วไม่สวยให้ใส่ปิดหัวไป
• ผู้ชายไม่แนะนำให้ใส่ถุงเท้าขาว ควรเป็นสีเดียวกับรองเท้าและกางเกง
• รองเท้าผู้ชายหน้าจะยาว และเรียวทำให้สูงขึ้น รองเท้าผ้าใบอย่าใส่มาทำงานเด็ดขาด
• อย่าลืม ขัดเงารองเท้า
• เข็มขัดให้ใส่แบบเรียบร้อยที่สุด เข็มขัดกับรองเท้าต้องสีเดียวกัน
• ผู้ชายเมื่อไหร่ใส่กางเกงขาว ให้ใส่รองเท้าขาว อย่าใส่รองเท้าดำ ยกเว้นชุดข้าราชการ
• ปากกา ไม่ใช้ปากกาพลาสติกเด็ดขาด
• การแนะนำต้องบอก Background เล็กน้อย ระยะห่างที่เหมาะสมคือช่วงแขน ไม่ไกลเกินไป ไม่ใกล้เกินไป อย่าให้มีช่องว่างในการพูดคุยเพราะคนแนะนำจะรู้สึกอึดอัด
• เจ้านาย ลูกน้อง มาเจอลูกค้าคนสำคัญ ลูกค้าใหญ่กว่าเจ้านายเสมอ บอกลูกค้าว่า ดิฉันขออนุญาตแนะนำเจ้านายค่ะ ชื่อ .......ว่า แล้วแนะนำลูกค้าว่าเป็นลูกค้าคนสำคัญ...... เจ้านาย กล่าวทักทายแล้วให้นามบัตร
• ถ้าเดินมากับลูกเจอเพื่อน
• ถ้าพาเพื่อนไปหาแม่ที่บ้านจะบอกว่ายังไง ให้เกียติแม่ก่อน ให้บอกว่า แม่...นี่เพื่อนผม เพื่อนหนู
• สรุปเวลาให้เกียรติใครให้เรียกชื่อคนนั้นก่อนเสมอ ถ้าเป็นผู้ใหญ่มาก ๆ ให้เรียกชื่อแล้วตามด้วยคำว่าขออนุญาตทันที
• Body Language กรุณาจับมาดตัวเองด้วย การยืนกอดอก กับล้วงกระเป๋าไม่ควรทำเพราะเสมือนเป็นเวลาส่วนตัวของเรา เวลาญี่ปุ่นจะไม่ให้เอามือล้วงกระเป๋าหรือเอามือไว้ข้างหลัง อย่างคนไทย ไม่ชอบให้ใครจับหัวเราเป็นต้น
• รู้จักบทบาทของตนเองด้วยว่าเล่นบทบาทอะไร
• มาดสุขุม ดูเป็นคนอารมณ์ดี จะทำให้คนอยากเข้ามาหา
การ์ดเชิญ
• การ์ดที่เป็นทางการมาก ๆ จะเขียนด้วยตัวหนังสือ
• ทุกครั้งที่ได้รับการ์ดมี RSVP มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่าถ้าไปให้โทรไปหาแล้วจะเป็นการ Confirm ว่าไป แต่ถ้าไม่ไปไม่ต้องโทรไป ทิ้งไปได้เลย
• ถ้า มีให้นำการ์ดไปด้วยให้นำการ์ดไปด้วย ต้องบอกทะเบียนรถ และสีรถด้วย
• Dress Code คือ อะไร
• ที่ไหน เลี้ยงอะไร เช่น High Tea เป็นสังคมชั้นสูง
• ถ้าเป็นเจ้าเสด็จ ผู้ชายใส่ราตรียาว ผู้ชายใส่สูท ทักสิโด้
• การ์ดที่ได้รับ ให้ดู RSVP กับ Dress Code ถ้าได้เข้าไป ไม่ได้ไม่ต้องเข้าไป
• และถ้าเราเข้างาน เราจะเข้างานต่อเมื่อมีเจ้าของงานอยู่หน้างานเท่านั้น แล้วต้องถ่ายรูปกับเจ้าของงานเสมอ แต่อย่าไป Late มาก
• รักษากริยา มารยาทให้งามที่สุด บังคับตัวเอง
• เก่งคน เก่งงาน เก่งสังคม จะทำให้คุณอยู่รอดและเป็นที่ชื่นชอบของสังคม
คำถาม
การทำงานด้านชุมชนสัมพันธ์ การวางตัวอย่างไรให้เหมาะสม
1. ต้องรู้โปรแกรมก่อนล่วงหน้า เสื้อผ้าต้องใส่ให้กลมกลืนกับเขา ผ้าใบ หรือ ....
