ชีวิตกับการทำงาน มีใครบ้าง? ที่ปัจจุบันจะนึกถึงว่า ชีวิตจะมาสัมพันธ์กับการทำงาน ซึ่งเป็นที่มาของคุณภาพชีวิตในการทำงาน ถ้าเป็นการทำงานภาครัฐในครั้งก่อน จะไม่ค่อยได้ใส่ใจในเรื่องของคุณภาพชีวิตในการทำงานกันเลย...เรียกว่า เมื่อเข้ามาทำงาน นับตั้งแต่บรรจุ + เวลาทำงาน + ไปจนถึงการเกษียณอายุราชการ ก็จะไม่มีผู้ใดได้ใส่ใจในความรู้สึกของคนทำงานว่าในระหว่างที่คนเราได้ทำงานนั้น (เรียกว่า มองภาพกันไม่ชัดเจน) บุคลากรภายในองค์กรหรือผู้ใต้บังคับบัญชาจะเกิดความรู้สึกเช่นไร ผู้บังคับบัญชา(บางคน) อาจไม่ใส่ใจ สนใจ เพียงแต่รู้ว่า “ทุกคนต้องปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบ...ไม่ใส่ใจในเรื่องของครอบครัวของลูกน้อง…บางคนไม่เคยทราบเลยว่าลูกน้องว่ามีปัญหาอะไรบ้าง?...มีสุข มีทุกข์หรือไม่...ทำงานแล้วมีโรคภัยไข้เจ็บประจำตัวหรือไม่...เพราะบางคนจะเน้นกันเรื่องงานเป็นหลัก เพราะถือว่า...มาทำงาน...” แต่มาในยุคปัจจุบัน ภาครัฐได้หันมาให้ความใส่ใจในเรื่องของ “คุณภาพชีวิตในการทำงาน” ของบุคลากรภาครัฐ เนื่องมาจาก...ต้องการให้เป็นไปตามผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่า โดยให้บุคลากรภาครัฐปฏิบัติราชการอย่างมีคุณภาพ คุณธรรม มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติราชการและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อตนเองและยังมีผลต่อมาถึงหน่วยงานด้วย... การบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐแนวใหม่ มุ่งเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยกำหนดกรอบมาตรฐานความสำเร็จด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล และเพื่อพัฒนากรอบแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในการทำงาน...สืบเนื่องมาจากโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อมในการทำงานเกิดการเปลี่ยนแปลง การทำงานในปัจจุบันก็มีลักษณะเป็นรูปแบบใหม่ เนื่องจากมีระบบเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งที่กล่าวมานี้จะมีผลกระทบต่อการทำงานของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ เพราะภาระการแข่งขันของโลก ทำให้ภาครัฐต้องเพิ่มศักยภาพในการทำงาน เกิดการกดดันคนทำงาน ซึ่งทำให้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในการทำงานของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐทำให้เกิดความเครียด ไม่เป็นสุขต่อการทำงาน จึงทำให้ส่งผลกระทบต่อผลของการปฏิบัติงานได้ สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงระบบราชการ เนื่องจาก มีการยุบรวมส่วนราชการ การกระจายอำนาจไปยังส่วนราชการต่าง ๆ การกำหนดโครงสร้าง การลดขนาดกำลังคน การเพิ่มพูนประสิทธิภาพของการทำงาน จึงเป็นเหตุที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของการทำงานในปัจจุบันมากขึ้น เพื่อให้ข้าราชการหรือบุคลากรของภาครัฐทำงานในแบบที่มีความสุขต่อการทำงาน ไม่เกิดความเครียดต่อการทำงาน และจะเป็นผลที่ทำให้ผลงานที่ปฏิบัติเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าจะพูดไปแล้ว เรื่อง สวัสดิการต่าง ๆ เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตในปัจจุบันนั้น แต่เดิมนั้นก็มีอยู่ในระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลอยู่แล้วเพียงแต่ยังไม่ค่อยใส่ใจกันมากนัก ไม่ชัดเจน ไม่เป็นรูปธรรมกันมากนัก มายุคปัจจุบันภาครัฐได้กำหนดให้มีเรื่อง คุณภาพชีวิตในการทำงาน เพื่อทำให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานเกิดความสุขกับการทำงานในปัจจุบัน เพราะในสภาพความเป็นจริงในระหว่างการทำงาน มักเกิดปัญหาในเรื่องงาน เรียกว่า ตลอดเวลาของการทำงานชีวิตคนเรามักจะมีแต่เรื่องงานเป็นสำคัญ แต่มา ณ ปัจจุบัน ภาครัฐจะเน้นเรื่อง ความสมดุลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานด้วย...ซึ่งคนทำงานต้องแบ่งเวลาการทำงานและแบ่งเวลาของเรื่องส่วนตัวให้เท่า ๆ กัน เพื่อความสุขต่อครอบครัวและความสุขต่อการทำงานของคนทำงานเอง...แต่ทั้งสองสิ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนทำงานต้องมีความพอเพียงเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับชีวิตด้วย...
เพราะมนุษย์มิใช่เครื่องจักร ต้องการ ความรัก ความเอาใจใส่
หากมีปัญหาด้านใด ก็ส่งผลกระทบจิตใจ ชอบบันทึกนี้ สุขสันต์ค่ะพี่บุษ
สวัสดีครับ
เส้นทางการทำงานของแต่ละคนอาจจะมีความแตกต่างกัน แม้นองค์กร/สถานประกอบการให้ความสำคัญต่อความสมดุลย์ของชีวิตกับการทำงาน...เพื่อความสุขของการทำงานภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก...แต่ทังนี้ทั้งนั้นจะสุขหรือทุกข์มันก็ขึ้นอยู่กับตัวของเขาด้วยว่า...เขาได้งานที่ใช่หรือไม่ งานที่เขาถนัดหรือไม่และเป็นสิ่งที่เขารักหรือไม่และที่สำคัญเขาใช้อะไรเป็นเป้าหมายในการเดินทางบนถนนของการทำงาน ในชีวิตของเขา ในครอบครัวของเขา แต่ผมคิดว่าปัจจุบันหากใครก็ตามที่มีงานทำที่มั่นคงก็ถือว่ามีความสุขแล้วและเดินตามแนวทางความพอเพียงก็จะยิ่งสุขเป็นทวีทวีคูณทีเดียวครับ