เนื่องมาจากบันทึกนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้ทำงานวิจัยการบูรณาการเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่กำแพงแสน อ่านได้ที่นี่
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพพันธ์ 2555 ผู้เขียนมีสอนช่วงเช้าตอน 8.30 น.13.00น. ไม่ได้พักกินข้าวกลางวันเพราะตอนเที่ยงมีนิสิตภาคพิเศษมาเรียนตอนพักเที่ยง ตอนบ่ายโมงตรงเลยชวน วศิน ไปที่ตำบลห้วยม่วง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อไปดูโรงเรียนในพื้นที่ เนื่องจากว่าจะมีชาวญี่ปุ่น จำนวน 11 ท่าน มาช่วยฟื้นฟู ในวันที่ 23 มีนาคม - 2 เมษายน2555โดยเป็นนักศึกษามาจาก International University of Health and Welfare ผู้ประสานงานคือน้องตุ้ม (ลักษณะ รอดตระกูล) คนใกล้ตัวน้องเกด(จริยา) จาก VSA ที่นี่ครับ
ผู้เขียนคิดว่าโลกกลม เพราะเมื่อตอนผู้เขียนเป็นครูสอนมัธยมศึกษาเมื่อหลายสิบปีก่อนเคยทำงานร่วมกับน้องตุ้ม เพื่อจัดกิจกรรมให้ชาวเกาหลี และ ลูกเสือโลกชาวฮอลแลนด์ประมาณ 100 กว่าคน(ดูภาพ) ไม่คิดว่าจะได้มาพบกันใน gotoknow อีก
ตอนผู้เขียนลงพื้นที่ ได้ใช้บริการรถตู้ของพี่เจ๊ก ซึ่งเป็นรถตู้เจ้าประจำที่บริการดีมาก ไปถึงโรงเรียนแรกคือโรงเรียนวัดปทุมทองสุทธาราม ท่านผอ.วิเชียร อัครไพบูลย์รอต้อนรับอยู่แล้ว ผอ.กำลังสอนวิชาพุทธศาสนาให้นักเรียน ท่านผอ.แจ้งผู้เขียนว่าอยากปรับปรุงหลังคาห้องสมุดที่กำลังจะพังลงมา เนื่องจากคานผุ ไม่มีงบประมาณรื้อหรือสร้างเนื่องจากอาคารเป็นของราชพัสดุ(ผู้เขียนเพิ่งทราบ)
ผู้เขียนกำลังดูว่า เปลี่ยนคานไม้หลังคาได้ไหม ซึ่งใช้งบประมาณเป็นแสนบาท แต่สิ่งที่สามารถทำได้คือ ทาสีอาคารซึ่งเก่ามาก นอกจากนี้ยังสามารถทาสีบริเวณทางขึ้นได้ด้วย
ที่ทางเดินใต้อาคารน้ำท่วม ยังไม่แน่ใจว่าจะช่วยกันปรับปรุงอะไรได้บ้าง
สิ่งที่คิดว่าน่าจะทำได้อีกคือ การทาสีสนามเด็กเล่นให้นักเรียน ซึ่งมีอยู่หลายชุดมากๆ ท่านผอ.อยากให้ช่วยจัดค่ายภาษาอังกฤษให้นักเรียนด้วย ซึ่งน่าสนใจดี ตอนเดินใต้อาคารผู้เขียนพบคุณครูท่านหนึ่งหน้าคุ้นๆได้ถามข้อมูลได้ความว่าเคยอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เคยอบรมเรื่องภาษาอังกฤษกับผู้เขียนด้วย ผู้เขียนดีใจได้แนวร่วมจัดค่ายแล้ว
โรงเรียนนี้ท่านผอ.สนใจนักเรียนดี ให้นักเรียนปลูกผักสวนครัว ผักบุ้งและบวบของนักเรียนกำลังงามเลย ผอ.บอกว่าปลูกมะเขือยาวไว้ด้วย กินไม่ทัน มะเขือยาวดกมาก