2. วิธีการเดินและการพูดกับเขาจะเป็นอย่างไร ต้องออกแบบให้พร้อม
3. สังคมการทำงานจะใช้คำว่าคุณ แต่ถ้าสังคมชาวบ้านจะใช้ ป้า ยาย ลุงเป็นต้น
4. ต้องเรียนรู้ในการปรับยืดหยุ่นให้เข้ากับบรรยากาศดีที่สุด
การได้รับเชิญโดยบังเอิญให้ไปพูดบนเวที ในนามองค์กรจะมีวิธีการแนะนำให้เหมาะสม
กล่าวสวัสดีท่านผู้ใหญ่ทั้งหลาย แล้วกล่าวถึงแขกที่ร่วมงาน เรียงลำดับให้ถูกต้อง แล้วแนะนำตัวเอง วิธีที่ดีที่สุดคือการพูดชื่อและตำแหน่งให้ถูกต้อง
ภาพกิจกรรม 12 มีนาคม 2555
Assignment
1. วันนี้ได้เรียนรู้อะไร ส่งใน Blog : www.chiraacademy.com
2. Self Study & Assignment 1 (17 – 26 มีนาคม 2555) อ่านหนังสือ
1. HR พันธุ์แท้
2. 8K’s + 5K’s ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
วิเคราะห์เปรียบเทียบความเหมือน ความแตกต่าง
- เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่าง
- มีสิ่งใดบ้างที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับ EGAT และการทำงานในEGAT
- นำเสนอในวันที่ 27 มีนาคม 2555 ที่เขื่อนทุ่งนา จ.กาญจนบุรี
3. Self Study & Assignment 2 (30 มีนาคม – 23 เมษายน 2555) อ่านหนังสือ Mindset
- ทำไมคนในโลกมีพฤติกรรมแตกต่างกัน คนหนึ่งพร้อมที่จะเรียนรู้ อีกคนหยุดการเรียนรู้
- ทำอย่างไรถึงเปลี่ยน Mindset ของคน EGAT ให้บ้าคลั่งความรู้ พร้อมทำงานมุ่งสู่วิสัยทัศน์
- นำเสนอในวันที่ 24 เมษายน 2555 ก่อน session ของมรว.เบญจภา ไกรฤกษ์
4. Self Study & Assignment 3 (26 เมษายน – 14 พฤษภาคม 2555) อ่านหนังสือเรื่อง Mojo
*** สิ่งที่ต้องเตรียมตัว : อภิปรายร่วมกับผู้ว่าฯ กาญจนบุรี / รองผู้ว่ากฟผ. กิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม / ผู้ทรงคุณวุฒิ / ผู้นำชุมชน
1. กิจกรรมใน Session ผู้นำในทศวรรษใหม่ กับ CSR ที่เขื่อนท่าทุ่งนา จ.กาญจนบุรี ขอให้ผู้แทนกลุ่ม 1-5 เตรียมการร่วมอภิปรายใน 2 หัวข้อ ดังนี้
1.1 กลุ่ม 1-3 การจัดการพลังงานสิ่งแวดล้อมในชุมชนสร้างความเข้มแข็ง
1.2 กลุ่ม 4-5 ชุมชนรู้จริงเรื่องอาเซียนเสรี AEC 2558
2. ขอให้ทุกกลุ่มเตรียมวางแผนหาหัวข้อโครงการศึกษาระยะสั้น เตรียมข้อมูล และ Present ที่ศูนย์ฝึกอบรมบางปะกง วันที่ 20-22 มิถุนายน 2555 โดยต้องเป็นหัวข้อที่ไม่ซ้ำกับโครงการที่ทำอยู่แล้ว และเป็นการคิดร่วมกันทั้งกลุ่ม
Activity & Game Simulations โดย ดร.เฉลิมพล เกิดมณี
กิจกรรม จงเขียนความสามารถของตนเองและเปรียบเทียบกับคุณค่าที่เพื่อนเขียนเกี่ยวกับเรา
ผู้เข้าร่วมสัมมนาท่านหนึ่ง
ความคิดตนเอง
ความคิดเพื่อน
มีความรู้ความสามารถ
ใจดี
ยุติธรรม
มุ่งมั่น
ไม่ท้อถอย
รู้ขีดความสามารถตนดี
น่ารัก
จริงใจ
มีความสามารถหลายด้าน
ดร.เฉลิมพล เกิดมณี
กิจกรรม
1.ยกปากกาวาดรูปคนละครั้งแล้วส่งให้เพื่อนวาดต่อ โดยไม่ต้องพูดกัน
2.คุยกันก่อนแล้วค่อยวาดรูปร่วมกันโดยใช้กติกาข้อ 1
ความเห็นผู้เข้าร่วมสัมมนา
ดร.เฉลิมพล เกิดมณี
กิจกรรม
บทเรียนที่ได้
ดร.เฉลิมพล เกิดมณี
Activity& Game Simulations
หัวข้อ EGAT LEADER & TEAMWORK
โดย ดร.เฉลิมพล เกิดมณี
• พันธุกรรม คนกับลิงต่างกันไม่ถึง 3% เราต้องเชื่อว่ามนุษย์ไม่ต่างกัน มนุษย์สามารถสร้างได้ สิ่งที่มนุษย์แตกต่างกันคือสติปัญญา
