ผมได้เขียนเรื่องขอมคือสยามไว้มาก ลองไปหาอ่านกันดูในบทเก่าๆ นะครับ
ยิ่งคิดทบทวนกี่รอบๆ กี่รอบผมก็ว่าผมไม่ผิด เพราะหลักฐานมันทั้งแน่นและมากเหลือเกินอย่างเหลือเชื่อ ผมอยากเห็นข้อมูลเหล่านี้ไปถึงนักประวัติศาสตร์ อยากเห็นพวกท่านโจมตีผมหน่อยว่าผมผิดตรงไหน แบบว่าเรียกมาประชุมโต๊ะกลมกันเลย ไม่ต้องมาเหน็บแนมนินทากันหลังฉากในประเด็นหยุมหยิม แต่เอาประเด็นหลักๆ เลยนะ
คนที่ดูเหมือนนักวิชาการบางท่าน (ที่ไม่กล้าเอ่ยนามจริง) เหน็บผมว่า ผมเป็นใครถึงได้กล้าไปหักล้าง “นักวิชการผู้ยิ่งใหญ่” อย่าง จอร์จ เซเดย์ หรือ จิตร ภูมิศักดิ์
..โหยนี่นะ คห. ของนักวิชาการ ปิดกั้นความคิดแบบนี้หรือ ไม่รู้หรือว่า เซเดย์ เป็นฝรั่งเศส เขาต้องการฮุบนครวัดเป็นของฝรั่งเศส อีกทั้งเซเดย์นี้ไม่ใช่หรือ ที่ว่าไทยมาจากน่านเจ้า ไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่นี้ เพื่อให้สมจริงว่า “เขมร” คือเจ้าของพื้นที่ เพื่อที่ฝรั่งเศสจะได้ครองพื้นที่นี้ได้ไงล่ะ เพราะฝรั่งเศสครองเขมร เป็นนายเขมร ก็ต้องเป็นนายของลูกน้องเขมร (คือไทย) ด้วยสิ
...ส่วนจิตรนั้น ก็ยังเด็กมาก และมีอคติต่อเจ้าเว่อมากเกินไป จนเป็นม่านปิดกั้นหูตาให้ฝ้าฟางไปหมด ตีความประวัติศาสตร์โดยไม่คำนึงถึงบริบทในอดีต ตีความเอามันเพื่อด่าเจ้าร่ำไป เช่น แม้แต่กลอน “ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา” ก็เอามาขยายความเป็นตุตะ เพื่อด่าเจ้าเอามันปาก
จริงอยู่ผมเป็นวิศวกร ...ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ แต่ผมว่าผมพอมีสมองนะ ผมศึกษาอะไรผมจับเศษแตกกระจายมาปะติดปะต่อได้ไวมาก หลักฐานที่ผมเสนออาจมีอะไรหลวมโพร่งๆไปบ้าง เพราะผมอาจใส่รายละเอียดมากไป จนมีรูโหว่เล็กๆ ให้เจาะได้ แต่ถ้าเค้นเอาแต่เนื้อๆ จะเห็นว่ามันจริงตามว่า
เอาหละ ...วันนี้จะนำหลักฐานสำคัญมาให้ดู
ลองดูลำดับกษัตริย์ขอม-เขมรดูตามตารางข้างล่างนะครับ (จากวิกิปีเดีย) เห็นได้ว่ากษัตริย์ทุกองค์จาก ๑-๕๔ มีพระนามลงท้ายด้วย “วรมัน” พอองค์ที่ ๕๕ กลายเป็น ตระซอกประแอม (พระเจ้าแตงหวาน) จากนี้ไปก็ไม่มีวรมันอีกเลย ...แล้วพ.แตงหวานนี่แหละ ที่พงศาวดารเขมรฉบับแรกสุด (ฉบับนักองค์เอง) ระบุว่าคือ “ต้นตระกูลเขมร” ...ชัดไหมครับ ว่าเขมรไม่ใช่ “ขอม” แต่สยามนี่แหละคือ ขอมนครวัดตัวจริง
(แต่พงศาวดารเขมร ฉบับหลังๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากนักวิชาการเศษฝรั่งที่นักวิชาการไทยเรายกย่องเสียเหลือเกิน ...(เซเดย์?) ได้ขยายความไปเอา "วรมัน" มาเป็นต้นตระกูลไปแล้ว เช่น พงศาวดารฉบับออกญานง )
เพราะในคศ. 1336 ปีที่พ.แตงหวาน นำเขมรฆ่าเสียม (สยาม) เสียหมด จน “เสียมเรียบ” พวกเสียม (ขอม) ที่ยังไม่เรียบ เหลือประมาณ 3 แสนคน ก็หนีตายมาก่อสร้างกรุงศรีอยุธยาพอดี นำโดยพระเจ้าอู่ทองนั่นแล
|
Order |
King |
Personal Name |
Reign |
|
27 |
Jayavarman |
802-850 |
|
|
28 |
Jayavarthon |
850-877 |
|
|
29 |
Indravarman |
877-889 |
|
|
30 |
Yasovarthon |
889-900 |
|
|
31 |
Harshavarman |
900-925 |
|
|
32 |
Isanavarman |
925-928 |
|
|
33 |
Jayavarman |
928-941 |
|
|
34 |
Harshavarman |
941-944 |
|
|
35 |
Rajedravarman |
944-968 |
|
|
36 |
Jayavarman |
968-1001 |
|
|
37 |
Udayadityavarman |
1002 |
|
|
38 |
Jayavirahvarman |
1002-1006 |
|
|
39 |
Suryavarman |
1006-1050 |
|
|
40 |
Udayadityavarman |
1050-1066 |
|
|
41 |
Harshavarman |
1066-1080 |
|
|
42 |
Noriditdravarman |
1080-1113 |
|
|
43 |
Jayavarman |
1080-1107 |
|
|
44 |
Dharanindravarman |
1107-1113 |