ผู้เขียนแอบไปดูเด็กอนุบาลนอนหลับมา โอโหท่านอนแต่ละคนแปลก ๆ น่ารักดี (อยากเอากลับมาที่มหาวิทยาลัยสักคน ฮา)
นักเรียนในห้องเรียนก็ตั้งใจเรียนดี มีหลายคนอ่านภาษาไทยได้คล่องมากๆ
ผอ.ว่าห้องสมุดหลังคาใกล้จะพัง นอกจากนี้ยังหลังคาเตี้ยด้วย ค่อนข้างอึดอัด ผู้เขียนเกรงว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งกลัวหลังคาหักลงมาทับนักเรียนซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมากๆ
ก่อนกลับมหาวิทยาลัยท่านผอ.ให้บวบผู้เขียนและวศินด้วย ผู้เขียนเลยบอกว่าให้ผอ.เก็บเอาไว้ผัดให้นักเรียนกินดีกว่า เพราะที่มหาวิทยาลัยผู้เขียนมีบวบเยอะมาก ตั้งใจว่าจะเอาเมล็ดบวบลูกยาวและเมล็ดถั่วพูไปฝากท่าน ผอ.ครั้งหน้า
โรงเรียนที่สองที่ไปถึงคือโรงเรียนวัดห้วยม่วง ท่านผอ.อธิกานต์ สักคุณามาชวนไปห้องประชุม ท่านผอ.อยากปรับปรุงสวนและหน้าตึกในภาพ
ผู้เขียนแอบถ่ายภาพเด็กน้อยกำลังดื่มนมมาฝากสมาชิกด้วย ดูน่ารักดี ไม่มีเด็กคนไหนกลัวคนหน้าแปลก เอ้ยแปลกหน้าเลย
โรงเรียนที่สามคือโรงเรียนวัดท่าเสา กำแพงแสน โรงเรียนนี้อาคารเรียนก็ใช้ได้ท่านผอ.สินีนาฏ จันทวาท บอกว่า อยากให้ช่วยปรับปรุงสนามเด็กเล่น
เด็กน้อยน่ารักไหม
สิ่งที่สำคัญคือ ดินที่โรงเรียนนี้ไม่ดี ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น ผู้เขียนเลยตั้งใจว่าจะเอาดินไปให้ที่มหาวิทยาลัยวิเคราะห์ แล้วมาปรับปรุงดิน อีกอย่างที่โรงเรียนอยากได้คือหญ้าแฝก สำหรับปลูกกันน้ำกัดเซาะดินฝั่งโรงเรียน ผู้เขียนพบว่าที่นี่น่าจะปลูกมะพร้าวเพราะมะพร้าวของโรงเรียนออกลูกดกมากๆ
โรงเรียนสุดท้ายเป็นศูนย์เด็กอ่อนของ อบต ไปดูสถานที่แล้ว เด็กๆมีประมาณ 50 คนแต่ว่า ไม่มีสนามให้เด็กเล่น
อาคารค่อนข้างเก่ามาก ลองดูศาลาหน้าโรงเรียนนะครับ ที่สาหัสมากที่สุดคือไม่มีอะไรให้เด็กเล่น โชคดีมีกองทราย พอให้เด็กๆเล่นได้บ้าง…
ข้างศูนย์มีศาลาชั่วคราวที่อยู่ใต้ต้นมะขาม พอให้เด็กๆได้หลบร่มได้บ้าง นี่ละประโยชน์ของต้นไม้ใหญ่ ผู้เขียนโชคดีได้พบท่านปลัดของ อบต.ห้วยม่วง ชื่อ ปลัดจิราภรณ์ อินทรเรืองศรีเป็นศิษย์เก่าปริญญาโทรัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่สนใจพื้นที่ตนเองมาก ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…จะรายงานการดำเนินงานต่อไปนะครับ…






ซุปเปอร์แมนจริงๆ อาจารย์