• สติปัญญา มาจากการเรียนรู้ โอกาส สิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นเราจะเป็นหัวหน้าที่เก่งได้ หรือเก่งแล้วสามารถเก่งมากกว่าเดิมได้
• การทำอะไรเราต้องมีเป้าหมายที่ชัด
• บางครั้งมีเป้าหมายชัดแต่ทำไมไม่เคลื่อนที่เพราะอะไร เราต้องให้เขาเห็นความสำคัญร่วมกับเราได้ และเขาต้องได้ประโยชน์ด้วย
• Value ส่วนใหญ่มองไปที่ความสุขและสุขภาพแข็งแรง การมีคุณค่าที่ชัดเจน
• คุณค่าที่ปรากฎ มีทั้งสิ่งที่เราเห็นกับสิ่งที่เขาเป็นที่ซ่อนอยู่ภายในยังมองไม่เห็น
• การค้นหาคุณค่าของตัวเอง “เขียนความสามารถ ความเก่ง ความเชี่ยวชาญ พรสวรรค์ ความชำนาญของตนเอง” แล้วเอาให้เพื่อนเขียนให้เรา
• ถ้าสิ่งที่เพื่อนเขียนตรงกับทีเราเขียนแสดงว่าสิ่งนั้นตรงกับที่เขาเห็น
• ถ้าสิ่งที่เพื่อนเขียนไม่ใกล้กับสิ่งที่เราเขียนเราต้องพัฒนาตัวเราเองให้เขาเห็น เราต้องหาคุณค่าเราให้เจอ
• สิ่งสำคัญคือวางคุณค่าให้ตรงกับตำแหน่งหรือไม่
• ในบรรดา Q ทั้งหลายตัวที่ทำให้มนุษย์ประสบความสำเร็จที่สุด มนุษย์ส่วนใหญ่การประสบความสำเร็จคือ EQ คือการมีมนุษยสัมพันธ์ดี ทำให้คนหยิบยื่นโอกาสให้ และเมื่อ IQ ดี จะเป็นการทำโอกาสนั้นให้สำเร็จได้ ต่อมาคือ MQ คือจริยธรรม คุณธรรม พลาดไม่ได้ในฐานะที่เป็นมนุษย์ ส่วน SQ เป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด
บุคลิกภาพของคน
C นักทฤษฎี
• ชัดเจน ถูกต้อง ตามกฎ มีเหตุผล ระมัดระวัง เป็นทางการมีหลักการ ยึดติดกับรายละเอียด ไม่ชอบเสี่ยง ความรักที่ต้องการคือความเข้าใจ
D นักจนภัย
• กล้าตัดสินใจ เข้มแข็ง มุ่งมั่น ชอบการแข่งขัน มีข้อเรียกร้องสูง เป็นอิสระ มั่นใจในตัวเอง ดุดัน ผ่าซาก เอาตัวเองเป็นหลัก ใช้อำนาจ ความรักที่ต้องการคือการมีโอกาสได้เรียนรู้ ให้ความท้าทายและมีรางวัลให้เขา
S นักปฏิบัติ (เยอะมากสุดในเมืองไทย)
• สงบนิ่ง ระมัดระวัง อดทน เป็นผู้ฟังที่ดีถ่อมตน เชื่อถือได้ ไม่รับแนวคิดใหม่ ไม่แสดงออก ดื้อเงียบ ไม่แสวงหาการเปลี่ยนแปลง ความรักที่ต้องการคือคำชม
I นักกิจกรรม
• ชอบเข้าสังคม ช่างคุย เปิดเผย กระตือรือร้น มีพลัง ชักจูงใจผู้อื่น ร่าเริง โวยวายเสียงดัง ไม่ระมัดระวัง ตื่นเต้น รีบร้อน ไม่สนใจเรื่องเวลา ความรักที่ต้องการคือ ** สรุป คือ ภาวะผู้นำทุกคนสามารถเป็นได้ แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะเลือกใครเป็นผู้นำ
** ยิ่งเป็นผู้นำที่ใหญ่ขึ้น ความเป็นตัวตนของตนเองย่อมลดลงจึงสามารถรวมคนมาได้ เป็นการรวมให้อยู่ตรงกลาง เช่น ฯพณฯ พลเอกเปรม และ อดีตนายกฯ บรรหาร
การอยู่ตรงกลางได้ต้องมีคุณธรรม จริยธรรมที่ดี แล้วจึงอยู่ตรงกลางได้
• ตัวที่ประคองตัวไม่ให้ตะบะแตกไปแต่ละด้านคือ สติ จะไม่ให้เราเผลอไปทำพฤติกรรมด้านใดด้านหนึ่ง ส่งผลให้เราเป็นคนคิดเชิงบวก แล้วสิ่งต่าง ๆ ก็จะไหลเลื่อนไป
• ถ้า 4 Q ทำงาน วิธีอะไรก็ตามที่ 4 Q ทำงานจะทำให้เราเดินไปได้ ด้วยการใช้ข้อมูลในการทำงานนั้น ณ เวลานั้นเป็นอย่างไรใช้เหตุผลนั้นในการตัดสินใจ เมื่อเวลาผ่านไป เหตุผลเปลี่ยน
• การจุดประกายทำให้คนเปลี่ยนแปลงคือ Value
• มนุษย์ทำอะไรให้มีความสุขได้คือการได้รับความพอใจ แต่เมื่อมีความสุขแล้วจะมีความอยากหรือไม่
• คนที่มีพัฒนาการสูงจะมีความอิ่มเอิบจากการได้รับความพอใจ
** ความรัก สามารถเปลี่ยนแปลงไป
วิเคราะห์ลูกน้องว่าเป็นคนกลุ่มไหน แล้วให้ความรักในกลุ่มที่ควรจะเป็น จะทำให้ได้ใจลูกน้องได้
