ครั้งแรกที่ได้รับทราบว่าจะได้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร EADP ก็เฉยๆ เพียงแต่รับทราบว่าเป็นการเข้ารับการอบรมธรรมดาๆ เหมือนกับหลักสูตร ELDP ของระดับ 10 เท่านั้น แต่เมื่อได้รับรายละเอียดของหลักสูตรในวันที่ 12 มี.ค.55 นี้ ก็รู้สึกได้ว่าไม่ใช่การ Training ธรรมดา อ.จีระ ต้องการกระตุ้นให้คน กฟผ. ผู้บริหารของ กฟผ. ได้ตระหนักถึงการเป็นผู้ใฝ่รู้ อายุ 67 ไม่ใช่สิ่งปิดกั้นในการใช้เครื่องมือสื่อสารยุดใหม่ทั้ง facebook blog แทนที่จะนำมาใช้ในการบอกเล่าเพื่อนฝูง แบบที่เด็กๆ ใช้กัน ก็นำมาใช้ในการสื่อสังคมแห่งการเรียนรู้ได้แบบง่ายๆ ไม่ต้องวิชาการจ๋านัก พอดีเมื่อสัปดาห็ที่ผ่านมาเพิ่งจะขอจดทะเบียน evm.egat.co.th เพื่อเป็นช่องทางการส่งข้อมูลทาง economic value management ภายใน กฟผ. และให้เด็กมาสอนการใช้งาน wordpress เพื่อสร้าง blog เล่าข่าว evm แบบง่ายๆ เช่นกัน
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์ทั้ง 3 ท่านในวันนี้สรุปได้ง่ายๆ คือ
อ.จีระ กระตุ้นให้ผู้บริหารของ กฟผ. ใฝ่รู้มากขึ้น ขยันอ่าวหนังสือมากขึ้นโดยเฉพาะหนังสือต่างประเทศที่เน้นการวิเคราะห์ซึ่งหาไม่ค่อยได้ในหนังสือภาษาไทย พยายามให้เปลี่ยนความคิดมาบริหารทุนมนุษย์มากขึ้น สำคัญที่สุดยิ่งกว่าทุนในการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าและระบบส่งของ กฟผ. เสียอีก แนวคิดปฏิบัติด้านวิศวกรรมก็จะลดสัดส่วนลง อาจารย์แนะนำเครื่องมือในการบริหารมนุษย์เท่าที่มีใช้กันอยู่ในปัจจุบันระดับ inter ไล่มาตั้งแต่ 4L's 2R's 2I's 3L's 5E's ที่ต้องทำความเข้าใจเองเพิ่มเติมหลังจากที่อาจารย์แนะนำแบบคร่าวๆ ให้แล้ว หลังจากนั้นได้ยกตัวอย่างผู้บริหารทางการจัดการของโลก ไล่เรียงมาจนถึงผู้บริหารของจึน ที่แบ่งเป็น 4 ยุคตามระดับการพัฒนาประเทศ ฝึกให้ผู้บริหารของ กฟผ. รู้จักคิดแบ่งผู้ว่าการขององค์กรเป็น 3 ยุด บ้าง 4 ยุดบ้าง ตามเกณฑ์การลงทุนที่ 1) กู้เข้ามาลงทุนทั้งหมด 2) ลดหนี้ภาครัฐเปลี่ยนเป็นหนี้ภาคเอกชนแทน โดยปี 2535 เป็นให้เอกชนลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าได้ 3) การระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ ที่ภายหลังได้ยกเลิกไป และล่าสุด 4) ยังเป็นการลดหนี้ภาครัฐเช่นเดิม เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเป็นการขายรายได้หรือกำไรที่คาดว่าโรงไฟฟ้าจะมีขึ้นในอนาคต เป็นต้น
อ.เฉลิมพล ได้มาเปรียบเปรยให้เห็นชัดว่าการทำงานเป็นทีมนั้นได้ผลลัพท์ที่ 1+1 มากกว่า 2 ด้วยวัสดุเครื่องมือง่ายๆ สี ขวดใส่น้ำ อุปกรณ์ในสำนักงาน สอนให้ตระหนักว่าคนหรือมนุษย์นั้นมีสิ่งที่เขาเป็น (แล้วเรามองไม่เป็น) มากกว่าสิ่งที่เราเห็นหรือสัมผัสได้มากมายนัก เหมือนภูเขาน้ำแข็งที่มีฐานใหญ่มหึมาซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำทะเล เครื่องมิอที่จัดแบ่งระดับของมนุษย์ 4 เหล่า คือ IQ EQ MQ และ SQ ตามระดับพัฒนาการของสติปัญญา อารมณ์ จริยธรรม และพรสวรรค์จากธรรมชาติในการดิ้นรนเอาตัวรอด แล้วมองให้ออกว่าลูกน้องของเราเป็นแบบไหน ต้องให้ความรักเขาก่อนจึงจะได้น้ำใจตอบกลับมา แล้วปรับตัวเรา เน้นนะว่าตัวเรา ให้ละทิ้งตัวตนของเรา ที่เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 ชนิดนี้มาอยู่ตรงกลางให้สมดุลให้ได้ การให้ต้องมีศิลป์ในการให้ด้วย ต้องถูกที่ ถูกเวลาและถูกคน ไม่ใช่ว่าสักแต่ให้ลูกเดียว รวมทั้งยุติธรรมด้วยนะครับ
อ.นภัสวรรณ มาสอนกลเม็ดในการครองใจคน จากบุคลิกก่อนใครเพื่อน มารยาทที่รู้จักทักทายกัน จึงจะไปถึงความรู้ที่คนจะรู้จักเราได้เพียง 7% เท่านั้น มารยาทในสังคม การแต่งกายในงานสังคมต่างๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย เป็นความรู้ที่ไม่ค่อยมีในตำราหรือใครที่ไหนมาสอน มีประโยชน์มากครับ