บริเวณเกาะลอยและวัดหนองกลับมีเรื่องเล่าสืบทอดกันในสังคมชาวบ้าน เชื่อมโยงต้นไม้ สถานที่ แหล่งชุมชน และอาณาบริเวณต่างๆเข้าเป็นเรื่องราวเดียวกัน รวมทั้งเชื่อมโยงกับศาลหลวงปู่ฤาษีนารายณ์และเจ้าพ่อเจ้าแม่ ซึ่งในวันที่ไปจัดนิทรรศการและนั่งฟังเวทีเสวนาในเย็นของวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๔ นั้น ป้าอี๊ด หรือป้าสาลี สายภู่ คนเกาะลอย และผู้ใหญ่หวั่น สกุลมี อดีตผู้นำชุมชนรอบเกาะลอย ได้เล่าสืบทอดเรื่องราวของฺนางเกสร หลวงปู่ฤาษีนารายณ์ และความเป็นมาของชื่อหนองกลับให้ฟังดังนี้.........
อธิบายภาพที่ ๑ นางเกสรเกิดจากดอกบัวในหนองน้ำใหญ่ที่ต่อมาได้ขุดลอกเป็นเกาะลอย ฤาษีนำมาชุบเลี้ยงและเติบใหญ่อยู่ที่ต้นมะขามและดอนต้นปีบที่เกาะลอย ในคืนเดือนหงาย นางเกสรจะโล้ชิงช้าและร้องเพลงพวงมาลัย ชาวบ้านเกาะลอยไม่มีใครกล้าออกบ้าน และทุกวันนี้ ยังมีชาวบ้านที่ร้องเพลงพวงมาลัยได้หลายคน
".....นานมาแล้ว ในบริเวณที่เป็นเกาะลอยนั้นเป็นสระน้ำที่มีบัวอยู่เต็ม และมีนางเกสรเกิดมาจากดอกบัว[๑] ฤาษีได้นำมาเลี้ยงไว้อยู่ในต้นมะขาม[๒] ตกกลางคืนนางเกสรก็มักจะออกมาร้องเพลงพวงมาลัยและขับกล่อมทำนองเพลงต่างๆ[๓] เป็นที่ยำเกรงของชาวบ้านในแถวนั้น
อธิบายภาพที่ ๒ นายพรานเรวัตร เดินกลับไปมาบนทางกลับบ้านและกลับไปที่เกาะลอยเพราะได้ยินเสียงนางเกสรร้องเพลงแต่ไม่สามารถเห็นตัว ทำให้บริเวณดังกล่าวได้ชื่อว่าบ้านหนองกลับ อันเป็นที่ตั้งวัดหลวงพ่อเดิมและชื่อชุมชนหลักของอำเภอหนองบัว นครสวรรค์ มากระทั่งทุกวันนี้
ต่อมามีนายพรานคนหนึ่ง[๔] ได้เดินทางล่าสัตว์และมาถึงที่บริเวณสระน้ำบริเวณเกาะลอย เมื่ออาบและดื่มน้ำแล้ว ก็เดินจากไป พอไปถึงบริเวณหนองกลับ ก็ได้ยินเสียงนางเกสรร้องเพลงขับกล่อม นายพรานจึงเดินกลับไปยังสระน้ำ แต่เมื่อไปถึงก็เงียบและก็ไม่เห็นใคร พอเดินจากไปถึงบริเวณหนองกลับก็ได้ยินเสียงอีก นายพรานเดินกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบ แต่ก็ไม่เจอใคร[๕] บริเวณที่เป็นเกาะลอยจึงเป็นสถานที่อันศักดื์สิทธิ์และอาณาบริเวณที่นายพรานเดินไปถึงและเดินกลับไปหลายรอบ จึงเรียกว่าหนองกลับ ซึ่งได้แก่ชุมชนโดยรอบเกาะลอยนั่นเอง....."
อธิบายภาพที่ ๓ บริเวณเกาะลอยปัจจุบันได้ไถเกาะกลางน้ำออก แต่ยังคงเป็นสถานที่จัดงานงิ้วของชาวหนองบัว และเป็นแหล่งหย่อนใจ สร้างสุขภาวะสาธารณะ ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ความภูมิใจอย่างหนึ่งของคนหนองบัว

อธิบายภาพที่ ๔ บริเวณเกาะลอยในช่วงก่อนปี ๒๕๒๐ ที่ยังคงมีโรงไฟฟ้าแห่งแรกของหนองบัวและยังคงมีเกาะลอยอยู่กลางแอ่งน้ำดังที่เห็นในปัจจุบัน ผู้เขียนได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากการสนทนาชุมชนเมื่อปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาว่าสะพานข้ามฝั่งไปยังเกาะลอยนั้นมีทั้งสองด้าน ไม่ใช่ด้านเดียวดังภาพ
ในอดีตนั้น รอบเกาะลอยจะมีชุมชนหมู่บ้านไม่หนาแน่น เดินเลยออกมาก็จะเป็นป่าและทุ่งนา ยามมืดค่ำก็จะเปลี่ยวและวังเวง อีกทั้งมีต้นมะขามขนาดใหญ่น่ากลัวเกรงอยู่ และก็มักจะมีเรื่องเล่าว่าที่ต้นมะขามนั้นนั่นเองเป็นกุฎีของฤาษีตาไฟ เรื่องราวที่อยู่ในเรื่องเล่าของชาวบ้านจึงเชื่อมโยงสิ่งต่างๆที่มีอยู่จริง ในบริเวณเกาะลอยและหนองกลับ รวมทั้งมีการละเล่นและการร้องเพลงพวงมาลัยของชาวบ้านอยู่จริงอีกด้วย
อธิบายภาพที่ ๕ ทุกปีในเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ ชาวอำเภอหนองบัวจะมีงานประจำปีที่บริเวณเกาะลอย เป็นงานไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่และหลวงปู่ฤาษีนารายณ์ เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นอย่างหนึ่งของหนองบัวในการเคลื่อนไหวความเป็นชีวิตของสุขภาวะชุมชนเพื่อการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างวหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรม
ภายใต้เรื่องราว ตำนาน นิทาน และบทเพลงพื้นบ้านต่างๆนั้น [๖] ก็สื่อสะท้อนระบบวิธีคิด หลักการดำเนินชีวิต ตลอดจนเชื่อมโยงกับสภาวการณ์สังคมทั้งของหนองบัวและของสังคมไทยที่ชาวบ้าน สามารถอธิบายและบอกเล่าสู่กันไว้ได้เป็นจำนวนมาก จัดว่าเป็นพลังภูมิปัญญาชาวบ้านในวิถีสังคมมุขปาฐะที่น่าประทับใจมากที่สุด ชุมชนหนึ่ง.