โจทย์ : วิเคราะห์การตัดสินใจ
เกิดวิกฤตการณ์โรคระบาดอย่างรุนแรง มีเครื่องบินที่จะบรรทุกคนไปได้ 8 คน โดยมีคนที่เหลือในเมืองทั้งหมด 10 คน ดังนี้ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำเพื่อพาคนให้รอดพ้นและสามารถไปสร้างเมืองใหม่ที่มั่นคงและยั่งยืนได้ท่านจะเลือกผู้ใดให้เดินทางไปกับท่าน
นายแพทย์ หมอแผนโบราณ นักกฎหมายสูงอายุ เด็ก คุณครูผู้หญิง นักการเมือง เกษตรกร กรรมกร นักวิทยาศาสตร์
การสร้างทีม Team พลังของกายและใจ
เวลามีแต่กายไม่มีใจจะไม่สามารถดึงดูดสิ่งต่าง ๆ ไว้ได้
เวลาทำทีม เป็นหัวหน้าทีม ให้พิจารณาเรื่องใจของทีมเป็นสำคัญ
แม้ว่าสิ่งต่าง ๆไม่พร้อมแต่ใจพร้อมก็สามารถไปได้เช่นกัน ดังเช่นพระเจ้าตากสินเลือกที่จะทุบหม้อข้าว เป็นการเล่นบทบาทด้านใจ ใจมีพลังสูงถ้าเราสร้างมันได้
ทำอย่างไรถึงได้ใจจากน้อง ๆ
หัวหน้าต้องเป็นผู้ให้ก่อน หัวหน้าต้องมีความสุขจากการเป็นผู้ให้แล้วเห็นลูกน้องเติบโต
ลูกน้องทำได้ดี หัวหน้าควรภูมิใจเพราะเป็นทีมของตัวเอง
ทำให้ได้ใจ
การอยู่ร่วมกันเป็นทีม มีประโยชน์อย่างไรมากกว่าการทำคนเดียว
1. แต่ละคนมีความสามารถต่างกัน บางครั้งเราไม่ถนัดในบางเรื่องจึงเสมือนมีคนช่วยเรา
2. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความสามารถของคนหนึ่งก็ให้เกิดความสามารถของทั้งกลุ่มได้
3. ได้ผลประโยชน์ทั้งทีม
4. เกิด Synergy
5. งานประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น
6. สามารถรับงานชิ้นใหญ่ ๆ ได้
7. เกิดวัฒนธรรมใหม่เนื่องจากมีความหลากหลาย
8. ทำงานด้วยกันแล้วมีความสุข มีคนให้กำลังใจกัน
9. ทำให้งานมีความมั่นคง แล้วต่อเนื่องในระยะยาวได้ สามารถช่วยกันทำได้
10. ทำงานไม่เป็นทีมสามารถเติบโตได้หรือไม่
11. การทำงานเป็นทีม มีคุณค่าและประโยชน์ในตัวเอง
12. เมื่อทีมมีหัวใจ ทำให้ทีมเห็นคุณค่าให้ได้ สร้างแรงขับเคลื่อน ความฝันร่วมกัน มีการคุยกัน
13. บทบาทหัวหน้าคือ ชี้เป้าหมายเดียวกัน แล้วประโยชน์ของแต่ละคนที่ได้คือร่วมกันและยุติธรรม แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ต้องสร้างให้เห็นคุณค่าร่วมกัน วิเคราะห์ของดั้งเดิมที่แต่ละคนมี เอาเขาไปสวมให้ตรงกับความคิดเขา
14. ประคองความคิด ความเห็น และความสุขร่วมกันได้
15. ทีมมีความจำเป็นในการขับเคลื่อน แล้วเคลื่อนใจไปได้
ทำยังไงเป็นหัวหน้าที่ดีได้
1. ทีมที่มีใจต่างกัน แต่ละคนเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง จะไม่มีใครฟังกันแล้วจะเกิดสีอับเฉา
2. ดังนั้นทุกคนต้องไม่เอาสีตัวเองมา ทุกคนจะเป็นสีใส แล้วทีมนี้จะไปรอด เวลาอยู่ร่วมกันต้องทิ้งความเป็นตัวตน แล้วเอาความเห็นหรือ logic ออก ทิ้งการไม่ยอมรับความเห็นส่วนรวม ให้ทิ้งตัวตน แล้วเอาจิตวิญญาณของทีม
3. สิ่งที่จะเดินเป็นทีมได้ ต้องทิ้งอดีตทั้งหมด ณ วันนี้เริ่มต้นกันใหม่ ทิ้งอดีตซะ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ให้อภัย ถ้าเราไม่ให้อภัยเขา แล้วเขาจะรู้สึกโกหก เกิดการกระทำผิดซ้ำซ้อนเรื่อย ๆ แต่เมื่อไรเริ่มต้นด้วยการทิ้งอดีต ทิ้งตัวตน นับแต่ปัจจุบัน ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้
4. ทีม การยอมรับ ต้องยอมรับ อยู่กับปัจจุบัน ทิ้งอดีต อยู่กับปัจจุบัน แล้วเราก็จะไปได้
การสร้างทีม Team