|
|
45 |
Suryavarman |
1113-1150 |
|
|
46 |
Dharanindravarman |
1150-1156 |
|
|
47 |
Yasovarman |
1156-1165 |
|
|
48 |
Tribhuvanidityavarman |
1165-1177 |
|
|
Cham Invasion: 1177-1181 |
|||
|
49 |
Jayavathon |
1181-1218 |
|
|
50 |
Indravarman |
1218-1243 |
|
|
Siam was created in 1238 during reign of Indravarman by Pho Khun Si Intharathit in Sukhothai, one of Khmer’s provinces. |
|||
|
51 |
Jayavarman |
1243-1295 |
|
|
52 |
Srei Indravarman |
1295-1307 |
|
|
53 |
Srei Jayavarman |
1307-1327 |
|
|
54 |
Jayavama Borommesvarah |
1327-1336 |
|
|
55 |
Ponhea Chey |
1336-1340 |
|
|
56 |
Nippean Bat |
1340-1346 |
|
|
57 |
Lompong Racha |
1346-1351 |
|
|
Siam Invasion: 1352-1357 |
|||
|
58 |
Soryavong |
1357-1363 |
|
|
59 |
Borommarama |
1363-1373 |
|
|
60 |
Thomma Saok |
1373-1393 |
|
|
Siam Invasion: 1393 (5 months). |
|||
|
61 |
1393-1463 |
||
The names of rulers may indicate the adoption of foreign (Old Indian) culture.
At certain time, Brahmanism was strong and rulers loved to have authority to rule from gods
thus the names like --varaman, --rama, (ramakamha.m = love of (god)rama )
More "thai-like" names may indicate more self-confident rule and/or Buddhism (either mahayana or hinayana) adoption or loss of people's acceptance as 'descendant from a god'.
Mapping of rulers' names and dominant religions/believes would support this link.
Another issue is the distinction between 'establisher/ruler/investor' and 'builder/architect/craftsmen': a king may orfer the building of a (mega)structure in a certain archetectural style, built by certain cratsmen and building workers from different cultures. Thai and burmese wars in the past often ended in craftsmen rounded up and forced to migrate or to build (mega)structures to cerebrate the victories. (It was quicker than setting up (technical) schools to train craftsmen.)
This is a can or worms. We would like to find bones of dead builders and check their DNA to see if they match more with one certain group; or find some utensils or some unique archelogy that would identify the culture.
You have contributed more indirect evidence that may add more weight to your arguement. But I think we need more to tip the scale.
งานนี้ผมไม่เกี่ยวไหมนี่ เพราะคาดว่าผมไม่ได้สืบทอดเชื้อสายมาจากชาว "สยาม" แน่นอนครับ
ผมว่าปัญหาใหญ่สุดของประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติคือเราอ้างอิงความเป็นเจ้าของกันคนละช่วงเวลา ดังนั้นทุกฝ่ายจะถูกหมด แค่ถูกกันคนละเวลาเท่านั้นเอง
เหมือนพื้นที่แถวอิสราเอล จะบอกว่าเป็นของปาเลสไตน์ก็ใช่ จะบอกว่าเป็นของยิวก็ถูกอีกครับ
พงศาวดารเขมร และ ข้อมูลอื่นๆ ตรงกันครับ ว่า พ.แตงหวาน นั้นเดิมเป็น "คนสวนปลูกแตง" ในพระราชวัง แล้วเอาหอกแทงพระราชา แล้วขึ้นเถลิงอำนาจ ...ก็คือกบถของทาสนั้นเอง เพราะนครวัดตอนนั้นมี ขอม 3 แสน ทาส 7 แสนครับ
ท่าน sr ครับ dna คงบอกอะไรได้ไม่หมดหรอกครับ เพราะแรงงานที่สร้างส่วนใหญ่เป็นแรงงานทาส พวกขอมส่วนน้อยเป็นวิศว ช่างศิลป ขุนนาง ขอมพวกนี้มาจากพิมาย หลักฐานยังปรากฎบนกำแพงนครวัด ที่กองทัพสวนสนามมีพวกสยำกุก กับพวกละโว้ ..สยำนี้จะเป็นอื่นไหนไม่ได้นอกจากพิมาย