..........................................................................................................................................................................
เชิงอรรถ
[๑] บางสำนวนก็เล่าว่า ชื่อนางทิพย์เกสร เช่น ใน หนังสือเกียรติประวัติ เจ้าพ่อเจ้าแม่ และเจ้าพ่อฤาษีหนองบัว โดย ส.รุ่งศักดิ์ เขียนและจัดพิมพ์เนื่องในวันฉลองศาล (หมายถึงศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่และหลวงปู่ฤาษีหนองบัวหลังใหม่ : ผู้เขียน) วันที่ ๙-๑๓ พฤศิกายน ๒๕๓๔ พิมพ์โดยไทยอุดมการพิมพ์ กรุงเทพฯ
[๒] บางสำนวนก็ว่าเป็นเนินต้นดอกปีบ
[๓] บางสำนวนเล่าว่านางเกสรหรือนางทิพย์เกสรจะออกมาโล้ชิงช้าในเวลากลางคืนและร้องเพลงพวงมาลัย
[๔] บางสำนวนกล่าวว่านายพรานชื่อ 'พรานเรวัต'
[๕] บาง สำนวนกล่าวว่าเกิดจากอิทธิฤทธิ์ของนางทิพย์เกสร บางสำนวนกล่าวว่าเป็นอิทธิฤทธิ์ของฤาษีตาไฟที่ทำให้หนองบัวแห้งแล้ง บางสำนวนกล่าวว่าเป็นอิทธิฤทธิ์ของหลวงปู่ฤาษีที่อยู่ในเจดีย์เก่าแก่บนเนิน ดอกปีบ
[๖] อ่านเพิ่มเติมในบันทึกเกี่ยวเนื่องกัน ใน Nong Bua Pictorial : ตลาดหนองบัวและเกาะลอย ใน http://www.gotoknow.org/blogs/posts/433752
ภาพวาดของอาจารย์สองภาพแรกนี้(ภาพที่๑,ภาพที่๒)
จะเป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อชุมชนหนองบัวเป็นอย่างยิ่ง
ตำนานนี้ฟังมาจากคนเก่าๆ ส่วนมากมีความทรงจำและเล่ากันได้แม่นยำ(เหมือนอ่านมาเลย)ทั้งๆที่ไม่มีบันทึก(หรือมีแต่อาตมาไม่พบก็ได้)
ที่แน่นอนที่สุดก็คือท่านสืบทอดด้วยการเล่าต่อๆกันมา(เพราะบางท่านอ่านหนังสือไม่ออกก็เล่าได้ตั้งหลายเรื่อง)
ขอเป็นภาพใหญ่ๆสักหน่อยไปติดที่เต็นท์งานงิ้ว
คนมาเที่ยวงานงิ้วคงได้รู้จักเกาะลอยและได้ความรู้ตำนานนี้อย่างเต็มอิ่ม
ซึ่งก็ไม่เคยได้จัดแบบนี้มาก่อนเลย ดีใจจริงๆที่ได้เห็นภาพนี้
แม่เพลงพ่อเพลงซึ่งเป็นญาติกันท่านร้องเก่งมากยิ่งเพลงพื้นบ้านหนองบัวด้วยแล้วไม่มีผิดหวัง มาแน่ๆ
เมื่อหลายวันก่อน คิดสโลแกนส่วนตัวเรื่องงานงิ้วหนองบัวสั้นๆเขียนแล้วมันครึ้มอกครึ้มใจดีจัง เลยนำมาโชว์สักหน่อย ประมาณนี้เลย
งานงิ้วหนองบัว : วาระรักชาติ วาระรักบ้านเกิด
กราบนมัสการขอบพระคุณท่านพระอาจารย์มหาแล
และขอบพระคุณอาจารย์ ดร.จันทวรรณ ทิมดาบ คุณเพชร พรหมสูตร
ที่แวะมาเยือนและให้กำลังใจครับผม
ได้ชมรูปและอ่านนิทานชาวบ้านเล่นสนุกๆด้วยกันนะครับ
กราบนมัสการท่านพระอาจารย์มหาแลครับ
ผมเลยย่อขยายภาพให้น้อยลง และโหลดออนไลน์เผยแพร่ไว้ภาพละบันทึกต่างหากอีกนะครับ นักเรียน ชุมชน และชาวบ้าน หากดึงเอาไปทำสื่อ จะได้มีภาพที่ได้รายละเอียดดีขึ้น