• เป็นผู้ให้ที่ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน
• มีกติกาการอยู่ร่วมกันอย่างโปร่งใสยุติธรรม
• ปล่อยวางตัวตน และประโยชน์ของตน
การละทิ้งตัวตน
1. ต้องเป็นคนใจกว้าง มีการกระทำ วางแผน
2. การคิดเชิงบวกทำให้สิ่งต่าง ๆ เกิดการทำเป็นลูกโซ่
3. อยากโตขึ้นเท่าไหร่ต้องกล้าทิ้งตัวตนให้มากขึ้น
การสื่อสาร
• เมื่อเป้าชัด เขาเห็นคุณค่า หัวหน้าให้ขนาดนี้ แต่หัวหน้าพูดจาไม่รู้เรื่อง การสื่อสารจึงเป็นความสำคัญ
• การสื่อสารเป็นเรื่องพื้นฐานของแต่ละคนไม่เท่ากัน
• สื่อสารแล้วสรุปว่าเข้าใจตรงกันหรือไม่
• สิ่งที่ทำได้เวลาลูกน้องไม่พูดให้ถามลูกน้องว่าทำไม จะทำให้ได้วิธีการ สาเหตุ และผลลัพธ์ และทำให้ลูกน้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
*** การเคลื่อนตัวทางใจมีประโยชน์มากกว่าทางกาย แต่อย่างไรก็ตามทีมที่ดีต้องขับเคลื่อนทั้งกายและใจ เพื่อช่วยสร้างสิ่งต่าง ๆ ไปสู่อนาคตได้ และให้เรียนรู้การอภัยและ ละทิ้งตัวตน และอดีตซะ ให้รู้จักทิ้งตัวตนและพร้อมเป็นผู้ให้ความรักจะช่วยผลักดันทีมให้เดินหน้าได้อย่างแท้จริง
•
ได้รับความรู้มากมายจากการเรียนวันนี้ ได้ร่วมคิดร่วมกันให้ความเห็นว่าผู้นำ กฟผ.ในอีก 10 ปี ข้างหน้าควรเป็นอย่างไร มีหลากหลายมุมมอง แต่ผลสรุปออกมาก็คล้ายๆกันไม่แตกต่างมากนัก ได้เรียนรู้ถึงการพัฒนาบุคคลิกภาพของตนเองควรทำอย่างไร ผู้นำที่ดีควรเป็นแบบไหน ซึ่งจะได้นำประโยชน์จากการเรียนรู้ไปพัฒนาและปรับปรุงตนเองก่อนอย่างอื่น ขอบคุณอาจารย์ทุกท่าน และผู้บริหารที่ได้ให้โอกาส
จันทิมา ลีละวัฒนากูล
วันนี้ผมเรียนรู้อะไร
1. ในเรื่องของการสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ ที่ กฟผ. ผมเรียนรู้ลักษณะของผู้นำแบบต่างๆ, คุณลักษณะของผู้นำที่ดีจากทัศนะของบุคคลสำคัญหลายท่าน และวิธีการสร้างและการพัฒนาผู้นำแบบใหม่
2. ในเรื่องบุคลิกภาพของนักบริหารยุคใหม่ ผมเรียนรู้การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ อาการกิริยาต่างๆ ที่ถูกต้องเหมาะสม ที่แสดงออกในชีวิตประจำวัน และในโอกาสพิเศษ เช่น การวางท่าทาง การเดิน การนั่ง และการทักทายผู้ใหญ่ เป็นต้น
3. ในเรื่อง EGAT Leader and Team Work ผมได้เรียนรู้ถึงลักษณะของผู้นำที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีบุคลิกภาพเดียว แต่ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน, ทีมงานที่ดีต้องมีทั้งพลังกาย และพลังใจร่วมกัน ถ้าขาดอย่างหนึ่งอย่างใด งานอาจไม่สำเร็จหรืองานที่ได้มีคุณภาพไม่ดี และการสื่อสารที่ดีจะช่วยให้การทำงานเป็นทีมบรรลุเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ และทุกคนพอใจ ตลอดจนวิธีการค้นหาคุณค่า (value) ของบุคคล หาคุณค่าที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อเป็น driver ผลักดันให้แต่ละบุคคล ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อุปสรรคก็คือ ที่ผ่านมาลักษณะทีมงานจะประกอบด้วยคนจากหลายหน่วยงาน ถูกส่งเข้ามาทำงานร่วมกันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งต่างคนก็มีภารกิจหลายอย่าง และหัวหน้าทีมส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริหารงานเยอะต้องรับผิดชอบหลายด้าน ทำให้การดูแลทีมงานเป็นไปได้ยากครับ