เอาเวลาที่ไหน พักผ่อนครับ
ระวังปีหน้าไว้ด้วยนะครับ กำลังจะมาแล้ว
เด็กน้อย น่ารักๆ มากๆ แค่ได้เห็นภาพ ก็ได้ยิ้ม และฮา
ว้าว ๆ แอบจับภาพเด็กสตรี ระวังเจอฟ้องนะคะ ๕ ๕ :)
ตลกจริงๆด้วยค่ะ ..อยากได้สักคน แต่ไม่เอาแม่มัน ฮา
สมัยก่อนผอ.จะนำเสนอโครงการ กับเอ็นจีโอใกล้ๆ ได้สนับสนุนเลยค่ะ :)
ตอนแรกคิดว่ากาญจน์ ๆ สบายๆ แต่อ๋อ คอนถม
หน่วยงานที่จับประเด็นเรื่อง เด็ก สุขภาพ อนามัย
ให้เป็นเครือข่าย และจัดทำกิจกรรมร่วมเลยค่ะ :)
แวะมาดูด้วยคนครับ
สวัสดีค่ะ
“...โรงเรียนสุดท้ายเป็นศูนย์เด็กอ่อนของ อบต......อาคารค่อนข้างเก่ามาก ลองดูศาลาหน้าโรงเรียนนะครับ ที่สาหัสมากที่สุดคือไม่มีอะไรให้เด็กเล่น โชคดีมีกองทราย พอให้เด็กๆเล่นได้บ้าง…”
อ่านแล้วแปลกใจค่ะ ว่า
1.ทำไมจึงไม่มีงบของอบต.สักเล็กน้อยสำหรับพัฒนาทักษะของเด็กๆ
2.สงสัยว่าศาลานั่นทำไว้ใช้อะไร เพราะสูง หลังคาแคบ จะบังแสงแดดก็ไม่น่าจะได้นะคะ
ไม่เป็นไร อย่าถือกันเลย คนไกล้แก่ก็ชอบสงสัย แต่ไม่เป็นไรค่ะ หากไม่เป็นการรบกวนอจ.ขจิตมากเกินไป (แต่ก็รบกวนนะคะ) ว่า meepole จะขออนุญาตมอบเงินเล็กน้อย ไปให้อจ.ขจิตช่วยจัดซื้อของให้เด็กเล่นในร่มก็ได้ 2,000 บาท และอีก 1,000 บาทสำหรับสมทบค่าสีทาที่รร.ไหนก็ได้ค่ะ รวมทั้งหมด 3,000 บาท อจ.บอกที่โอนเงินด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
หมายเหตุ ท่าเต้นของอจ.ตอนหนุ่มๆ กระชากใจมาก ว่าแต่อจ.กำลังเต้นเพลงเป็ดอยู่หรือไงเอ่ย ... เป็ดมันเดินไป...หุ หุ
ร่วมด้วยช่่วยกันเพื่อสังคมเป็นสุขนะคะ ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ
มีโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านต่างๆอีกมากค่ะ
เพราะงบประมาณสำสำหรับการดูแลมีน้อยมาก
โรงเรียนส่วนใหญ่พึ่งพาตนเองกันตามความสามารค่ะ
แต่ถ้าที่ใดชุมชนยากจน การดูแลด้านที่ต้องใช้งบประมาณก็ลำบากเหมือนกันค่ะ
ขอชื่นชมผู้มีจิตใจงาม พร้อมช่วยเหลือทุกท่านค่ะ
อาจารย์ขจิตครับ ....เทียนน้อยชวนไปบ้านพ่อครูบา รับปากไว้แล้ว ....แต่ต้องรีบเดินทางไปพังงา ญาติป่วยหนัก
แวะมาเยี่ยมให้กำลังทั้งอาจารย์และโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมครับ
ขอบคุณครูลักษณ์มากครับ ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะครับ
ช่วงหลังไม่ได้เข้ามาเขียนบันทึกบ่อย
เลยอาจจะกลายเป็นคนหน้าแปลก
เอ๊ย แปลกหน้าไปบ้าง อิอิ