ผมเคยได้มีโอกาสฟังรายการวิทยุของอาจารย์คลื่น 96.5 ช่วง 6-7.00น. วันช่วงวันหยุด อยู่หลายครั้ง ทุกครั้งที่ได้ฟังอาจารย์พูด ก็จะรู้สึกถูกกระตุ้นให้มีความอยากจะไฝ่หาความรู้ พัฒนาตนเองมากขึ้น แต่ก็มักจะทำได้ในช่วงเวลาสั้นๆแล้วก็จะกลับสู่สภาพเดิมๆอีก
แต่หลักสูตรนี้ได้มีโอกาสพบตัวจริงของอาจารย์ เป็นหลักสูตรที่ค่อนข้างยาว ผมคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นความอยากในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นผู้บริหารที่ดีต่อไปครับ
พิพัฒน์ วรคุณพิเศษ
ได้ทราบถึงว่าการที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้จะต้องทำอะไรเพิ่มขึ้นอีกมากมายเริ่มต้นก็ต้องใฝ่ที่จะเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถของตนเองให้พร้อมที่จะมีข้อมูลที่ถูกต้องก่อนการดำเนินการใดๆ นอกจากนั้นยังได้รู้ว่าการที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทีมงานที่ดี และในการทำงานเป็นทีม สิ่งที่สำคัญที่สุดทุกคนต้องลดอัตตาของตนเองลงทำใจให้กว้่างรับความคิดเห็นของคนอื่น ทุกคนมองเป้าหมายตัวเดียวกันและเป้าหมายนั้นต้องสร้่างคุณค่าของงาน ถ้าได้ใจของทุกคนในทีมมาทำงานงานนั้นจะประสบความสำเร็จมาก การได้ใจจากคนอื่นต้องเป็นผู้ให้เขาในสิ่งที่เขาต้องการถูกที่ถูกเวลา. สุดท้ายก็คือได้เรียนรู้การสร้างบุคลิกภาพของตนเองให้เป็นที่เคารพนับถือในวงสังคมอย่างถูกต้องกล่่าวฝโดยสรุปคือการเลือกเครื่องแต่งกายและการแต่งกายให้ถูกต้องและเหมาะสมกับสถานที่. การเลือกสถานที่นั่งต้องคำนึงถึงอาวุโส ความปลอดภัย การแนะนำผู้อื่นต้องคำนึงการให้เกียรติคนที่สำคัญก่อนเสมอ
สมศักดิ์ ปิยะภาณี ช.อคภ
วันนี้เป็นวันแรกและครั้งแรกที่ได้พบท่าน ศ.ดร.จีระ หงศ์ลดารมภ์ ผมได้เห็นความตั้งใจและรูปแบบใหม่ของคณะอาจารย์ ในการกระตุ้นให้ผู้เข้าโครงการในครั้งนี้ค้นหาตัวเองและมองเห็นคนอื่น รวมถึงมองเห็นองค์กร กฟผ.และประเทศ , วิธีการที่จะจัดการกับตนเองอย่างไรเพื่อให้เกิดการยอมรับและเกิดความร่วมมือจนนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการ
และสิ่งสำคัญอีกข้อหนึ่งคือได้พบ พี่,น้องและ เพื่อนในครอบครัว กฟผ.ด้วยกันชึ่งหลายท่านเป็นคนที่เก่ง
สรุปแล้ววันนี้ฟังบรรยายได้อะไรบ้าง
อ.จีระ บรรยายเน้นให้เห็นความสำคัญความจำเป็นภาวะผู้นำ คุณลักษณะที่สำคัญและการสร้างผู้นำขององค์กรภายใต้ภาวะการเปลื่ยนแปลง นำเสนอตัวอย่างผู้นำในคุณสมบัติต่างๆภายใต้สถานการที่แตกต่างกัน ที่สำคัญก็คือผู้นำสร้างได้ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทัศนคติที่ดีต่อการเปลื่ยนแปลง ทั้งนี้ต้องคำนึงถึง4วิธีค้วยกันคือ 1.คุณลักษณะที่พึงปราถนา 2.ทักษะของภาวะผู้นำที่สำคัญ 3.leader process 4.leadership value ซึ่งอุปสรรคที่สำคัญก็คือทัศนคติในการเปลึ่ยนแปลง ความเชื่อและวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งกฟผ.เองเป็นองค์ขนาดใหญ่มีวัฒธรรมย่อยในแต่ละสายงาน การลดความแตกต่างในแต่ละสายงานด้วนการหมุนเวียนข้ามสายงานทั้งระดับบริหารและผู้ปฏิบัติงานระคับชั้นแนวหน้าเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการ
อ. ณภัสวรรณ บรรยายให้เข้าใจถึงความสำคัญของบุคลิกภาพของนักบริหาร ความสำคัญของภาพที่มองเห็นมีอิทธิพลต่อการรับรู้มากกว่า 50% มาดที่แสดงออกอย่างเหมาะสมและการใช้คำพูดประมาณ7% คังนั้นการปรับปรุงภาพลักษณะที่มองเห็นตั้งแต่การแต่งตัวตั้งแต่ head to toeตั้งเหมาะสมกับวัยและตำแหน่งหน้าที่ การเข้าใจมารยาทระเบียบในสังคมในแบบต่างเพื่อให้การวางตัวที่สร้างความมั่นใจ
อ.เฉลิมพล บรรยายถึง leadership&teamwork ทำให้เห็นธรรมชาติของความแตกต่างของทุกคนสิ่งที่เราเห็นไม่ใช้สิ่งที่เขาเป็น ปัจจัยของความสำเร็จของทีมมีองค์ประกอบหลายอย่างที่สำคัญจะอยู่ที่เป้าหมายที่ชัดเจนและvalueร่วมของteamwork การค้นหาvalueของคนทำให้ต้องเข้าใจบุคคลิกภาพของคนซึ่งจะมีจำเเนกตามอิทธิพลของวิธีคิดตัดสินใจบนพื้นฐาน IQ EQ MQ&SQ เมื่อเข้าใจแล้วก็มาถึงการสร้างทีม หัวหน้าทีมต้องเข้าใจการเป็นผู้ให้ การให้ความธรรมและปล่อยวางตัวตน(ทาน ศีล ภาวนา) การเปิดใจกว้างตลอดจนการสื่อสารที่มีประสิทธิผลเพื่อให้ทีมไปสู่เป้าหมายที่กำหนด
การปล่อยวางตัวตนของหวัหน้าทีมและลูกทีมยิ่งมากเท่าใดก็จะสามารถร่วมศักยภาพของทุกคนในทีมเพื่อรองรับการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนและใหญ่มากขึ้นเท่านั้น
ผมขอสรุปเรี่องที่ฟังบรรยายนวันที่13 มีค.55เท่านี้
โอภาส
ผมก็เป็นหนึ่งในสมาชิก ๓๒ คน ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการพัฒนาผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่า รุ่นที่ ๘ ครับ วันนี้ (๑๒ มี.ค. ๒๕๕๕) เป็นวันแรก ได้เริ่มฟัง ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เกริ่นนำด้วยความมั่นใจ มุ่งมั่น กับโครงการฯ นี้ เป็นอย่างมาก ผมเป็นผู้รับฟัง ก็เกิดความเชื่อมั่นในโครงการฯ นี้เช่นกัน
ตารางการสอนดูว่าแน่นมาก เพราะหลังจากมานั่งฟังการบรรยายแล้ว ยังมีการบ้านในช่วงที่ต้องกลับไปปฏิบัติงานที่ฐานอีก ดีครับ แปลกใหม่ดี ยอมรับและสู้กันซักตั้ง
อาจารย์ผู้บรรยายทั้ง ๓ ท่านของวันแรกนี้ มีจุดเด่นกันคนละแบบ ถามว่าได้อะไรไหม ได้ครับ แต่ถ้าไม่นำไปขยายผล ก็คงหายไปหลังจากจบโครงการ ต้องสร้างกลุ่มเพื่อ Refresh บ่อยๆ (ก็อาจจะใช้ Web นี้เป็นสื่อกลางได้)
หลังจากผ่านหลักสูตรไปวันแรก เราทั้ง ๓๒ คน และอาจารย์ น่าจะได้ใช้ Web นี้ส่งผ่านความรู้สึก และความรู้ให้เกิด LO นะครับ
ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้รับเลือกให้เข้าอบรมหลักสูตรนี้ในวันนี้ ก่อนหน้านี้คิดว่าหลักสูตรนี้คงจะเหมือนหลักสูตรอื่นที่เคยเข้ารับการอบรม แต่เมื่อได้ฟังอาจารย์ ดร.จิระ ความคิดผมก็เปลี่ยน เพราะเรียนกับอาจารย์สามารถปะทะทางความคิดกับอาจารย์ได้ อาจารย์ได้เน้นย้ำ"อย่าหยุดการเรียนรู้"
ครั้งแรกที่ได้รับทราบว่าจะได้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร EADP ก็เฉยๆ เพียงแต่รับทราบว่าเป็นการเข้ารับการอบรมธรรมดาๆ เหมือนกับหลักสูตร ELDP ของระดับ 10 เท่านั้น แต่เมื่อได้รับรายละเอียดของหลักสูตรในวันที่ 12 มี.ค.55 นี้ ก็รู้สึกได้ว่าไม่ใช่การ Training ธรรมดา อ.จีระ ต้องการกระตุ้นให้คน กฟผ. ผู้บริหารของ กฟผ. ได้ตระหนักถึงการเป็นผู้ใฝ่รู้ อายุ 67 ไม่ใช่สิ่งปิดกั้นในการใช้เครื่องมือสื่อสารยุดใหม่ทั้ง facebook blog แทนที่จะนำมาใช้ในการบอกเล่าเพื่อนฝูง แบบที่เด็กๆ ใช้กัน ก็นำมาใช้ในการสื่อสังคมแห่งการเรียนรู้ได้แบบง่ายๆ ไม่ต้องวิชาการจ๋านัก พอดีเมื่อสัปดาห็ที่ผ่านมาเพิ่งจะขอจดทะเบียน evm.egat.co.th เพื่อเป็นช่องทางการส่งข้อมูลทาง economic value management ภายใน กฟผ. และให้เด็กมาสอนการใช้งาน wordpress เพื่อสร้าง blog เล่าข่าว evm แบบง่ายๆ เช่นกัน
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์ทั้ง 3 ท่านในวันนี้สรุปได้ง่ายๆ คือ
อ.จีระ กระตุ้นให้ผู้บริหารของ กฟผ. ใฝ่รู้มากขึ้น ขยันอ่าวหนังสือมากขึ้นโดยเฉพาะหนังสือต่างประเทศที่เน้นการวิเคราะห์ซึ่งหาไม่ค่อยได้ในหนังสือภาษาไทย พยายามให้เปลี่ยนความคิดมาบริหารทุนมนุษย์มากขึ้น สำคัญที่สุดยิ่งกว่าทุนในการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าและระบบส่งของ กฟผ. เสียอีก แนวคิดปฏิบัติด้านวิศวกรรมก็จะลดสัดส่วนลง อาจารย์แนะนำเครื่องมือในการบริหารมนุษย์เท่าที่มีใช้กันอยู่ในปัจจุบันระดับ inter ไล่มาตั้งแต่ 4L's 2R's 2I's 3L's 5E's ที่ต้องทำความเข้าใจเองเพิ่มเติมหลังจากที่อาจารย์แนะนำแบบคร่าวๆ ให้แล้ว หลังจากนั้นได้ยกตัวอย่างผู้บริหารทางการจัดการของโลก ไล่เรียงมาจนถึงผู้บริหารของจึน ที่แบ่งเป็น 4 ยุคตามระดับการพัฒนาประเทศ ฝึกให้ผู้บริหารของ กฟผ. รู้จักคิดแบ่งผู้ว่าการขององค์กรเป็น 3 ยุด บ้าง 4 ยุดบ้าง ตามเกณฑ์การลงทุนที่ 1) กู้เข้ามาลงทุนทั้งหมด 2) ลดหนี้ภาครัฐเปลี่ยนเป็นหนี้ภาคเอกชนแทน โดยปี 2535 เป็นให้เอกชนลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าได้ 3) การระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ ที่ภายหลังได้ยกเลิกไป และล่าสุด 4) ยังเป็นการลดหนี้ภาครัฐเช่นเดิม เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเป็นการขายรายได้หรือกำไรที่คาดว่าโรงไฟฟ้าจะมีขึ้นในอนาคต เป็นต้น
อ.เฉลิมพล ได้มาเปรียบเปรยให้เห็นชัดว่าการทำงานเป็นทีมนั้นได้ผลลัพท์ที่ 1+1 มากกว่า 2 ด้วยวัสดุเครื่องมือง่ายๆ สี ขวดใส่น้ำ อุปกรณ์ในสำนักงาน สอนให้ตระหนักว่าคนหรือมนุษย์นั้นมีสิ่งที่เขาเป็น (แล้วเรามองไม่เป็น) มากกว่าสิ่งที่เราเห็นหรือสัมผัสได้มากมายนัก เหมือนภูเขาน้ำแข็งที่มีฐานใหญ่มหึมาซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำทะเล เครื่องมิอที่จัดแบ่งระดับของมนุษย์ 4 เหล่า คือ IQ EQ MQ และ SQ ตามระดับพัฒนาการของสติปัญญา อารมณ์ จริยธรรม และพรสวรรค์จากธรรมชาติในการดิ้นรนเอาตัวรอด แล้วมองให้ออกว่าลูกน้องของเราเป็นแบบไหน ต้องให้ความรักเขาก่อนจึงจะได้น้ำใจตอบกลับมา แล้วปรับตัวเรา เน้นนะว่าตัวเรา ให้ละทิ้งตัวตนของเรา ที่เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 ชนิดนี้มาอยู่ตรงกลางให้สมดุลให้ได้ การให้ต้องมีศิลป์ในการให้ด้วย ต้องถูกที่ ถูกเวลาและถูกคน ไม่ใช่ว่าสักแต่ให้ลูกเดียว รวมทั้งยุติธรรมด้วยนะครับ
อ.นภัสวรรณ มาสอนกลเม็ดในการครองใจคน จากบุคลิกก่อนใครเพื่อน มารยาทที่รู้จักทักทายกัน จึงจะไปถึงความรู้ที่คนจะรู้จักเราได้เพียง 7% เท่านั้น มารยาทในสังคม การแต่งกายในงานสังคมต่างๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย เป็นความรู้ที่ไม่ค่อยมีในตำราหรือใครที่ไหนมาสอน มีประโยชน์มากครับ
เมื่อวานได้อะไร ?
1) พบคณะผู้สอนที่มีความมุ่งมั่นสูงมาก
2) ได้พบเพื่อนใหม่ๆ
3) เห็นการเสนอเนื้อหาหลักสูตร น่าจะดูดี ไว้ดูกันต่อไป
4)ได้รับ welcome party ที่ เป็นกันเอง อบอุ่นดี
เท่านี้ก่อนครับ จะรีบไปขึ้นรถ
จาก ธนกร